ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หมอเคยเจอคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดท้องเกร็งเป็นๆ หายๆ ถ่ายเหลวเรื้อรังมานานหลายเดือน หรือบางรายมีเลือดปนมากับอุจจาระ หลายคนปักใจเชื่อว่าตนเองเป็นเพียงโรคกระเพาะอาหาร อาหารไม่ย่อย หรือลำไส้แปรปรวนทั่วไป จนกระทั่งได้รับการตรวจอย่างละเอียดถึงได้พบว่า ร่างกายกำลังเผชิญกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายตอบสนองต่อลำไส้ตนเอง ซึ่งเป็นภาวะที่เม็ดเลือดขาวหรือระบบปกป้องร่างกายเกิดความเข้าใจผิด แล้วหันกลับมาโจมตีเยื่อบุทางเดินอาหารของตัวเองจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง

เกิดอะไรขึ้นในท้อง? เมื่อระบบคุ้มกันเข้าใจผิดคิดว่าลำไส้คือศัตรู

โดยปกติแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันมีหน้าที่เหมือนทหารคอยตรวจจับและทำลายเชื้อโรค สารพิษ หรือสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาในร่างกาย แต่ในกรณีของความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายตอบสนองต่อลำไส้ตนเอง ระบบภูมิคุ้มกันกลับทำงานสับสนและจำแนกเซลล์เยื่อบุลำไส้หรือแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ผิดไป มองว่าสิ่งเหล่านี้คือผู้บุกรุก

เมื่อทหารคุ้มกันหลั่งสารส่งสัญญาณเตือนภัย จะเกิดการเกณฑ์เม็ดเลือดขาวจำนวนมากเข้ามาหลั่งสารบวมอักเสบในลำไส้ ส่งผลให้ผนังลำไส้เกิดอาการบวม แดง เกิดแผลเปื่อย และพุพอง โรคในกลุ่มนี้ที่พบได้บ่อย ได้แก่ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังหรือ IBD (Inflammatory Bowel Disease) ซึ่งแบ่งเป็นโรคโครห์น (Crohn's Disease) ที่เกิดการอักเสบได้ตั้งแต่ช่องปากจนถึงรูตูด และโรคโคลายติสชนิดเป็นแผลเรื้อรัง (Ulcerative Colitis) ที่มักเกิดอักเสบเฉพาะที่ลำไส้ใหญ่

อาการแบบไหนที่กำลังบอกว่าไม่ใช่แค่ท้องเสียธรรมดา

อาการจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันรวนในลำไส้มักมีความรุนแรงและเรื้อรังกว่าท้องเสียจากการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยมีสัญญาณเตือนหลักที่ควรสังเกตดังนี้

  • ถ่ายท้องเรื้อรังเกิน 4 สัปดาห์: อุจจาระมักมีลักษณะเหลว เป็นมูก หรือมีก้อนเลือดสดและเลือดก้อนปะปนออกมา
  • ปวดเกร็งท้องอย่างรุนแรง: มักปวดบริเวณท้องน้อยด้านขวาหรือซ้ายล่าง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของลำไส้ที่เกิดการอักเสบ
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ: เนื่องจากลำไส้บวมอักเสบจนไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ตามปกติ ร่วมกับอาการไม่อยากอาหาร
  • มีไข้ต่ำๆ และอ่อนเพลียเรื้อรัง: เป็นผลจากการอักเสบซ่อนเร้นที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในร่างกาย
  • อาการนอกระบบทางเดินอาหาร: บางรายอาจมีอาการปวดข้อ ข้ออักเสบ มีผื่นแดงตามผิวหนัง หรือตาอักเสบร่วมด้วย

ทำไมภูมิคุ้มกันถึงทำงานรวน? ส่องสาเหตุและตัวกระตุ้นแฝง

ทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุเดี่ยวๆ ที่ทำให้เกิดความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายตอบสนองต่อลำไส้ตนเองได้ชัดเจน แต่พบว่าเป็นผลมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน

ปัจจัยแรกคือพันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองจะมีความเสี่ยงสูงกว่า ปัจจัยถัดมาคือความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiome) หากแบคทีเรียชนิดดีลดลงและแบคทีเรียก่อโรคเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันเสียการควบคุม นอกจากนี้ ปัจจัยสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม เช่น การสูบบุหรี่ การทานอาหารที่มีไขมันสูงและน้ำตาลสูง ความเครียดสะสม และการใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น ล้วนเป็นตัวเร่งให้การอักเสบปะทุขึ้นได้ง่าย

