หลายคนคงตกใจไม่น้อยเวลาเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวแล้วพบว่าน้ำสีเหลืองใสเปลี่ยนเป็นสีแดง หรือมีสีเข้มคล้ายน้ำล้างเนื้อ หลายคนเลือกที่จะนิ่งนอนใจคิดว่าคงดื่มน้ำน้อยพักผ่อนไม่พอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะปัสสาวะมีเลือดปน เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่หมอไม่อยากให้มองข้ามเด็ดขาด เพราะไม่ว่าจะมีอาการเจ็บร่วมด้วยหรือไม่ก็ตาม ร่างกายกำลังบอกเราว่ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นในระบบทางเดินปัสสาวะ
ปัสสาวะเป็นเลือดแบบไหนที่อันตราย และเราแบ่งมันอย่างไรดี?
เวลาที่หมอตรวจคนไข้ที่มีอาการนี้ คำถามแรกๆ ที่มักจะถามคือลักษณะของเลือดที่ออกมาเป็นอย่างไร เพราะมันช่วยบอกเบาะแสได้เยอะมาก โดยทางการแพทย์เราจะแบ่งออกเป็นสองแบบหลักๆ คือแบบที่มองเห็นด้วยตาเปล่ากับแบบที่ต้องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์
เห็นสีแดงชัดเจนด้วยตาเปล่า
อาการแบบนี้คือการที่ปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีชมพู สีแดง หรือสีน้ำล้างเนื้อ บางครั้งอาจมีลิ่มเลือดปนออกมาด้วย ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนไข้ได้ทันทีที่เห็น การที่มีเลือดออกมาชัดเจนขนาดนี้แปลว่ามีจุดเลือดออกค่อนข้างแน่ชัดในระบบทางเดินปัสสาวะ
ตรวจเจอเม็ดเลือดแดงในห้องแล็บ
บางคนปัสสาวะใสปกติ แต่พอเอาไปตรวจสุขภาพประจำปี กลับพบว่ามีเม็ดเลือดแดงปนอยู่ในปัสสาวะเกินเกณฑ์ปกติ แบบนี้เรียกว่าภาวะปัสสาวะมีเลือดปนแบบซ่อนเร้น ซึ่งมักจะไม่มีอาการผิดอื่นร่วมด้วย แต่ก็ต้องหาสสาเหตุเช่นกันเพราะปล่อยไว้เรื้อรังอาจไม่ใช่เรื่องดี
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้มีเลือดปนในปัสสาวะ
การจะรู้ว่าเกิดจากอะไร หมอต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติม แต่สาเหตุที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวันมีอยู่ไม่กี่กลุ่มหลักๆ ลองเช็กดูว่าเราเข้าข่ายกลุ่มไหนบ้าง
- การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ: โรคยอดฮิตของสาวๆ ที่มักมาพร้อมอาการแสบขัด ปัสสาวะบ่อย และมีเลือดปนออกมาเล็กน้อยจากการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ
- นิ่วในไตหรือท่อปัสสาวะ: ก้อนนิ่วที่คมๆ เวลาขยับตัวจะไปขูดเนื้อเยื่อภายใน ทำให้มีเลือดออกและมักมีอาการปวดหลังร้าวลงขาแบบสุดๆ ร่วมด้วย
- ต่อมลูกหมากโตในผู้ชาย: คุณผู้ชายอายุเกินห้าสิบบ่อยครั้งที่มีปัญหาต่อมลูกหมากโต ซึ่งเส้นเลือดฝอยรอบๆ ต่อมลูกหมากอาจเปราะและแตกได้ง่าย
- การอักเสบของหน่วยไต: โรคทางกายบางชนิดที่ทำให้เนื้อไตอักเสบ ทำให้เม็ดเลือดแดงเล็ดลอดออกมากับน้ำปัสสาวะ
- เนื้องอกหรือมะเร็ง: อันนี้คือสิ่งที่หมอกังวลและต้องคอยตรวจคัดกรอง โดยเฉพาะในคนอายุเกินสี่สิบปีขึ้นไปที่ปัสสาวะเป็นเลือดแต่ไม่เจ็บปวดอะไรเลย
พฤติกรรมบางอย่างที่กระตุ้นให้เกิดเลือดปน
บางครั้งเลือดที่ออกมาไม่ได้มาจากโรคเรื้อรังเสมอไป แต่อาจเกิดจากไลฟ์สไตล์ของเราเอง เช่น การออกกำลังกายอย่างหักโหมเกินไปอย่างการวิ่งมาราธอน ซึ่งแรงกระแทกซ้ำๆ อาจทำให้กระเพาะปัสสาวะระคายเคืองจนมีเลือดออกได้ หรือการกินยาบางชนิดที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด รวมถึงการดื่มน้ำน้อยเกินไปจนทำให้เกิดตะกอนนิ่ว
อาการร่วมแบบไหนที่ควรไปหาหมอทันที
ถ้าเจอเลือดปนในปัสสาวะ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนหายเอง ยิ่งถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยควรรับมาตรวจอย่างด่วนที่สุด
- ปวดท้องน้อยหรือปวดหลังรุนแรงจนทนไม่ไหว
- มีไข้หนสั่นร่วมกับการปัสสาวะแสบขัด
- ปัสสาวะไม่ออก หรือมีลิ่มเลือดอุดตันจนต้องเบ่งแรง
- มีอาการบวมตามตัวโดยเฉพาะเปลือกตาและขา
การตรวจวินิจฉัยเพื่อหาต้นตอที่แท้จริง
เมื่อมาพบหมอ เราไม่ได้แค่มองด้วยตาเปล่า แต่จะมีกระบวนการตรวจเพื่อความแม่นยำ เริ่มตั้งแต่การตรวจปัสสาวะอย่างละเอียดเพื่อดูเม็ดเลือดแดงและหาเชื้อโรค การเจาะเลือดดูการทำงานของไต การอัลตร้าซาวด์ช่องท้องเพื่อดูหน้าตาของไตและกระเพาะปัสสาวะ หรือในบางรายอาจต้องส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะเพื่อให้เห็นรอยโรคชัดเจนที่สุด
สุดท้ายนี้ ภาวะปัสสาวะมีเลือดปน ไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรปล่อยผ่าน การสังเกตสีและลักษณะของปัสสาวะตัวเองสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากพบความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย การรีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุจะช่วยให้เราจัดการกับปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และรักษาได้อย่างตรงจุดครับ