ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตื่นมาแล้วเสียงแหบ เจ็บคอเรื้อรัง ทั้งที่ไม่ได้เป็นหวัด

เวลาที่มีคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการเสียงแหบเรื้อรัง เจ็บคอตอนตื่นนอน หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอ สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงมักจะเป็นเรื่องการใช้เสียงเยอะ หรือการเป็นหวัดเรื้อรัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีคนไข้จำนวนไม่น้อยเลยครับที่ตรวจพบว่าต้นเหตุที่แท้จริงมาจาก ภาวะกรดไหลย้อนที่ส่งผลกระทบต่อ บริเวณกล่องเสียงและสายเสียงโดยตรง ซึ่งอาการเหล่านี้มีความแตกต่างจากโรคกรดไหลย้อนแบบที่เราคุ้นเคยกันดีอย่างโรคแสบร้อนกลางอกพอสมควร

ทำไมกรดในกระเพาะถึงเดินทางมาทำร้ายเสียงของเราได้

ปกติแล้วเวลาเราพูดถึงกรดไหลย้อน เรามักจะนึกถึงอาการแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่หรือหน้าอกใช่ไหมครับ แต่สำหรับกรณีที่กรดขึ้นมาถึงคอและกล่องเสียง กลไกมันจะต่างออกไปนิดหน่อย ตรงที่กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารสามารถไหลย้อนขึ้นมาสูงจนถึงระดับลำคอในเวลากลางคืนขณะที่เรานอนราบ หรือแม้แต่ในเวลากลางวัน ซึ่งเยื่อบุบริเวณกล่องเสียงและสายเสียงนั้นบอบบางมาก ไม่มีชั้นเมือกหนาๆ คอยปกป้องเหมือนกับกระเพาะอาหาร เมื่อโดนกรดหรือแม้แต่ไอระเหยของกรดเพียงเล็กน้อย ก็เกิดการระคายเคือง บวมแดง และอักเสบได้ง่ายมากๆ แล้วครับ

สัญญาณเตือนภัยที่ฟ้องว่าสายเสียงกำลังโดนกรดทำร้าย

อาการเตือนของภาวะนี้มักจะแอบซ่อนอยู่จนเรานึกไม่ถึง ลองสังเกตตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้อยู่บ้างหรือเปล่า

  • เสียงแหบ โดยเฉพาะเวลาตื่นนอนตอนเช้า แล้วเสียงจะค่อยๆ ดีขึ้นระหว่างวัน
  • รู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ในคอ ตลอดเวลา กลืนน้ำลายลำบากแต่ไม่ได้เจ็บคอแบบคออักเสบ
  • ไอเรื้อรัง ไอกระแอมบ่อยๆ โดยไม่มีเสมหะ เหมือนมีอะไรติดคอ
  • เจ็บคอ แสบคอ หรือระคายคอเรื้อรัง รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายขาด
  • ต้องพยายามกระแอมไอเพื่อเคลียร์เสียงบ่อยๆ ระหว่างวัน

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อปกป้องสายเสียงจากกรด

ถ้าเริ่มสังเกตว่าตัวเองมีอาการเข้าข่าย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันคือหัวใจสำคัญที่สุดที่จะช่วยลดการระคายเคืองที่สายเสียงได้ครับ

  • หลีกเลี่ยงการนอนราบทันทีหลังทานอาหารเสร็จ ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
  • ปรับหัวเตียงให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมาในช่วงเวลานนอน
  • งดอาหารและเครื่องดื่มที่ไปกระตุ้นการหลั่งกรด เช่น อาหารรสจัด ของทอด ของมัน ชา กาแฟ น้ำอัดลม และแอลกอฮอล์
  • แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ แต่ทานบ่อยขึ้น แทนการอัดแน่นในมื้อเดียว
  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป เพราะจะไปกดทับช่องท้อง

เมื่อไหร่ถึงควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจกล่องเสียงอย่างละเอียด

หากลองปรับพฤติกรรมเบื้องต้นแล้ว อาการเสียงแหบหรือระคายคอเรื้อรังยังไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ แนะนำว่าควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างจริงจังครับ โดยแพทย์อาจจะต้องใช้กล้องส่องตรวจบริเวณลำคอและกล่องเสียง เพื่อดูสภาพความบวมแดงของสายเสียงให้แน่ชัด เพราะอาการเสียงแหบนั้นนอกจากกรดไหลย้อนแล้ว ยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้อีกหลายอย่าง การตรวจให้รู้แน่ชัดจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุดและกลับมามีเสียงที่สดใสเป็นปกติได้เร็วขึ้นครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down