ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกของเรากำลังแบกรับความเครียดเกินวัยอยู่หรือเปล่า

หลายครั้งที่พ่อแม่มักมองว่าเด็กไม่มีเรื่องให้เครียด เพราะชีวิตมีแค่เรื่องเรียนกับเล่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะเครียดสะสมในวัยเด็กเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงและส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอย่างมหาศาล ความเครียดในเด็กไม่ได้มาจากเรื่องใหญ่โตเสมอไป บางครั้งมันอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน หรือความคาดหวังที่ผู้ใหญ่วางไว้จนเด็กแบกรับไม่ไหว

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรสังเกต

เมื่อเด็กต้องเจอกับความเครียดต่อเนื่องเป็นเวลานาน ร่างกายและจิตใจจะแสดงออกผ่านพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยที่เราอาจไม่ทันเอะใจว่าเป็นเรื่องของความเครียด:

  • มีอาการทางกายที่หาสาเหตุจากโรคไม่ได้ เช่น ปวดท้องบ่อย ปวดหัว หรือมีอาการสะดุ้งผวา
  • พฤติกรรมถดถอย เช่น กลับมาดูดนิ้ว ปัสสาวะรดที่นอน หรือติดแม่มากกว่าปกติ
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือดูเศร้าซึม เก็บตัว ไม่ร่าเริงเหมือนเก่า
  • ประสิทธิภาพในการเรียนลดลง ขาดสมาธิ หรือทำผลการเรียนตกลงอย่างเห็นได้ชัด

ทำไมความเครียดถึงส่งผลเสียต่อสมองเด็กในระยะยาว

เมื่อเด็กอยู่ในภาวะเครียดสะสม สมองจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง หากปล่อยทิ้งไว้นาน ฮอร์โมนเหล่านี้จะเข้าไปรบกวนระบบการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความคิด ส่งผลให้เด็กมีปัญหาในการควบคุมตัวเอง มีทักษะการตัดสินใจที่ลดลง และอาจนำไปสู่ภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้าเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

ต้นตอความเครียดที่คนใกล้ตัวมักมองข้าม

ความคาดหวังที่สูงเกินไปจากครอบครัว

เมื่อเด็กต้องทำตามความต้องการของพ่อแม่ตลอดเวลา จนไม่มีพื้นที่ให้เป็นตัวเอง ความกดดันนี้จะค่อยๆ ก่อตัวเป็นความเครียดสะสมที่ทำลายความภาคภูมิใจในตนเอง

ปัญหาความสัมพันธ์ภายในบ้าน

การทะเลาะเบาะแว้งของพ่อแม่ หรือบรรยากาศที่ไม่ปลอดภัยในบ้าน เป็นปัจจัยกระตุ้นความเครียดที่รุนแรงที่สุดสำหรับเด็ก เพราะบ้านคือพื้นที่ปลอดภัยแรกของชีวิต

รับมืออย่างไรเมื่อรู้ว่าลูกกำลังแบกความเครียด

การแก้ไขไม่ได้อยู่ที่การสอนหรือตำหนิ แต่อยู่ที่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกได้ระบายความรู้สึก:

  • รับฟังโดยไม่ตัดสิน ให้เวลาลูกได้พูดในสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆ โดยที่ผู้ใหญ่ไม่รีบเข้าไปสั่งสอนหรือสรุปความ
  • ปรับลดกิจกรรมที่แน่นเกินไป ให้เด็กได้มีเวลาว่างได้เล่นอย่างอิสระตามวัย
  • เป็นแบบอย่างที่ดีในการจัดการความเครียด เมื่อพ่อแม่รู้จักรับมือกับความเครียดอย่างใจเย็น ลูกจะเรียนรู้วิธีจัดการอารมณ์จากสิ่งนั้น
  • ใส่ใจสุขภาพกายและการนอนหลับ เพราะการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอจะยิ่งเพิ่มระดับความเครียดในสมองเด็กให้สูงขึ้น

เมื่อไหร่ที่ต้องพาเด็กไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

หากสังเกตว่าลูกมีการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมอย่างรุนแรงจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น ไม่ยอมไปโรงเรียน หวาดกลัวผิดปกติ หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง อย่ารอนานจนเกินไป การพาไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการหาเครื่องมือช่วยให้ลูกผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ เพื่อให้เขากลับมาเติบโตได้อย่างสมวัยและมีความสุขอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down