ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณแม่มือใหม่คนหนึ่งเคยเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เพิ่งพาลูกน้อยกลับมาดูแลที่บ้านได้ไม่กี่วัน กลางดึกคืนหนึ่งลองอุ้มลูกขึ้นมาเพื่อให้นมกลับรู้สึกว่าตัวของลูกเย็นเฉียบจับใจ แต่พอตกอีกวันหนึ่งกลับกลายเป็นตัวร้อนจี๋จนหัวอกคนเป็นแม่แทบสลาย ความแปรปรวนของอุณหภูมิร่างกายในเด็กแรกเกิดนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และเป็นสิ่งที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับครอบครัวได้เสมอ

เมื่อพูดถึงสุขภาพของลูกน้อยในวัยแรกเกิด สิ่งที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่ได้มากที่สุดเรื่องหนึ่งคือ ภาวะอุณหภูมิกายต่ำหรือไข้สูงเฉียบพลัน เนื่องจากร่างกายของทารกยังบอบบางและระบบการทำงานต่างๆ ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน

ทำไมทารกแรกเกิดถึงควบคุมอุณหภูมิร่างกายตัวเองได้ยากกว่าเรา?

ในผู้ใหญ่หรือเด็กโต ร่างกายจะมีกลไกปรับสมดุลอุณหภูมิอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เมื่อร้อนเราจะมีเหงื่อออก หรือเมื่อหนาวเราจะสั่นเพื่อสร้างความร้อน แต่ในทารกแรกเกิด โดยเฉพาะในช่วง 28 วันแรกหลังคลอด กลไกเหล่านี้ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์

  • ผิวหนังบางและมีไขมันน้อย: ทารกมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่ช่วยกักเก็บความร้อนค่อนข้างน้อย ทำให้สูญเสียความร้อนสู่สิ่งแวดล้อมได้ง่ายและรวดเร็วกว่าผู้ใหญ่ถึง 4 เท่า
  • พื้นที่ผิวร่างกายต่อน้ำหนักตัวสูง: ทารกมีพื้นที่ผิวที่สัมผัสกับอากาศภายนอกค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว ความร้อนจึงระเหยออกไปได้ง่าย
  • สมองส่วนควบคุมอุณหภูมิยังพัฒนาไม่เต็มที่: สมองส่วนไฮโปทาลามัสซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนเครื่องปรับอากาศส่วนกลางของร่างกายยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

เมื่อลูกตัวเย็นเกินไป: สังเกตสัญญาณเตือนภาวะตัวเย็นในเด็กแรกคลอด

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักกังวลเรื่องไข้สูงจนลืมไปว่า ภาวะตัวเย็น หรืออุณหภูมิกายต่ำกว่า 36.5 องศาเซลเซียส ก็เป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน ภาวะนี้มักเกิดขึ้นเมื่อทารกอยู่ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นจัด หรือหลังการอาบน้ำนานเกินไป

สัญญาณเตือนที่ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด ได้แก่:

  • ผิวหนังของลูกมีลักษณะเย็นจัด โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก ท้อง มือ และเท้า
  • ทารกดูซึมลง ไม่ยอมดูดนม หรือดูดนมช้าลงกว่าปกติ
  • ผิวหนังมีสีซีด หรือมีลักษณะเป็นลายตาข่ายสีม่วงอมแดง
  • เสียงร้องไห้ค่อยเบาลง หรือมีอาการหายใจเร็วและหอบ

หากปล่อยให้ทารกตัวเย็นเป็นเวลานาน ร่างกายของลูกจะพยายามเผาผลาญพลังงานและออกซิเจนมากขึ้นเพื่อสร้างความร้อน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและภาวะเลือดเป็นกรดที่เป็นอันตรายร้ายแรงได้

เมื่อลูกตัวร้อนจี๋กระทันหัน: รับมืออย่างไรเมื่อทารกมีไข้สูงเฉียบพลัน

ในทางตรงกันข้าม หากวัดอุณหภูมิทางทวารหนักหรือรักแร้แล้วได้ค่าตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะถือว่าทารกมีไข้ ในวัยแรกเกิด ไข้สูงเฉียบพลันมักเป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย หรือบางครั้งอาจเกิดจากการห่อตัวหนาแน่นเกินไปในสภาพอากาศร้อน

