ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่มีแรง ถือของหลุดมือ บอกอาการแบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว
เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจแล้วบอกว่า ช่วงนี้รู้สึกไม่มีแรง แขนขาไม่มีเรี่ยวแรงเหมือนเก่า หลายคนมักจะคิดว่าตัวเองแค่พักผ่อนน้อย ทำงานหนัก หรืออายุที่มากขึ้นทำให้ร่างกายเสื่อมถอยไปตามวัย แต่ในมุมมองของแพทย์แล้ว อาการเหนื่อยล้าทั่วไปกับการเกิด ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง นั้นมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก และบางครั้งอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นของโรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่
การเข้าใจความผิดปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่นๆ จึงช่วยให้เราแยกแยะได้ว่าอาการอ่อนแรงที่เป็นอยู่เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไป หรือเป็นความผิดปกติของการสื่อสารระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อกันแน่
กล้ามเนื้ออ่อนแรงคืออะไร และต่างจากอาการเหนื่อยล้าปกติอย่างไร
เวลาที่เราวิ่งออกกำลังกายจนเหนื่อยหอบแล้วกล้ามเนื้อล้า แบบนั้นพักสักครู่ดื่มน้ำนอนหลับตื่นมาก็หายเป็นปกติ แต่ ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง จะหมายถึงอาการที่กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวหรือออกแรงได้เต็มที่ตามต้องการ แม้จะพยายามฝืนและใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดแล้วก็ตาม
คนไข้มักจะเล่าให้ฟังด้วยอาการรอบตัวที่เปลี่ยนไป เช่น การติดกระดุมเสื้อเม็ดเล็กๆ เริ่มยากขึ้น การยกแขนขึ้นหวีผมรู้สึกหนักอึ้ง หรือเวลาลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้แล้วต้องใช้มือดันพนักพิงทุกครั้ง อาการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามัดกล้ามเนื้อสูญเสียพลังในการทำงานไป ซึ่งอาจเกิดขึ้นที่แขน ขา ใบหน้า หรือแม้แต่กล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนและการหายใจ
เช็กสัญญาณเตือน จุดสังเกตอาการอ่อนแรงที่หมออยากให้ระวัง
ความน่ากลัวของ ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง คืออาการมักจะค่อยเป็นค่อยไปจนคนไข้ปรับตัวและชินไปเองโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าสังเกตตัวเองดีๆ จะพบความผิดปกติดังนี้
- ทำของหลุดมือบ่อย: แก้วน้ำ ช้อน หรือโทรศัพท์มือถือหลุดจากมือโดยไม่มีสาเหตุ
- เดินสะดุดบ่อยขึ้น: รู้สึกว่าปลายเท้าตก ยกเท้าไม่ค่อยขึ้น หรือเดินแล้วขาไม่มีแรงก้าว
- มีปัญหาการเคี้ยวและการกลืน: เคี้ยวอาหารนานขึ้น สำลักน้ำลายหรืออาหารบ่อยกว่าเดิม
- เสียงเปลี่ยน: พูดแล้วเสียงแหบขึ้น หรือเสียงขึ้นจมูกโดยไม่มีอาการหวัดร่วมด้วย
- หนังตาตก: ช่วงเย็นๆ หรือช่วงที่เหนื่อยล้ารู้สึกตาปรือ ลืมตาไม่ค่อยขึ้น
สาเหตุที่พบบ่อย ทำไมร่างกายถึงสั่งการกล้ามเนื้อไม่ได้ดั่งใจ
กล้ามเนื้อของเราเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่มีสายไฟคอยส่งกระแสไฟฟ้ามาควบคุม เมื่อเกิด ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ขึ้น สาเหตุมักจะมาจากความผิดปกติใน 3 จุดหลักๆ ด้วยกัน
กลุ่มแรกคือโรคของกล้ามเนื้อโดยตรง เช่น โรคกล้ามเนื้อเสื่อมจากพันธุกรรม กลุ่มที่สองคือความผิดปกติที่รอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดเอ็มจี ที่ภูมิคุ้มกันไปขัดขวางการส่งกระแสประสาท และกลุ่มสุดท้ายคือความผิดปกติที่เซลล์ประสาทไขสันหลังและสมอง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาท
วิธีรักษาและการดูแลตัวเองเมื่อเผชิญกับภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง
เมื่อมาพบแพทย์ การวินิจฉัยจะเริ่มต้นจากการซักประวัติอย่างละเอียด การตรวจร่างกายทางระบบประสาท การตรวจเลือด และในหลายกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อเพื่อดูการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อร่วมด้วย
การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่พบเป็นหลัก หากเป็นโรคที่เกิดจากความภูมิคุ้มกันผิดปกติ แพทย์จะให้ยาปรับภูมิคุ้มกันหรือยาช่วยเพิ่มการทำงานของสารสื่อประสาท แต่สิ่งสำคัญควบคู่กันไปคือการทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อต่อยึดติด และรักษามัดกล้ามเนื้อส่วนที่ยังใช้งานได้ให้มีความแข็งแรง
สำหรับคนที่ยังไม่มีอาการ การดูแลสุขภาพด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน ออกกำลังกายแบบพอ1ประมาณ และหลีกเลี่ยงความเครียดสะสม คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด หากเริ่มสังเกตว่าตัวเองมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการออกแรง ควรรีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้จนกล้ามเนื้อสูญเสียการทำงานไปมากกว่าเดิม