ตู้เย็นที่บ้านมีไข่และถั่ว แต่ทำไมพอกินเข้าไปแล้วร่างกายถึงประท้วง?
เวลาที่เรานั่งกินข้าวกันพร้อมหน้า เคยสงสัยไหมว่าทำไมอาหารธรรมดาอย่างไข่เจียวร้อนๆ หรือถั่วคั่วเคี้ยวเพลิน ถึงกลายเป็นผู้ร้ายตัวฉกาจที่ทำให้ใครหลายคนหายใจไม่ออก ผื่นขึ้นเต็มตัว หรือถึงขั้นช็อกจนต้องหามส่งโรงพยาบาล อาหารสองอย่างนี้เป็นโปรตีนใกล้ตัวที่เราเจอกันทุกวัน แต่สำหรับบางคน ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายกลับมองว่าโปรตีนเหล่านี้เป็นสิ่งแปลกปลอมอันตราย และลุกขึ้นมาสู้ยิบตาจนเกิดอาการแพ้ขึ้นมา
ภูมิคุ้มกันเข้าใจผิด: กลไกเบื้องหลังอาการแพ้ไข่และถั่ว
ลองนึกภาพว่าระบบภูมิคุ้มกันของเราคือทหารยามเฝ้าประตูเมือง ปกติแล้วทหารยามจะรู้จักว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรู แต่สำหรับคนที่มีภาวะภูมิแพ้ ทหารยามกลุ่มนี้เกิดอาการระแวงเกินเหตุ พอโปรตีนจากไข่หรือถั่วเดินทางเข้าสู่ร่างกาย ทหารยามตัวร้ายที่ชื่อว่าภูมิต้านทานชนิด IgE จะพุ่งเข้าไปจับและสั่งปล่อยสารเคมีอย่างฮีสตามีนออกมา
สารฮีสตามีนตัวนี้แหละที่เป็นตัวการทำให้เกิดอาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของหลอดเลือด การบวมตามเนื้อเยื่อ หรือการหดเกร็งของหลอดลม ซึ่งความรุนแรงก็มีตั้งแต่คันยุบยิบไปจนถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายของแต่ละคนตอบสนองมากน้อยแค่ไหน
หน้าตาของอาการแพ้: สังเกตอย่างไรว่าแพ้ไข่หรือแพ้ถั่วจริง
อาการแพ้อาหารไม่ได้แสดงออกเหมือนกันทุกคน และความเร็วในการแสดงอาการก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องระวัง โดยทั่วไปเรามักจะแบ่งความผิดปกติออกเป็นกลุ่มอาการเหล่านี้
- ผิวหนังส่งสัญญาณเตือน: เริ่มจากอาการคันยิบๆ ตามตัว มีผื่นลมพิษแดงๆ ขึ้นตามหน้า คอ หรือลำตัว บางคนปากบวม ตาบวม ชนิดที่เรียกว่าตื่นมาตกใจหน้าตาตัวเอง
- ระบบทางเดินอาหารปั่นป่วน: กินเข้าไปปุ๊บ เริ่มปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือบางคนท้องเสียยกใหญ่ เหมือนร่างกายพยายามขับของออกให้เร็วที่สุด
- ทางเดินหายใจมีปัญหา: คัดจมูก น้ำ ูกไหล จามไม่หยุด หรือหนักหน่อยคือหายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก รู้สึกเหมือนลมหายใจเข้าได้ไม่เต็มปอด
- อาการรุนแรงขั้นวิกฤต: ความดันโลหิตตกฮวบ เวียนหัว หน้ามืด ชีพจรเต้นเร็วและอ่อน ซึ่งถือเป็นภาวะช็อกจากการแพ้รุนแรงที่ต้องได้รับการช่วยเหลือทันที
ความต่างระหว่างการแพ้ไข่ขาวกับไข่แดง
สำหรับคนที่แพ้ไข่ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเราไม่ได้แพ้ทั้งฟองเสมอไป โปรตีนที่เป็นตัวการหลักมักจะซ่อนอยู่ในไข่ขาว มากกว่าไข่แดง ดังนั้น บางคนอาจจะกินขนมที่มีไข่แดงเป็นส่วนประกอบได้ แต่พอเจอไข่ขาวเข้าไปนิดเดียวก็ออกอาการทันที ยิ่งถ้าผ่านความร้อนสูง เช่น อบจนสุกเกรียม โครงสร้างโปรตีนบางตัวอาจจะเปลี่ยนไปจนทำให้บางคนแพ้น้อยลง แต่สำหรับบางคน ต่อให้สุกแค่ไหนก็ยังอันตรายอยู่ดี
ถั่วลิสงกับถั่วเปลือกแข็ง: ความเข้าใจผิดที่อันตรายกว่าที่คิด
เวลาพูดถึงเรื่องแพ้ถั่ว คนมักจะสับสนระหว่างถั่วลิสง ซึ่งจริงๆ แล้วจัดอยู่ในกลุ่มพืชตระกูลถั่วหรือพืชล้มลุก กับถั่วเปลือกแข็งอย่างอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือวอลนัท ความจริงคืออาการแพ้ถั่วลิสงมักจะมีความรุนแรงสูงกว่าและอยู่ติดตัวไปตลอดชีวิต มากกว่าถั่วชนิดอื่นๆ และที่น่ากลัวคือ ถั่วเหล่านี้มักแอบแฝงอยู่ในขนม เบเกอรี่ หรือน้ำซอสต่างๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว ทำให้การหลีกเลี่ยงทำได้ยากกว่าไข่
วิธีตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาจากแพทย์
ถ้ารู้สึกว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการแปลกๆ ทุกครั้งที่กินไข่หรือถั่ว สิ่งที่ควรทำคือการมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาส สาเหตุที่แท้จริง แพทย์อาจจะใช้วิธีทดสอบทางผิวหนัง หรือเจาะเลือดหาปริมาณสารภูมิต้านทานจำเพาะ เพื่อยืนยันให้แน่ชัดว่าแพ้ตัวไหน และแพ้อยู่ในระดับความรุนแรงเท่าไหร่
เมื่อรู้แน่ชัดแล้ว การหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นต้นเหตุคือหัวใจสำคัญที่สุด พร้อมทั้งต้องฝึกนิสัยการอ่านฉลากโภชนาการหลังซองสินค้าทุกครั้ง และสำหรับคนที่มีประวัติแพ้รุนแรง แพทย์อาจจะพิจารณาจ่ายยาฉีดแอดรินาลีนพกติดตัวไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้ชีวิตประจำวัน