ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยเจอเคสคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาหาหมอด้วยอาการปวดท้องเกร็ง ท้องเสียเรื้อรังเป็นเดือนๆ ทานยาแก้ท้องเสีย ยาฆ่าเชื้อ หรือยาลดกรดอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น หลายคนปักใจเชื่อว่าเป็นแค่โรคกระเพาะ หรือโรคลำไส้แปรปรวนธรรมดา แต่เมื่อเจาะลึกผ่านการตรวจอย่างละเอียด กลับพบว่าต้นตอจริงมาจากปัญหาใหญ่กว่านั้น นั่นคือ ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายตอบสนองต่อลำไส้ตนเอง จนทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังขึ้นมา

ลองนึกภาพตามง่ายๆ ว่า โดยปกติแล้วระบบภูมิคุ้มกันเปรียบเหมือนทหารยามที่คอยตรวจจับสิ่งแปลกปลอม เช่น ไวรัส หรือแบคทีเรียก่อโรค แต่เมื่อเกิดความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันระบบตรวจจับนี้กลับรวนขึ้นมา ทหารยามจึงมองเห็นเซลล์เยื่อบุลำไส้ของตัวเราเองเป็นศัตรู แล้วส่งกองกำลังมาโจมตีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ลำไส้เกิดแผล บวม และอักเสบเรื้อรังไม่ยอมหยุด

ทำไมระบบภูมิคุ้มกันถึงจำลำไส้ตัวเองไม่ได้?

หมอมักได้รับคำถามจากคนไข้เสมอว่า ทำไมู่ดีๆ ร่างกายถึงหันมาทำร้ายตัวเอง? คำตอบคือ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยผสมผสานกัน

  • พันธุกรรม: หากมีคนในครอบครัวเคยมีประวัติโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเอง หรือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้น
  • ความสมดุลของไมโครไบโอม (Microbiome) ในลำไส้: ในลำไส้ของเรามีแบคทีเรียตัวดีและตัวร้ายอาศัยอยู่ หากสมดุลนี้เสียไป เช่น จากการทานยาปฏิชีวนะบ่อยเกินไป หรือทานอาหารที่มีกากใยน้องเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันในลำไส้อาจตอบสนองไวเกินเหตุ
  • สิ่งแวดล้อมและสไตล์การดำเนินชีวิต: ความเครียดสะสม การนอนหลับไม่เพียงพอ อาหารแปรรูปสูง และการสูบบุหรี่ เป็นตัวจุดชนวนให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติได้ง่ายขึ้น

อาการเตือนที่บอกว่าลำไส้กำลังถูกระบบภูมิคุ้มกันโจมตี

อาการของภาวะนี้มีความแตกต่างจากอาการท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษทั่วไป เพราะจะไม่หายไปเองในเวลาอันสั้น แต่มักจะเป็นๆ หายๆ หรือรบกวนชีวิตประจำวันยาวนานหลายสัปดาห์ขึ้นไป อาการที่หมออยากให้สังเกต ได้แก่

1. ท้องเสียเรื้อรังและถ่ายเกร็ง

อาการถ่ายเหลวบ่อยครั้งต่อวัน โดยเฉพาะการต้องตื่นขึ้นมาถ่ายกลางดึก มักมีอาการปวดเกร็งท้องร่วมด้วยบ่อยๆ

2. ถ่ายเป็นมูก หรือมีเลือดปน

การพบเลือดสดหรือมูกเลือดในอุจจาระ เป็นสัญญาณชัดเจนว่าเยื่อบุลำไส้เกิดแผลอักเสบและมีเลือดออก

3. น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วและอ่อนเพลีย

เมื่อลำไส้อักเสบ การดูดซึมสารอาหารจะทำได้แย่ลง ร่างกายจึงสูญเสียน้ำหนัก มีภาวะซีดหรือโลหิตจางจากการขาดเหล็ก ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ไร้เรื้อรังอยู่ตลอดเวลา

