ช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่เพิ่งได้อุ้มลูกน้อยกลับบ้าน เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกังวลสารพัดเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการขับถ่ายของเจ้าตัวเล็กที่มีทั้งอึนิ่ม อึเหลว หรือเปลี่ยนสีไปตามนมที่กิน แต่รู้ไหมว่า มีรายละเอียดเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ ความสำคัญของการสังเกตลักษณะและสีของอึลูกน้อยในแต่ละวัน เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบจากโรคทางเดินน้ำดีพิการแต่กำเนิดที่ต้องรีบรู้ก่อนจะสายเกินแก้
อุจจาระทารกแรกเกิด หน้าตาปกติควรเป็นอย่างไร?
ในขวบปีแรกหรือช่วงเดือนแรก ชีวิตของลูกน้อยวนเวียนอยู่กับการกินและนอน สิ่งที่ตามมาคือการเปลี่ยนผ้าอ้อมนับครั้งไม่ถ้วน สำหรับทารกแรกเกิด อึครั้งแรกจะมีลักษณะเหนียวข้น สีเขียวเข้มเกือบดำที่เราเรียกกันว่าขี้เทา ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา
หลังจากนั้น เมื่อทารกเริ่มได้รับนมไม่ว่าจะเป็นนมแม่หรือนมผง สีของอึจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง สีมัสตาร์ด หรือสีเขียวอ่อน ลักษณะจะมีความเหลวหรือเป็นเม็ดมะยมปนอยู่บ้าง สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ควรเปิดดูผ้าอ้อมของลูกทุกครั้งและจดจำหน้าตาของอึปกติไว้ เพื่อที่จะได้รู้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น
สัญญาณเตือนภัย: อึสีซีดแบบไหนที่หมอเป็นห่วง?
หากวันหนึ่งเปิดผ้าอ้อมออกมาแล้วพบว่าอึของลูกเปลี่ยนเป็นสีขาว สีเทา สีเหลืองอ่อนเหมือนสีปูนปลาสเตอร์ หรือสีซีดจางลงจนคล้ายสีโคลน นี่ไม่ใช่เรื่องปกติเด็ดขาด! สีที่ซีดผิดปกตินี้บ่งบอกว่าน้ำดีไม่สามารถไหลลงสู่ลำไส้ได้ตามปกติ ซึ่งเป็นอาการแสดงที่สำคัญของโรคท่อน้ำดีตีบตันแต่กำเนิด (Biliary Atresia)
น้ำดีมีหน้าที่ช่วยย่อยไขมันและให้สีเหลืองแก่ปัสสาวะและอุจจาระ เมื่อท่อน้ำดีตีบตัน น้ำดีจึงคั่งอยู่ในตับ ทำให้ตับอักเสบ เกิดภาวะตัวเหลืองตาเหลือง และอุจจาระกลายเป็นสีซีดในที่สุด หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ตับจะถูกทำลายจนเกิดภาวะตับแข็งภายในเวลาไม่กี่เดือน
เทียบสีอึลูกกับแผ่นเทียบสีอุจจาระมาตรฐาน
กระทรวงสาธารณสุขและกุมารแพทย์ทั่วประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก จนมีการจัดทำ แผ่นเทียบสีอุจจาระทารก แจกให้กับคุณแม่ทุกคนตั้งแต่ตอนคลอดที่โรงพยาบาล แผ่นนี้จะมีเฉดสีอึตั้งแต่เบอร์ปกติไปจนถึงเบอร์ซีดอันตราย
การใช้แผ่นเทียบสีนี้ทาบเทียบกับอึของลูกในแสงธรรมชาติ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้มากขึ้นว่าอึของลูกอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องพบแพทย์หรือไม่ หากเทียบแล้วตรงกับกลุ่มสีซีด เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 3 ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดนัดฉีดวัคซีน
อาการร่วมอื่นๆ ที่ต้องสังเกตคู่ไปกับสีอึ
นอกจากเรื่องสีอุจจาระแล้ว คุณหมอยังอยากให้สังเกตอาการอื่นๆ ที่มักมาคู่กัน ซึ่งจะช่วยยืนยันความผิดปกติของระบบทางเดินน้ำดีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- ภาวะตัวเหลืองที่นานเกินไป: ทารกแรกเกิดอาจมีตัวเหลืองได้บ้าง แต่ควรหายไปภายในสองสัปดาห์ หากลูกอายุเกิน 2 สัปดาห์แล้วยังมีตาเหลืองตัวเหลืองอยู่ ต้องระวัง
- สีปัสสาวะเข้มจัด: สังเกตว่าปัสสาวะของลูกมีสีเหลืองเข้มเหมือนชาเข้มๆ หรือสีโค้ก ทั้งที่ดื่มนมปกติ นั่นเพราะร่างกายพยายามขับสารสีน้ำดีออกทางไต
- ท้องป่องตับโต: เมื่อคลำหน้าท้องลูกเบาๆ อาจรู้สึกว่าท้องแน่นขึ้น หรือคลำพบก้อนใต้ชายโครงขวา ซึ่งเกิดจากตับที่เริ่มโตจากการคั่งของน้ำดี
เวลาคือชีวิต: ทำไมการผ่าตัดเร็วถึงดีที่สุด?
โรคท่อน้ำดีอุดตันแต่กำเนิดไม่ใช่โรคที่หายเองได้ด้วยการกินยา และไม่สามารถรอให้โตแล้วค่อยรักษา ช่วงเวลาทองหรือ Golden Period ในการผ่าตัดเพื่อเปิดทางเดินน้ำดี (Kasai Operation) คือ ก่อนทารกอายุครบ 60 วัน หรือสองเดือนแรกของชีวิต
ยิ่งผ่าตัดเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่ตับจะกลับมาทำงานได้ดีและไม่ต้องปลูกถ่ายตับในอนาคตก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น หากมาช้าเกินไป ตับจะเสียหายถาวร แม้จะผ่าตัดเปิดทางเดินน้ำดีแล้วก็อาจไม่ทันการณ์ ดังนั้น การที่คุณพ่อคุณแม่หมั่นสังเกตสีอึทุกวันตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล จึงเปรียบเสมือนการช่วยชีวิตลูกน้อยด้วยมือของตัวเอง
สรุป
การเลี้ยงลูกน้อยอาจทำให้เหนื่อยล้าจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แต่การสละเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเพื่อสำรวจผ้าอ้อมของลูกทุกครั้งที่เปลี่ยน มีคุณค่ามหาศาลต่อสุขภาพของเขา จำไว้เสมอว่าอึสีเหลืองทองคือสัญญาณของความปกติ แต่อึสีซีดคือสัญญาณเตือนภัยที่ต้องรีบปรึกษากุมารแพทย์ทันที อย่ารอช้าเด็ดขาดเพราะทุกวันมีค่าสำหรับตับของลูกน้อย