ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่เราพูดถึงการป้องกันโรค หลายคนมักจะนึกถึงการกินวิตามิน การนอนหลับพักผ่อน หรือการฉีดวัคซีนทั่วไปที่เราคุ้นเคยกันดีตั้งแต่เด็ก แต่ในทางการแพทย์ปัจจุบัน เรามีอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยปกป้องร่างกายได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด นั่นคือเรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันและการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ซึ่งมักจะสร้างความสับสนให้หลายคนอยู่บ่อยๆ ว่ามันต่างจากการฉีดวัคซีนธรรมดาอย่างไร และแบบไหนถึงจะเหมาะกับตัวเราเอง

ในฐานะแพทย์ที่ต้องตอบคำถามคนไข้เรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง วันนี้ผมอยากชวนมาทำความเข้าใจเรื่องระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย พร้อมทั้งไขข้อข้องใจเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป แบบที่เล่าให้ฟังกันง่ายๆ เหมือนนั่งคุยกันที่ห้องตรวจครับ

ภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราทำงานอย่างไร และทำไมถึงต้องมีการช่วยเสริม

ระบบภูมิคุ้มกันเปรียบเสมือนกองทัพทหารที่คอยปกป้องประเทศจากผู้รุกรานอย่างเชื้อโรค ไวรัส และแบคทีเรีย ปกติแล้วร่างกายของเรามีความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเองได้ 2 ทางหลักๆ คือ จากการติดเชื้อแล้วหายเอง หรือจากการกระตุ้นด้วยวัคซีน

แต่ปัญหาคือ ในบางสถานการณ์ ร่างกายของเราไม่สามารถรอเวลาให้ภูมิคุ้มกันธรรมชาติค่อยๆ สร้างขึ้นมาได้ทัน เช่น เมื่อต้องเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงโรคระบาด หรือเมื่อสัมผัสโรคมาแล้วและต้องการการปกป้องแบบเร่งด่วน นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงต้องพึ่งพาตัวช่วยพิเศษอย่างภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป

ความต่างระหว่างวัคซีนทั่วไปกับการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและไม่สับสนเวลาไปรับบริการที่คลินิกหรือโรงพยาบาล เรามาดูความแตกต่างของสองสิ่งนี้กันครับ

  • วัคซีนทั่วไป (Active Immunization): เป็นการฉีดเชื้อโรคที่ตายแล้ว อ่อนฤทธิ์ หรือสารพันธุกรรมของเชื้อเข้าไป เพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของเรา ลุกขึ้นมาสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง ข้อดีคือภูมิคุ้มกันอยู่ได้นาน แต่ข้อจำกัดคือร่างกายต้องใช้เวลาสร้างภูมิต้านทานประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ถึงจะเริ่มทำงานได้เต็มที่
  • ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Passive Immunization): เป็นการฉีดสารภูมิต้านทานหรือแอนติบอดี้ที่สำเร็จรูปแล้วเข้าสู่ร่างกายโดยตรง เปรียบเสมือนการยืมกำลังทหารจากที่อื่นมาช่วยรบในทันที ข้อดีคือออกฤทธิ์ได้ทันทีหลังฉีด ไม่ต้องรอให้ร่างกายสร้างเอง แต่ข้อจำกัดคือภูมิคุ้มกันนี้จะอยู่ในร่างกายได้ระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น (มักจะอยู่ได้เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน)

ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปเหมาะกับใคร และใช้ในสถานการณ์ไหนบ้าง

เนื่องจากตัวภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปนี้มีจุดเด่นเรื่องความรวดเร็วในการออกฤทธิ์ แพทย์จึงมักจะพิจารณาใช้ในกรณีเฉพาะเจาะจง ดังนี้ครับ

  • ผู้ที่เพิ่งสัมผัสโรคติดต่อร้ายแรงและมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า หรือไวรัสตับอักเสบบี ที่ต้องได้รับทั้งวัคซีนและภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (อิมมูโนโกลบูลิน) ร่วมกันในทันทีหลังสัมผัสโรค
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ด้วยตัวเองแม้จะได้รับวัคซีนแล้วก็ตาม
  • ผู้ที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคบางชนิดอย่างเร่งด่วน และไม่มีเวลาเพียงพอให้อวัยวะสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ

ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจรับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป

แม้ว่าการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปจะเป็นทางเลือกที่ดีในการปกป้องร่างกายแบบเร่งด่วน แต่ก็มีข้อควรพิจารณาทางการแพทย์ที่สำคัญเช่นกัน เพราะสารภูมิต้านทานเหล่านี้มักสกัดมาจากเลือดของมนุษย์หรือสัตว์ทดลอง บางครั้งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ และเนื่องจากมันไม่ได้กระตุ้นให้ร่างกายสร้างความจำทางภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง ฤทธิ์ในการป้องกันจึงค่อยๆ ลดลงและหมดไปในที่สุด ต่างจากการฉีดวัคซีนที่ให้ผลระยะยาวมากกว่า

ดูแลสุขภาพพื้นฐานควบคู่ไปกับการเสริมภูมิคุ้มกัน

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวัคซีนหรือการใช้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเสริมทัพให้ร่างกายปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของเราแข็งแรงอย่างยั่งยืน ก็ยังคงเป็นการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และจัดการความเครียด เพราะภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด เริ่มต้นจากร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงจากภายในครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down