ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยวัยแบเบาะมาตรวจที่คลินิกด้วยอาการหายใจครืดคราด เสียงดังเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ในลำคอ หมอมักจะสัมผัสได้ถึงความกังวลใจอย่างมาก เพราะทารกยังพูดบอกเราไม่ได้ และยังไม่สามารถไอเอาเสมหะออกมาได้เองเหมือนผู้ใหญ่ การเห็นลูกหายใจไม่สะดวก ย่อมทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่กระสับกระส่ายและนอนไม่หลับไปด้วย

ในฐานะหมอเด็ก หมออยากบอกว่าอาการนี้พบได้บ่อยมาก แต่เราไม่ควรละเลย การเรียนรู้วิธีสังเกตอาการและเข้าใจกลไกการหายใจของลูก จะช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและลดความวิตกกังวลลงได้มาก

ทำไมทารกถึงมีเสมหะง่าย และทำไมเราต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ระบบทางเดินหายใจของทารกแรกเกิดจนถึงวัยเตาะแตะนั้นมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่อยู่หลายประการ หลอดลมของลูกมีขนาดเล็กและแคบมาก หากเปรียบเทียบง่ายๆ หลอดลมของทารกอาจกว้างเท่ากับหลอดกาแฟขนาดเล็กเท่านั้น ดังนั้น เพียงแค่มีเสมหะเหนียวๆ ปริมาณเพียงเล็กน้อยเกาะอยู่ ก็สามารถส่งผลให้หลอดลมตีบแคบลงจนเกิดเสียงครืดคราดและทำให้ลูกหายใจลำบากได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ กล้ามเนื้อทรวงอกและกระบังลมที่ใช้ในการหายใจของทารกยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ แรงไอของลูกจึงน้อยมาก ทำให้ไม่สามารถขับเสมหะที่เหนียวข้นให้ออกมาเองได้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแล เสมหะเหล่านี้อาจอุดกั้นทางเดินหายใจ ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และอาจนำไปสู่การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่างตามมาได้

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้น: ลูกกำลังส่งสัญญาณว่ามีเสมหะคั่งอยู่หรือเปล่า?

ก่อนที่เราจะไปถึงขั้นตอนการประเมินอย่างละเอียด คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ประสาทสัมผัสง่ายๆ ในการสังเกตลูกน้อยในชีวิตประจำวันได้ดังนี้

สังเกตจากเสียงหายใจและการสั่นสะเทือนเวลาอุ้ม

ลองแนบหูเข้าไปใกล้ๆ บริเวณหน้าอกหรือหลังของลูกขณะที่เขากำลังนอนราบ หากมีเสมหะคั่งอยู่ คุณจะได้ยินเสียงครืดคราดชัดเจน หรือเมื่อเวลาอุ้มลูกเข้าอกและใช้ฝ่ามือทาบเบาๆ ที่แผ่นหลังของลูก จะสามารถรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ คล้ายกับมีฟองอากาศแตกตัวอยู่ข้างใน ซึ่งเป็นสัญญาณเด่นชัดว่ามีเสมหะสะสมอยู่ในหลอดลม

จังหวะการดูดนมและการนอนที่เปลี่ยนไป

ทารกใช้จมูกในการหายใจเป็นหลักขณะดูดนม หากทางเดินหายใจมีเสมหะคั่งอุดกั้น ลูกจะมีอาการดูดนมไปชั่วครู่แล้วต้องปล่อยเต้าหรือจุกนมเพื่อหายใจทางปากแทน ส่งผลให้ลูกกินนมได้น้อยลง หงุดหงิดง่าย และนอนหลับไม่สนิทเนื่องจากหายใจไม่สะดวกในเวลานอนราบ

