ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาเป็นไข้ ทำไมยาพาราเซตามอลถึงเป็นตัวเลือกแรกในใจหมอ?

เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาหาที่ห้องตรวจด้วยอาการตัวร้อนุมๆ ปวดหัวเนื้อตัวรวดร้าว สิ่งแรกที่หมอมักจะนึกถึงและจ่ายให้เสมอก็คือยาพาราเซตามอลนี่แหละครับ ตัวยาตัวนี้มีความพิเศษตรงออกฤทธิ์ได้ดีทั้งในเรื่องของการลดไข้และบรรเทาอาการปวดในระดับน้อยถึงปานกลาง โดยมีความปลอดภัยสูงมากหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหารเหมือนยาแก้ปวดลดอักเสบกลุ่มอื่นๆ และยังหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป

คำนวณน้ำหนักตัวให้ชัวร์ ก่อนหยิบยาพาราเซตามอลขึ้นมากิน

ปัญหาคลาสสิกที่หมอเจอประจำคือการกะปริมาณยาผิด โดยเฉพาะในเด็กและคนที่มีรูปร่างเล็กหรือน้ำหนักตัวน้อยกว่ามาตรฐาน หลักการจำง่ายๆ ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ใหญ่คือ กินในปริมาณ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งคนทั่วไปน้ำหนักประมาณ 50 ถึง 60 กิโลกรัม จะกินขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 1 เม็ด หรือ 500 มิลลิกรัมต่อครั้ง ห้ามกินเกินนี้เด็ดขาดในแต่ละรอบ และต้องเว้นระยะห่างระหว่างมื้ออย่างน้อย 4 ถึง 6 ชั่วโมง เพื่อให้ตับได้มีเวลาขับยาออก อย่าใจร้อนกินถี่เกินไปเพราะคิดว่าจะหายไวขึ้นนะครับ

อันตรายจากยาพาราเซตามอลเกินขนาดที่หลายคนมองข้าม

หลายคนคิดว่ายาพาราเซตามอลเป็นยา สามัญประจำบ้านที่ปลอดภัย จะกินเท่าไหร่ก็ได้ไม่มีอันตราย หมอต้องขอเตือนตรงนี้เลยว่าความคิดนี้อันตรายมากครับ เพราะถ้ากินเกินขนาดที่กำหนด เช่น กินติดต่อกันหลายเม็ดในครั้งเดียว หรือกินถี่เกินไปโดยไม่เว้นระยะ ตับจะต้องทำงานหนักมากในการเผาผลาญยา จนเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันได้ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว ทางที่ดีจำตัวเลขกลมๆ ไว้ว่า ในหนึ่งวันผู้ใหญ่ไม่ควรกินเกิน 4,000 มิลลิกรัม หรือประมาณ 8 เม็ด (สำหรับขนาด 500 มิลลิกรัม)

เช็กให้ดีก่อนกลืน ยาตัวไหนบ้างที่มีพาราเซตามอลซ่อนอยู่

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ เวลาเป็นหวัดแล้วคนไข้มักจะกินยาชุด ยาแก้หวัดสูตรผสม หรือยาแก้ปวดไมเกรน พร้อมกับยาพาราเซตามอลเม็ดเดี่ยวๆ โดยไม่รู้ตัวว่าในยาแก้หวัดเหล่านั้นมีส่วนผสมของพาราเซตามอลอยู่แล้ว กลายเป็นว่ากินยาซ้ำซ้อนเกินขนาดไปโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหยิบยาอะไรเข้าปาก ลองพลิกดูฉลากด้านหลังสักนิดว่ามีตัวยาอะเซตามิโนเฟนรวมอยู่ด้วยหรือเปล่า เพื่อป้องกันตับทำงานหนักเกินความจำเป็น

อาการไข้แบบไหนที่ไม่ควรซื้อยากินเองและควรมาพบแพทย์

แม้ว่ายาพาราเซตามอลจะช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ดี แต่ก็ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะรักษาทุกโรคได้ ถ้ากินยาไปแล้ว 2 ถึง 3 วัน อาการไข้ยังไม่ยอมลดลง หรือมีไข้สูงร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม ผื่นขึ้นตามตัว ปวดท้องรุนแรง หรือซึมลง แบบนี้ไม่ควรฝืนนอนพักอยู่ที่บ้านแล้วนะครับ ควรมาให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจะปลอดภัยที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down