คุณหมอใช้วิธีไหนตรวจดูความผิดปกติในลำไส้

หากสงสัยว่ามีภาวะนี้ หมอจะแนะนำให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างเป็นขั้นตอน ดังนี้

  • การตรวจเลือดและอุจจาระ: เพื่อดูค่าการอักเสบในร่างกาย (เช่น CRP หรือ ESR) ตรวจหาภาวะโลหิตจาง และตรวจหาค่า Calprotectin ในอุจจาระ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การอักเสบในลำไส้
  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy): เป็นวิธีที่สำคัญที่สุด ช่วยให้หมอเห็นลักษณะเยื่อบุลำไส้โดยตรง สามารถประเมินความรุนแรงของแผล และเก็บตัวอย่างเนื้อเนื้อ (Biopsy) ไปตรวจพิสูจน์ทางพยาธิวิทยา
  • การถ่ายภาพทางรังสีวินิจฉัย: เช่น การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูความหนาของผนังลำไส้และภาวะแทรกซ้อน เช่น ลำไส้อุดตัน หรือรูรั่ว

วิธีรักษาเพื่อสยบการอักเสบและคืนความสมดุลให้ลำไส้

การรักษาภาวะความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายตอบสนองต่อลำไส้ตนเองมีเป้าหมายหลักคือ ควบคุมการอักเสบให้สงบลง รักษาแผลในลำไส้ให้หาย และป้องกันไม่ให้โรคกลับมาเป็นซ้ำ โดยแบ่งการรักษาออกเป็น

1. การใช้ยาควบคุมภูมิคุ้มกัน

หมอจะเลือกใช้ยาตามระดับความรุนแรงของโรค ตั้งแต่ยาต้านการอักเสบกลุ่ม 5-ASA ยาสเตียรอยด์ช่วงสั้นๆ เพื่อควบคุมอาการเรื้อรัง ยากดภูมิคุ้มกัน และยารักษาชีววัตถุ (Biologics) ที่เข้าไปยับยั้งสารอักเสบเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ

2. การปรับโภชนาการบำบัด

ในผู้ป่วยบางราย การพักลำไส้ด้วยการให้สารอาหารทางสายยางหรือทางหลอดเลือดดำร่วมกับการทานอาหารสูตรเฉพาะ จะช่วยให้เนื้อเยื่อลำไส้ฟื้นตัวได้ไวขึ้น

3. การผ่าตัดรักษา

จะพิจารณาทำในกรณีที่เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ลำไส้อุดตัน ลำไส้ทะลุ เลือดออกไม่หยุด หรือใช้ยาแล้วไม่ได้ผล เพื่อตัดแต่งลำไส้ส่วนที่มีปัญหาออกไป

ปรับพฤติกรรมการกินและการนอนอย่างไรให้ลำไส้ได้พักผ่อน

นอกจากการกินยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดแล้ว การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้โรคสงบได้อย่างยาวนาน

  • เลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย: หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารทอด ของมัน และอาหารที่มีไฟเบอร์เหนียวเกินไปในช่วงที่โรคกำเริบ
  • สังเกตอาหารที่เป็นตัวกระตุ้น: จดบันทึกการกินอาหาร เพื่อดูว่ากินอะไรแล้วมีอาการปวดท้องหรือท้องเสีย เช่น นม ผลิตภัณฑ์จากนม หรือกลูเตน
  • จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม: สมองและลำไส้มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ความเครียดจะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันและลำไส้แปรปรวนได้ง่าย ควรฝึกสมาธิ หรือออกกำลังกายเบาๆ
  • พักผ่อนให้เพียงพอและงดสูบบุหรี่: การนอนหลับช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ส่วนสารในบุหรี่มีผลกระตุ้นให้เยื่อบุลำไส้อักเสบรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน

ภาวะความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายตอบสนองต่อลำไส้ตนเอง อาจฟังดูน่ากลัวและเป็นโรคที่ต้องดูแลกันในระยะยาว แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์และการยาในปัจจุบัน หากเราตรวจพบได้เร็ว รับการรักษาอย่างถูกต้อง และปรับพฤติกรรมควบคู่กันไป คนไข้ส่วนใหญ่ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เหมือนคนปกติทั่วไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down