ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภาวะเครียดสะสมเรื้อรัง คืออะไรและทำไมเราถึงไม่ควรมองข้าม

หลายครั้งที่คนไข้มักเดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการนอนไม่หลับ ปวดหัวเรื้อรัง หรือรู้สึกเหนื่อยล้าแม้จะนอนพักมาทั้งคืน หลายคนมักโทษว่าเป็นเพราะงานหนักหรือพักผ่อนน้อย แต่แท้จริงแล้วต้นตอของปัญหาอาจมาจาก ภาวะเครียดสะสมเรื้อรัง ที่กัดกินสุขภาพเรามานานโดยไม่รู้ตัว ความเครียดไม่ใช่เรื่องผิดปกติหากเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวแล้วหายไป แต่เมื่อไรที่มันเกาะติดเราอยู่นานนับสัปดาห์หรือเป็นเดือน ร่างกายจะเข้าสู่โหมดเอาตัวรอดตลอดเวลา จนระบบภายในเริ่มรวนและส่งสัญญาณเตือนออกมา

สัญญาณเตือนจากร่างกายที่บอกว่าเรากำลังแบกรับความเครียดมากเกินไป

ร่างกายคนเราสื่อสารผ่านอาการต่างๆ หากใครเริ่มมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ควรหยุดทบทวนตัวเองว่ามีความเครียดสะสมหรือไม่:

  • มีอาการปวดหัว ปวดคอ บ่า ไหล่ หรือปวดหลังแบบหาสาเหตุทางกายภาพไม่ได้
  • ระบบขับถ่ายผิดปกติ เช่น ท้องอืด ท้องผูก หรือลำไส้แปรปรวนบ่อยครั้ง
  • นอนหลับยาก หลับไม่สนิท หรือสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยๆ
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือรู้สึกว่างเปล่าจนไม่อยากทำอะไร
  • ความจำสั้นลง จดจ่อกับงานหรือสิ่งที่ทำอยู่ได้ไม่นาน

กลไกของร่างกายเมื่อความเครียดกลายเป็นนิสัย

เมื่อสมองรับรู้ถึงความเครียด ต่อมหมวกไตจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ในระยะสั้นฮอร์โมนตัวนี้จะช่วยให้เรามีพลัง แต่ถ้าเครียดสะสมเรื้อรัง ฮอร์โมนนี้จะหลั่งออกมามากเกินไปจนส่งผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกัน ระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงการทำงานของหัวใจ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่จัดการ ความเครียดเหล่านี้จะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือแม้แต่โรคซึมเศร้าได้ในที่สุด

วิธีปรับสมดุลและลดความเครียดแบบที่ทำได้จริงในทุกวัน

การจัดการกับความเครียดไม่จำเป็นต้องใช้วิธีที่ซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ เริ่มต้นได้ง่ายๆ ดังนี้:

  • ฝึกหายใจให้เป็นจังหวะ: การหายใจเข้าลึกๆ และผ่อนออกยาวๆ ช่วยปรับการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติให้เข้าสู่โหมดผ่อนคลายได้ทันที
  • ตั้งขอบเขตการทำงาน: รู้จักปฏิเสธเมื่อเกินกำลัง และแยกเวลาส่วนตัวออกจากงานให้ชัดเจน
  • ขยับร่างกายบ้าง: การออกกำลังกายเบาๆ อย่างการเดินหรือยืดเหยียด ช่วยลดฮอร์โมนความเครียดในกระแสเลือดได้อย่างเห็นผล
  • ลดการรับข้อมูลข่าวสาร: ปิดโซเชียลมีเดียหรือข่าวสารลบๆ ก่อนนอน เพื่อให้สมองได้พักอย่างแท้จริง

เมื่อไหร่ที่ความเครียดเกินกำลังและควรปรึกษาหมอ

หากคุณพบว่าวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้นไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น หรือเริ่มมีความรู้สึกอยากทำร้ายตัวเอง การนอนหลับผิดปกติรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือมีความวิตกกังวลจนไม่สามารถควบคุมได้ นั่นเป็นสัญญาณสำคัญว่าคุณต้องการผู้ช่วยมืออาชีพ การพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการให้โอกาสตัวเองได้หาทางออกที่เหมาะสม เพื่อกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down