อาการร่วมที่มักพบเมื่อทารกมีไข้สูง:

  • แก้มแดง ผิวหนังร้อนระอุเมื่อสัมผัส
  • งอแงผิดปกติ ร้องไห้กวนโยเยไม่ยอมนอน หรือในทางตรงกันข้ามอาจซึมและหลับปลุกยาก
  • หายใจเร็วขึ้น หัวใจเต้นเร็ว
  • ผิวหนังแห้ง หรือมีเหงื่อออกตามข้อพับ

ขั้นตอนปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่ออุณหภูมิร่างกายลูกไม่ปกติ

เมื่อตรวจพบว่าอุณหภูมิร่างกายของลูกน้อยสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ การปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องในนาทีแรกๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยปกป้องลูกจากภาวะแทรกซ้อน

วิธีแก้ไขเมื่อทารกตัวเย็นเกินไป

  1. กอดแนบอกเพื่อส่งผ่านความร้อน: วิธีที่ดีที่สุดคือการทำทฤษฎีจิงโจ้พ่อน้อยแม่น้อย (Kangaroo Care) โดยการให้ผิวหนังของลูกสัมผัสกับผิวหนังบริเวณหน้าอกของพ่อหรือแม่โดยตรง แล้วใช้ผ้าห่มคลุมทับด้านหลังของลูก
  2. เปลี่ยนเสื้อผ้าและผ้าอ้อมที่เปียกชื้น: หากลูกเพิ่งอาบน้ำหรือผ้าอ้อมแฉะ ให้รีบเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่แห้งและหนาพอดี
  3. สวมหมวกและถุงเท้า: ความร้อนในทารกสูญเสียออกทางศีรษะได้ง่ายมาก การสวมหมวกผ้าฝ้ายบางๆ จะช่วยรักษาความอบอุ่นได้ดี

วิธีแก้ไขเมื่อทารกมีไข้สูงเฉียบพลัน

  1. เช็ดตัวลดไข้อย่างถูกวิธี: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นพอดี (ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเด็ดขาดเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและไข้ยิ่งสูงขึ้น) เช็ดลูบเข้าหาหัวใจอย่างเบามือ เน้นบริเวณข้อพับ ซอกคอ และขาหนีบ
  2. สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี: หลีกเลี่ยงการห่อตัวหนาหรือสวมเสื้อผ้าหนาเตอะในขณะที่ลูกมีไข้
  3. ห้ามซื้อยาลดไข้ให้ทารกแรกเกิดทานเองโดยเด็ดขาด: การให้ยาลดไข้ในเด็กวัยต่ำกว่า 3 เดือนต้องอยู่ภายใต้การดูแลและคำสั่งของแพทย์เท่านั้น เพราะปริมาณยาที่เกินขนาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อตับและไตของลูกได้อย่างรุนแรง

อาการแบบไหนที่ต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอ

เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิดยังอ่อนแอมาก การติดเชื้อเพียงเล็กน้อยสามารถลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว หากคุณพ่อคุณแม่พบอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ขอให้อย่ารีรอและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที:

  • ทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า 36 องศาเซลเซียส
  • ลูกมีอาการซึมมาก ปลุกไม่ตื่น ไม่ยอมสบตา หรือไม่ยอมดูดนมเลย
  • มีอาการชักเกร็ง หรือกระตุกตามแขนขา
  • หายใจหอบเหนื่อย มีเสียงครืดคราดในลำคอ หรือหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
  • ผิวหนัง ปาก หรือเล็บมีสีม่วงคล้ำ

การหมั่นสังเกตและใช้การสัมผัสโอบกอดลูกน้อยอยู่เสมอจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับรู้ถึงความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว การมีเครื่องวัดอุณหภูมิระบบดิจิทัลติดบ้านไว้สำหรับเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะ จะช่วยให้อุ่นใจและประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down