เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกมาตรวจพัฒนาการที่คลินิก คำถามหนึ่งที่มักจะมาพร้อมกับความกังวลใจเสมอคือ ลูกเป็นออทิสติกหรือเปล่า บางคนสังเกตว่าลูกเรียกไม่ค่อยหัน ไม่ค่อยสบตา หรือพูดช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน ความกังวลเหล่านี้ทำให้หมอเข้าใจดีว่าหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่นั้นรู้สึกอย่างไร วันนี้หมอเลยอยากชวนมาคุยกันสบายๆ ถึงเรื่อง ภาวะความผิดปกติของออทิสติกสเปกตรัม เพื่อให้เราเข้าใจน้องๆ ได้ดีขึ้น และรู้ว่าควรเริ่มต้นดูแลพวกเขาอย่างไร
ทำไมถึงเรียกว่า ออทิสติกสเปกตรัม และหน้าตาอาการเป็นอย่างไร?
คำว่า สเปกตรัม เป็นกุญแจสำคัญที่อยากให้ทุกคนเข้าใจก่อนครับ มันหมายถึงความกว้าง ไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนที่เป็นจะมีอาการเหมือนกันเป๊ะ บางคนอาจจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารและการเข้าสังคมชัดเจน แต่บางคนก็มีความสามารถพิเศษเฉพาะตัวโดดเด่น หรือบางคนพูดได้ปกติแต่มีมุมมองความคิดและวิธีเข้าหาคนอื่นที่ไม่เหมือนคนทั่วไป
อาการหลักๆ ที่หมอมักจะเจอและอยากให้สังเกตกัน ได้แก่:
- เรื่องการสื่อสารและการเข้าสังคม: น้องอาจจะไม่ค่อยสบตาเวลาคุยด้วย เรียกชื่อแล้วไม่ค่อยหัน เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัว ไม่ค่อยรู้จักการใช้อารมณ์ร่วมหรือเล่นสมมติกับเพื่อนๆ
- พฤติกรรมและความสนใจที่จำกัด: ชอบทำอะไรซ้ำๆ เช่น หมุนตัว เคาะสิ่งของ เรียงของเป็นระเบียบเป๊ะ หรือยึดติดกับกิจวัตรประจำวันเดิมๆ ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจะหงุดหงิดง่าย
- การตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัว: บางคนไวต่อเสียงดัง แสงจ้า หรือสัมผัสบางประเภทจนเกินไป เช่น ปิดหูทุกครั้งเวลาได้ยินเสียงเครื่องปั่น หรือไม่ยอมใส่เสื้อผ้าบางเนื้อผ้าเพราะรู้สึกคัน
ลูกน้อยวัยไหนที่เราควรเริ่มสังเกตความผิดปกติ?
หลายคนถามหมอว่าเราจะรู้ได้เร็วแค่ไหน โดยทั่วไปแล้ว เราเริ่มสังเกตสัญญาณเตือนได้ตั้งแต่ช่วงขวบปีแรกครับ เด็กในวัยนี้ควรจะเริ่มยิ้มตอบ ส่งเสียงอ้อแอ้ ยื่นมือมาให้เราอุ้ม หรือหันตามเสียงเรียกแล้ว หากน้องอายุ 12 เดือนแล้วยังไม่มีการสื่อสารแบบออ่นโยน เช่น ไม่ชี้ของ ไม่โบกมือบ๊ายบาย หรืออายุ 24 เดือนแล้วยังพูดเป็นคำที่มีความหมายไม่ได้ หรือพูดคำเดี่ยวๆ ไม่ได้เลย อันนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ควรพามาปรึกษาคุณหมอพัฒนาการเด็กเพื่อประเมินความพร้อมได้เลย
ลูกเป็นออทิสติกสเปกตรัมแล้ว ชีวิตเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป?
สิ่งแรกที่หมอมักจะบอกคุณพ่อคุณแม่เสมอคือ ออทิสติกไม่ใช่โรคที่รักษาให้หายขาดเหมือนไข้หวัด แต่เป็นความแตกต่างทางระบบประสาทและพัฒนาการที่ติดตัวเขามา ดังนั้น เป้าหมายของเราจึงไม่ใช่การแก้ให้เขาเหมือนเด็กทั่วไปทุกอย่าง แต่เป็นการช่วยปลดล็อกศักยภาพของเขาออกมาให้มากที่สุด เพื่อให้เขาเติบโตไปใช้ชีวิต พึ่งพาตัวเอง และมีความสุขในสังคมได้ตามวิถีของเขา
วิธีดูแลและช่วยเหลือเมื่อลูกอยู่ในกลุ่มสเปกตรัมนี้
ข่าวดีคือ ยิ่งเราตรวจพบเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่น้องจะพัฒนาและปรับตัวได้ดีก็จะมีสูงมาก การดูแลรักษาจะเน้นไปที่ทีมสหวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอพัฒนาการ นักจิตวิทยา นักกิจกรรมบำบัด และครูการศึกษาพิเศษ
- การกระตุ้นพัฒนาการและการสื่อสาร: ฝึกทักษะการพูด การเข้าใจภาษา และการอ่านภาษากายของผู้อื่น
- กิจกรรมบำบัด: ช่วยเรื่องการรับความรู้สึกและการควบคุมอารมณ์ รวมถึงการฝึกทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่
- การปรับพฤติกรรมในครอบครัว: คุณพ่อคุณแม่คือคนที่อยู่กับลูกนานที่สุด หมอจะช่วยแนะนำวิธีสื่อสารที่เข้าใจง่าย การสร้างกิจวัตรที่สม่ำเสมอ และการรับมือเวลาน้องมีอารมณ์หงุดหงิดหรืออาละวาด
ท้ายที่สุดนี้ หมออยากบอกว่าการมีลูกที่เป็น ภาวะความผิดปกติของออทิสติกสเปกตรัม อาจจะไม่ได้แปลว่าเส้นทางข้างหน้าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันคือการเดินทางที่เราจะได้เรียนรู้โลกใบใหม่ผ่านสายตาที่บริสุทธิ์ของลูก ความเข้าใจ ความรัก และความอดทนจากคนในครอบครัว คือยาวิเศษที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้น้องก้าวเดินในสังคมนี้ได้อย่างมั่นใจครับ