ตกใจแทบแย่เมื่อเห็นน้ำสีแดงในโถส้วม
หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ใจหายวาบเมื่อก้มมองดูโถส้วมแล้วพบว่าน้ำปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีชมพู สีแดง หรือสีน้ำตาลเข้มเหมือนน้ำโค้ก บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเพราะเมื่อวานกินแก้วมังกรหรือบีทรูทเข้าไป แต่ถ้าไม่ได้กินอะไรสีจัดๆ แล้วเจอแบบนี้ บอกเลยว่านั่นคือ ภาวะปัสสาวะมีเลือดปน ที่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นในระบบทางเดินปัสสาวะ
ภาวะปัสสาวะมีเลือดปน คืออะไร และแบ่งออกเป็นแบบไหนบ้าง
ในทางการแพทย์ เราเรียกอาการนี้ว่า Hematuria ซึ่งหมายถึงการที่มีเม็ดเลือดแดงรั่วหลุดปะปนออกมากับน้ำปัสสาวะ โดยทั่วไปเราจะแบ่งออกเป็นสองแบบหลักๆ ให้เข้าใจง่ายดังนี้
- แบบที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (Gross Hematuria): อันนี้ชัดเจนมาก ปัสสาวะจะเปลี่ยนสีเป็นแดง ชมพู หรือสีสนิมเหล็ก แค่เห็นก็รู้แล้วว่าผิดปกติ
- แบบที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น (Microscopic Hematuria): สีน้ำปัสสาวะใสปกติทุกอย่าง แต่พอหมอเอาไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ในห้องแล็บถึงเจอเม็ดเลือดแดงแอบซ่อนอยู่
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้มีเลือดปนในปัสสาวะ
เวลาคนไข้มาปรึกษาเรื่องนี้ที่คลินิก หมอจะไล่เรียงสาเหตุที่เป็นไปได้ตั้งแต่อาการเบาไปจนถึงเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษ โดยสาเหตุหลักๆ มักจะมาจากจุดเหล่านี้
การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
อันนี้พบบ่อยที่สุดโดยเฉพาะคุณผู้หญิง เวลาเชื้อโรคเข้าไปกวนในกระเพาะปัสสาวะ จะทำให้เยื่อบุเกิดการอักเสบและมีเลือดซึมออกมา มักจะมีอาการแสบขัดเวลาปวดเบา ปวดท้องน้อยร่วมด้วย
นิ่วในไตหรือในกระเพาะปัสสาวะ
ก้อนนิ่วที่แข็งๆ เวลาเคลื่อนตัวไปมามันไปขูดกับเนื้อเยื่อข้างใน ทำให้เกิดแผลและมีเลือดออกได้ บางคนจะมีอาการปวดหลังร้าวลงขา หรือปวดท้องน้อยแบบจีบๆ ร่วมด้วย
ต่อมลูกหมากโตในผู้ชาย
คุณผู้ชายวัยเก๋าที่มีปัญหาต่อมลูกหมากโต เส้นเลือดรอบๆ ต่อมลูกหมากอาจจะเปราะและแตกง่าย ทำให้มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะได้บ่อยครั้ง
การออกกำลังกายหักโหมเกินไป
กลุ่มนักวิ่งมาราธอนหรือคนที่ออกกำลังกายหนักมากๆ แรงกระแทกซ้ำๆ อาจทำให้กระเพาะปัสสาวะระคายเคืองจนมีเลือดปนออกมาได้ชั่วคราว ซึ่งมักจะหายไปเองหลังพักผ่อน
ความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ลึกกว่านั้น
นอกจากสาเหตุข้างต้นแล้ว ภาวะปัสสาวะมีเลือดปน ยังอาจเกิดจากโรคทางกายอื่นๆ เช่น โรคหน่วยไตอักเสบ ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด หรือในกรณีที่ต้องระวังที่สุดคือ เนื้องอกหรือมะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมักจะพบในผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป หรือสูบบุหรี่จัด โดยจุดสังเกตคือมักจะไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ เลย อยู่ๆ ก็มีเลือดออกมาเฉยๆ
เมื่อไหร่ที่ควรมาพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอ
ถ้าเจอเลือดปนในปัสสาวะแล้วมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย แนะนำให้รีบมาพบแพทย์โดยด่วนเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
- มีไข้หนั่นสั่นร่วมกับปวดหลังส่วนล่าง
- ปวดท้องน้อยหรือปวดบิดเกร็งรุนแรงเวลาปัสสาวะ
- ปัสสาวะไม่ออก หรือมีลิ่มเลือดอุดตันจนเบ่งไม่ออก
- น้ำหนักลดฮวบ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียเรื้อรัง
การตรวจวินิจฉัยและแนวทางการดูแลรักษา
เมื่อมาพบหมอ เราจะไม่เดาอาการกันเฉยๆ แต่จะมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจน เช่น การตรวจปัสสาวะหาเม็ดเลือดแดงและเชื้อแบคทีเรีย การตรวจเลือดดูการทำงานของไต การอัลตร้าซาวด์ช่องท้องดูความผิดปกติของไตและกระเพาะปัสสาวะ หรือการส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะในรายที่จำเป็น การรักษาจะขึ้นอยู่กับต้นตอของปัญหา เช่น ถ้าติดเชื้อก็ให้ยาปฏิชีวนะ ถ้ามีนิ่วก็ต้องดูขนาดว่าจะสลายนิ่วหรือใช้วิธีอื่น ส่วนเรื่องการดูแลตัวเองเบื้องต้นคือการดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อช่วยชะล้างระบบทางเดินปัสสาวะและลดการสะสมของตะกอน อย่าอั้นปัสสาวะ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือชาคาเฟอีนเข้มๆ ที่จะไปกระตุ้นกระเพาะปัสสาวะในช่วงที่มีอาการ