เรื่องแปลกแต่จริงของท่อปัสสาวะที่เราอาจไม่เคยรู้
เวลาที่เราพูดถึงโรคมะเร็ง หลายคนมักจะนึกถึงมะเร็งตับ มะเร็งปอด หรือมะเร็งเต้านม แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ท่อปัสสาวะ ซึ่งเป็นเพียงท่อทาง โรคมะเร็งท่อปัสสาวะ เล็กๆ ที่ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำปัสสาวะออกจากร่างกาย ก็สามารถเกิดเนื้อร้ายขึ้นมาได้เหมือนกัน
ในฐานะแพทย์ที่เคยตรวจคนไข้มาหลากหลายเคส ต้องยอมรับว่าโรคนี้จัดอยู่ในกลุ่มมะเร็งหายากมากๆ ครับ โอกาสที่คนทั่วไปจะเป็นจึงมีน้อยมากจนหลายคนไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่ความที่มันอยู่ลึกและซ่อนเร้นนี่เอง ทำให้บางครั้งอาการเริ่มต้นถูกมองข้ามว่าเป็นแค่โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะธรรมดา กว่าจะรู้ตัวอีกที โรคก็ลุกลามไปพอสมควรแล้ว วันนี้ผมจึงอยากพามาทำความรู้จักกับเจ้าโรคร้ายตัวนี้ให้มากขึ้น เพื่อที่เราจะได้สังเกตตัวเองและคนใกล้ตัวได้ทันท่วงทีครับ
สัญญาณเตือนภัยชิ้นแรกที่ร่างกายพยายามบอกเรา
เนื่องจากท่อปัสสาวะเป็นทางผ่านของน้ำปัสสาวะ เวลาที่มีก้อนเนื้อผิดปกติเกิดขึ้นข้างใน ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบขับถ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาการเหล่านี้คือสิ่งที่คุณหมออยากให้ลองสังเกตดูให้ดี
- มีเลือดปนมากับปัสสาวะ: นี่คือสัญญาณเตือนที่พบบ่อยที่สุด บางคนอาจจะเห็นน้ำปัสสาวะเป็นสีชมพูจางๆ หรือแดงเข้มโดยไม่มีอาการแสบขัดร่วมด้วย
- ปัสสาวะลำบากหรือไหลช้าลง: รู้สึกเหมือนต้องเบ่งมากกว่าปกติ สายปัสสาวะไม่พุ่ง หรือไหลสะดุดเป็นช่วงๆ เหมือนมีอะไรมาบล็อกเอาไว้
- ปัสสาวะบ่อยและปวดแสบ: มีอาการระคายเคืองเวลากลางดึก หรือรู้สึกปวดหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกรานคล้ายคนเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง
- คลำเจอก้อนเนื้อหรือตุ่มนูน: ในผู้ชายอาจจะคลำเจอแถวๆ องคชาต ส่วนในผู้หญิงอาจจะรู้สึกมีความผิดปกติบริเวณปากช่องคลอด
ทำไมจู่ๆ ถึงเกิดเนื้อร้ายขึ้นที่ท่อปัสสาวะได้
ความจริงแล้วทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ว่าอะไรคือตัวการหลักที่ทำให้เกิด โรคมะเร็งท่อปัสสาวะ แต่จากการศึกษาพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงบางอย่างที่คอยกระตุ้นให้เซลล์บริเวณเยื่อบุท่อปัสสาวะเกิดการกลายพันธุ์และแบ่งตัวผิดปกติ
กลุ่มคนที่มักมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติการอักเสบเรื้อรังของท่อปัสสาวะมาเป็นเวลานาน มีการติดเชื้อบางชนิดเรื้อรัง หรือเคยมีประวัติการสวนปัสสาวะบ่อยครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่าโรคนี้มักเกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุตั้งแต่หกสิบปีขึ้นไป และที่น่าสนใจคือเพศหญิงมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้มากกว่าเพศชายเล็กน้อย เนื่องจากท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นกว่าและอยู่ใกล้กับบริเวณที่มีโอกาสรับเชื้อโรคได้ง่าย
คุณหมอตรวจวินิจฉัยโรคนี้อย่างไรบ้าง
ถ้าคนไข้มาด้วยอาการน่าสงสัย ขั้นตอนการตรวจของแพทย์จะไม่จบแค่การตรวจปัสสาวะทั่วไปแน่นอนครับ เราต้องมองหาต้นตอที่แท้จริงด้วยวิธีที่ละเอียดยิ่งขึ้น
เริ่มต้นจากการซักประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด จากนั้นแพทย์อาจพิจารณาใช้กล้องขนาดเล็กส่องตรวจเข้าไปในท่อปัสสาวะ เพื่อดูสภาพเยื่อบุภายในว่ามีแผล มีก้อนเนื้อ หรือมีความผิดปกติหน้าตาเป็นอย่างไร หากพบจุดที่น่าสงสัย แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อเล็กๆ นั้นส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันผลให้แน่ชัดว่าเป็นเซลล์มะเร็งชนิดใด และอยู่ในระยะไหนแล้ว ซึ่งขั้นตอนการตรวจชิ้นเนื้อนี้คือหัวใจสำคัญในการวางแผนการรักษาต่อไป
วิธีรักษาเมื่อเจอเจ้าก้อนเนื้อร้าย
เมื่อผลตรวจยืนยันว่าเป็น โรคมะเร็งท่อปัสสาวะ จริง วิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของก้อนเนื้อ ขนาด และการกระจายตัวของโรคเป็นหลักครับ
หากเป็นระยะเริ่มต้น แพทย์อาจใช้วิธีการผ่าตัดเอาเฉพาะก้อนเนื้อหรือเนื้อเยื่อบริเวณนั้นออก เพื่อรักษาโครงสร้างและการทำงานเดิมของอวัยวะให้มากที่สุด แต่ถ้าก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่หรือลุกลามมาก การผ่าตัดใหญ่อาจมีความจำเป็นต้องตัดแต่งเนื้อเยื่อรอบข้างร่วมด้วย นอกจากนี้ยังมีการรักษาเสริมด้วยการฉายแสงหรือการให้ยาเคมีบำบัด เพื่อช่วยทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
ดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลความเสี่ยง
แม้ว่าเราจะป้องกันโรคนี้ได้ยากเพราะสาเหตุยังไม่ชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การดูแลสุขภาพพื้นฐานก็ช่วยลดความเสี่ยงลงได้มากครับ เริ่มต้นจากการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน ไม่กลั้นปัสสาวะนานจนเกินไป รักษาความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือ หากพบความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่าย เช่น มีเลือดปน หรือปัสสาวะขัดเรื้อรังที่รักษาด้วยยาฆ่าเชื้อแล้วไม่หาย อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด รีบมาพบแพทย์เพื่อให้ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะการเจอโรคเร็ว ย่อมแปลว่าโอกาสรักษาให้หายขาดมีสูงกว่าเสมอครับ