วิธีประเมินภาวะเสมหะคั่งและอุดกั้นทางเดินหายใจในเด็กเล็ก

เมื่อพบว่าลูกมีอาการคล้ายมีเสมหะ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำเป็นลำดับถัดไปคือ **การประเมินภาวะเสมหะคั่งและอุดก**ั้นทางเดินหายใจอย่างเป็นระบบ เพื่อดูความรุนแรงของอาการ โดยหมอแนะนำให้ประเมินตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • ประเมินอัตราการหายใจ: สังเกตการขึ้นลงของหน้าอกหรือหน้าท้องของลูกขณะที่เขากำลังนอนนิ่งๆ หรือหลับสนิท นับเป็นเวลา 1 นาทีเต็ม หากทารกอายุต่ำกว่า 2 เดือน หายใจเร็วกว่า 60 ครั้งต่อนาที หรือทารกอายุ 2-11 เดือน หายใจเร็วกว่า 50 ครั้งต่อนาที ถือว่าเข้าข่ายหายใจเร็วผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากทางเดินหายใจถูกอุดกั้น
  • สังเกตลักษณะหน้าอกเวลาหายใจ: ในภาวะปกติ หน้าอกและท้องของทารกจะขยับขึ้นลงพร้อมๆ กันอย่างสม่ำเสมอ แต่หากมีภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ ลูกต้องใช้แรงในการหายใจมากขึ้น จะสังเกตเห็นบริเวณใต้ซี่โครง ซอกคอ หรือร่องอกบุ๋มลงไปอย่างชัดเจนขณะหายใจเข้า
  • สังเกตสีผิวและริมฝีปาก: ตรวจดูรอบๆ ริมฝีปาก ปลายมือ และปลายเท้าของลูกในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ หากพบว่ามีสีคล้ำซีด หรือเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ แสดงว่าร่างกายกำลังขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง

สัญญาณเตือนอันตราย: อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที

หากคุณพ่อคุณแม่ทำการประเมินเบื้องต้นแล้วพบอาการดังต่อไปนี้ข้อใดข้อหนึ่ง หมอขอแนะนำว่าอย่านิ่งนอนใจและไม่ควรรอเวลา ให้รีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในทันที

  • ลูกมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมเล่น ไม่ยอมสบตา หรือในทางกลับกันคือร้องไห้งอแงไม่หยุดและไม่สามารถปลอบให้สงบได้
  • มีอาการอกบุ๋ม ซี่โครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขยับตามจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างรุนแรง
  • มีเสียงหายใจดังวี๊ด (Wheezing) หรือมีเสียงคราง (Grunting) ออกมาตอนที่ลูกหายใจออก
  • ปฏิเสธการกินนมโดยสิ้นเชิง หรือกินได้น้อยลงกว่าครึ่งหนึ่งของปกติจนปัสสาวะออกน้อยและมีสีเข้ม
  • ริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้ามีสีพิมพ์เขียวหรือซีดเซียว

วิธีช่วยระบายเสมหะเบื้องต้นเพื่อให้ลูกน้อยหายใจสบายขึ้น

สำหรับกรณีที่ประเมินแล้วพบว่าลูกยังมีอาการดี ร่าเริง กินนมได้ปกติ แต่มีเสียงเสมหะครืดคราดกวนใจ คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยบรรเทาอาการและระบายเสมหะให้ลูกที่บ้านได้ด้วยวิธีปลอดภัยดังนี้

เริ่มจากการเพิ่มความชุ่มชื้นในทางเดินหายใจ หากห้องนอนเปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นและแห้งเกินไป ควรปรับอุณหภูมิให้อุ่นขึ้นเล็กน้อย หรือใช้เครื่องพ่นละอองไอน้ำเพื่อช่วยให้เสมหะที่เหนียวข้นอ่อนตัวลง การหมั่นให้ลูกดื่มนมแม่บ่อยขึ้นทีละน้อยก็เป็นวิธีช่วยละลายเสมหะที่ดีมาก เนื่องจากในน้ำนมแม่มีสารอาหารและน้ำที่เป็นตัวทำละลายตามธรรมชาติ

หากสังเกตเห็นว่าน้ำมูกหรือเสมหะอุดตันอยู่ที่รูจมูกส่วนหน้า การหยดน้ำเกลือปราศจากเชื้อสำหรับล้างจมูก (0.9% Normal Saline) หยดลงในรูจมูกของลูกข้างละ 1-2 หยด จะช่วยให้น้ำมูกนิ่มลง จากนั้นจึงใช้ลูกยางแดงค่อยๆ สอดเข้าไปดูดน้ำมูกและเสมหะส่วนเกินออกอย่างเบามือ วิธีนี้จะช่วยเคลียร์ทางเดินหายใจส่วนบนให้โล่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ลูกดูดนมและนอนหลับได้สบายตัวยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ หมออยากเน้นย้ำว่าสัญชาตญาณของพ่อแม่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากรู้สึกว่าการหายใจของลูกดูแปลกไปหรือรู้สึกไม่สบายใจ การพามาพบแพทย์เพื่อตรวจฟังเสียงปอดและรับคำแนะนำอย่างถูกต้อง คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเจ้าตัวเล็กเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down