สองโรคหลักที่คุณหมอมักตรวจพบเมื่อภูมิคุ้มกันทำร้ายลำไส้

เมื่อพูดถึงภาวะความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายตอบสนองต่อลำไส้ตนเอง ในทางการแพทย์จะจัดอยู่ในกลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease: IBD) ซึ่งแบ่งเป็น 2 โรคหลักๆ

  • โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังชนิดโครห์น (Crohn's Disease): สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่ปากไปจนถึงรูตูด การอักเสบมักจะลึกถึงชั้นผนังลำไส้ และอาจเกิดเป็นแผลขรุขระแบบเว้นช่วง
  • โรคลำไส้ใหญ่ตักเสบเรื้อรัง (Ulcerative Colitis): การอักเสบจะเกิดขึ้นเฉพาะที่บริเวณลำไส้ใหญ่เท่านั้น โดยจะอักเสบต่อเนื่องที่เยื่อบุชั้นในสุด ทำให้เกิดแผลเปื่อยและถ่ายเป็นเลือดได้บ่อย

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยที่คุณหมอใช้หาสาเหตุอย่างแม่นยำ

หากหมอสงสัยว่าคนไข้มีภาวะนี้ หมอจะไม่ได้จ่ายยาแก้ท้องเสียแล้วให้กลับบ้าน แต่จะทำการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง ดังนี้

  • การตรวจอุจจาระและตรวจเลือด: เพื่อเช็กระดับการอักเสบในร่างกาย (เช่น ค่า CRP หรือ Calprotectin ในอุจจาระ) และตัดประเด็นการติดเชื้อแบคทีเรียหรือพยาธิออกไป
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy): วิธีนี้เป็นหัวใจสำคัญ เพราะทำให้หมอเห็นสภาพเยื่อบุลำไส้ได้โดยตรง มองเห็นลักษณะแผล และสามารถตัดชิ้นเนื้อขนาดเล็กไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันโรคได้

วิธีดูแลและรักษาเมื่อภูมิคุ้มกันทำร้ายลำไส้

เป้าหมายสำคัญที่สุดในการรักษาภาวะนี้ ไม่ใช่แค่การบรรเทาอาการ แต่คือการกดการทำงานที่ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันลง เพื่อให้เยื่อบุลำไส้มีโอกาสสมานตัวและกลับมาทำงานได้ตามปกติ

1. การใช้ยาปรับการทำงานของภูมิคุ้มกัน

แพทย์จะใช้ยาตามระดับความรุนแรงของโรค ตั้งแต่ยาต้านการอักเสบกลุ่ม 5-ASA ยาสเตียรอยด์ในช่วงอักเสบรุนแรง ยากดภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงยารักษาชีววัตถุ (Biologics) ที่เจาะจงยับยั้งโปรตีนก่อการอักเสบโดยตรง

2. การปรับโภชนาการที่เหมาะสม

ในช่วงที่ลำไส้อักเสบกำเริบ ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารที่มีไขมันสูง นมเนย หรืออาหารที่มีไฟเบอร์หยาบเกินไป เลือกทานอาหารที่ย่อยง่าย เน้นโปรตีนคุณภาพดี เช่น เนื้อปลา ไข่ เพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

3. การจัดการความเครียดและการพักผ่อน

สมองและลำไส้มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ความเครียดจะกระตุ้นให้สารก่อการอักเสบร่างกายหลั่งออกมามากขึ้น การพักผ่อนให้พอและการฝึกสมาธิช่วยให้อาการสงบลงได้ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

อาการแบบไหนที่ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที?

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงเฉียบพลัน มีไข้สูง ถ่ายเป็นเลือดสดปริมาณมาก หรือมีอาการอาเจียนจนทานอะไรไม่ได้และมีภาวะขาดน้ำอย่างหนัก ไม่ควรรอให้ถึงวันนัด แต่ควรรีบเดินทางมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายตอบสนองต่อลำไส้ตนเอง แม้จะเป็นโรคที่ต้องดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์และการใช้ยาที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบัน หากได้รับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ คนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไปอย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down