ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง คืออะไรกันแน่

หลายคนมักสับสนระหว่างอาการท้องเสียทั่วไปกับภาวะโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง (Ulcerative colitis) ซึ่งจริงๆ แล้วอาการนี้ไม่ใช่แค่การติดเชื้อธรรมดา แต่เป็นโรคในกลุ่มภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานผิดปกติ โดยร่างกายมองว่าผนังลำไส้ใหญ่เป็นสิ่งแปลกปลอม จึงหันมาโจมตีตัวเองจนเกิดการอักเสบและเป็นแผลที่ผิวชั้นในของลำไส้ใหญ่โดยตรง ทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับอาการปวดท้องถ่ายเหลวปนเลือดบ่อยครั้งจนรบกวนชีวิตประจำวันอย่างมาก

สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าลำไส้ของคุณกำลังมีปัญหา

อาการของโรคนี้มักจะค่อยๆ ก่อตัวและรุนแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน สังเกตตัวเองได้จากอาการเหล่านี้:

  • ถ่ายอุจจาระบ่อยผิดปกติ และมักมีมูกเลือดปนออกมาด้วย
  • ปวดท้องบีบๆ เกร็งๆ บริเวณหน้าท้องบ่อยครั้ง
  • รู้สึกถ่ายไม่สุด หรือมีความรู้สึกอยากถ่ายตลอดเวลา
  • น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีภาวะซีดจากอาการเสียเลือดเรื้อรัง
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรง

ทำไมภูมิคุ้มกันถึงหันมาทำร้ายลำไส้ใหญ่ของเรา

แม้ปัจจุบันจะยังสรุปสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ แต่ทางการแพทย์เชื่อว่าเกิดจากปัจจัยร่วมกันหลายอย่าง ทั้งเรื่องของพันธุกรรมที่ส่งต่อกันมาภายในครอบครัว รวมถึงสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลต่อสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ เมื่อปัจจัยเหล่านี้มากระตุ้นร่วมกัน จึงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองผิดปกติและเริ่มทำลายเนื้อเยื่อในลำไส้ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ตรวจให้แน่ใจว่าใช่โรคนี้หรือไม่ ด้วยวิธีทางการแพทย์

หากมีอาการสงสัย หมอจะใช้วิธีการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ซึ่งถือเป็นวิธีมาตรฐานที่สุด เพราะจะช่วยให้เห็นสภาพแผลภายในลำไส้ได้ชัดเจน และยังสามารถตัดชิ้นเนื้อเล็กๆ ไปตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการวินิจฉัย รวมถึงแยกโรคออกจากภาวะอื่นๆ ที่มีอาการใกล้เคียงกัน เช่น โรคโครห์น (Crohn's disease) หรือการติดเชื้อในลำไส้ทั่วไป

การดูแลรักษาและการอยู่ร่วมกับโรคให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

เป้าหมายหลักของการรักษาคือการทำให้ลำไส้กลับมาสงบหรือเข้าสู่ระยะพัก (Remission) เพื่อลดอาการอักเสบและป้องกันแผลลุกลาม โดยแพทย์มักจะใช้ยาหลายกลุ่มร่วมกัน เช่น ยาต้านการอักเสบ ยาปรับภูมิคุ้มกัน หรือยาชีวภาพกลุ่มใหม่ๆ เพื่อควบคุมโรคไม่ให้กำเริบ นอกจากเรื่องยาแล้ว การปรับอาหารให้เหมาะสมและการจัดการความเครียดก็เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้อาการคงที่และไม่กำเริบบ่อยครั้ง

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบมาพบหมอเพื่อประเมินอาการ

หากพบว่าตนเองมีการขับถ่ายที่มีเลือดสดปนออกมาเป็นปริมาณมาก ปวดท้องรุนแรงจนทนไม่ได้ หรือมีไข้สูงร่วมกับการถ่ายเหลวเรื้อรังเป็นสัปดาห์ ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายกินเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ภาวะการอักเสบในลำไส้แย่ลงหรือเกิดภาวะลำไส้โป่งพองเฉียบพลันได้ การมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ดีที่สุด

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down