ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไม่ได้งอแงแต่กำลังแบกรับอะไรอยู่หรือเปล่า

บ่อยครั้งที่พ่อแม่มักเข้าใจว่าเด็กไม่มีเรื่องให้เครียด เพราะชีวิตมีแค่เรียน เล่น และกิน แต่ในความเป็นจริง ภาวะเครียดสะสมในวัยเด็ก นั้นเกิดขึ้นได้จริง และอาจส่งผลกระทบยาวไกลไปจนถึงตอนโตโดยที่เราคาดไม่ถึง ความเครียดไม่ใช่แค่การสอบตกหรือการถูกดุ แต่เป็นความรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือการแบกรับความคาดหวังที่เกินวัย ซึ่งเด็กบางคนไม่รู้จะอธิบายอย่างไร จึงแสดงออกมาผ่านพฤติกรรมแทน

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่อย่ามองข้าม

เด็กที่เผชิญกับภาวะเครียดเรื้อรังมักไม่บอกตรงๆ ว่าเครียด แต่ร่างกายและพฤติกรรมจะเป็นตัวบอกแทน หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ควรหันมาสำรวจจิตใจลูกน้อยอย่างใกล้ชิด

  • พฤติกรรมถดถอย เช่น กลับมาฉี่รดที่นอน ทั้งที่เลิกไปนานแล้ว
  • ความผิดปกติทางการกินและการนอน เช่น เบื่ออาหาร หรือสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยครั้ง
  • อาการทางกายที่หาสาเหตุไม่พบ เช่น บ่นปวดท้องหรือปวดหัวซ้ำๆ ในช่วงวันที่จะต้องไปโรงเรียน
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ร้องไห้ง่าย หรือเก็บตัวเงียบไม่ร่าเริงเหมือนเก่า

ต้นเหตุของความเครียดที่ซ่อนอยู่ใกล้ตัว

ความเครียดในเด็กไม่ได้เกิดจากเรื่องใหญ่ระดับโลกเสมอไป บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าเป็นเรื่องปกติ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนจิตใจเด็กได้

  • ความสัมพันธ์ในครอบครัว เช่น การทะเลาะเบาะแว้งของผู้ใหญ่ หรือการแยกทางกัน
  • ความกดดันจากความคาดหวัง เช่น การถูกเปรียบเทียบกับพี่น้อง หรือการต้องเป็นเด็กเก่งที่สอบได้คะแนนสูงตลอดเวลา
  • การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้เด็กรู้สึกไร้ที่พึ่งและหวาดกลัว
  • สภาพแวดล้อมที่ไม่มั่นคง เช่น การย้ายบ้านบ่อย หรือการขาดคนดูแลที่ใกล้ชิดและเข้าใจ

ทำอย่างไรเมื่อลูกกำลังเผชิญกับภาวะเครียดสะสม

การช่วยเหลือเด็กที่มีภาวะเครียดสะสม ไม่ใช่การบอกให้เขาสู้หรือบอกว่าเรื่องแค่นี้เอง แต่คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เขาได้ระบายความรู้สึก

  • เป็นผู้ฟังที่ดีโดยไม่ตัดสิน: รับฟังสิ่งที่ลูกพูดด้วยความเข้าใจ ไม่รีบขัดหรือรีบสั่งสอน ให้เขาได้ระบายความในใจออกมาให้หมด
  • สร้างตารางเวลาที่ยืดหยุ่น: อย่าอัดแน่นด้วยกิจกรรมเสริมมากเกินไป เด็กต้องการเวลาเล่นอิสระเพื่อผ่อนคลายสมอง
  • สอนให้ลูกรู้จักอารมณ์ตัวเอง: ช่วยเขาระบุว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร เช่น รู้สึกกลัว รู้สึกผิดหวัง หรือรู้สึกอึดอัด เพื่อให้เขารู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง
  • ให้ความรักและความอบอุ่นนำทาง: การกอดหรือการใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันโดยไม่มีหน้าจอมาเกี่ยวข้อง ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกายเด็กได้อย่างดีเยี่ยม

เมื่อไหร่ที่ควรพาเด็กไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

หากลองปรับบรรยากาศในบ้านแล้ว แต่อาการของลูกยังไม่ดีขึ้น หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง เช่น มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง ทำร้ายผู้อื่น หรือมีความซึมเศร้าอย่างชัดเจน การพาลูกไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการหาเครื่องมือช่วยให้ลูกผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตอย่างมั่นคง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down