ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

"มีไข้ ถ่ายเหลว ปวดบิดเกร็งในท้อง" อาการเหล่านี้เป็นฝันร้ายที่แทบทุกคนเคยเจอในชีวิตประจำวัน บ่อยครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยอาการอ่อนเพลีย พร้อมกับคำขอแรกที่มักจะได้ยินเสมอคือ ขอให้หมอช่วยจ่ายยาฆ่าเชื้อสีเขียวฟ้าให้หน่อย หรือบางคนก็เลือกที่จะซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองจากร้านขายยาตั้งแต่เริ่มถ่ายเหลวครั้งแรก โดยเข้าใจว่าการกินยาปฏิชีวนะจะช่วยให้หยุดถ่ายได้เร็วที่สุด

ในความเป็นจริงแล้ว อาการท้องเสียหรือลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อไม่ได้รักษาด้วยยาปฏิชีวนะเสมอไป การรีบร้อนกินยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็น นอกจากจะไม่ช่วยให้หายเร็วขึ้นแล้ว ยังอาจส่งผลเสียต่อระบบทางเดินอาหารในระยะยาวและก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาตามมาอีกด้วย

แยกให้ออกก่อน: อาการท้องเสียแบบไหนเกิดจากเชื้ออะไรกันแน่?

ระบบทางเดินอาหารอักเสบเกิดได้จากเชื้อโรคหลายชนิด ซึ่งการดูแลและการรักษาจะแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงตามสาเหตุหลัก ดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัส: เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยท้องเสียทั่วไป เช่น โรตาไวรัส หรือโนโรไวรัส อาการมักเริ่มต้นด้วยการมีไข้ต่ำๆ คลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายเหลวเป็นน้ำปริมาณมาก อาการมักจะค่อยๆ ดีขึ้นเองภายใน 2-3 วัน
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย: มักเกิดจากการกินอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด มีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย อาการเด่นชัดคือ มักมีไข้สูง ปวดเกร็งท้องอย่างรุนแรง และถ่ายอุจจาระมีมูกหรือเลือดปน ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีโอกาสจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อในการรักษา
  • สารพิษจากแบคทีเรีย (Food Poisoning): เกิดจากการกินอาหารที่มีสารพิษของแบคทีเรียปนอยู่ แม้ตัวแบคทีเรียจะตายไปแล้วจากการปรุงสุก แต่สารพิษยังคงอยู่ ทำให้มีอาการอาเจียนอย่างรุนแรงและถ่ายเหลวเฉียบพลันหลังกินอาหารเสร็จไม่กี่ชั่วโมง อาการกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อเพราะไม่ได้เป็นการติดเชื้อโดยตรง

ไขความลับเรื่อง ยาปฏิชีวนะและแนวทางการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ทำไมหมอถึงไม่จ่ายยาฆ่าเชื้อให้ทุกคน?

เหตุผลที่หมอมักจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนจ่ายยาปฏิชีวนะ หรือที่หลายคนคุ้นหูในชื่อยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะทางเดินอาหารอักเสบ เป็นเพราะระบบลำไส้ของคนเรามีระบบนิเวศขนาดเล็กที่เรียกว่า จุลินทรีย์ประจำถิ่น (Gut Microbiome) คอยทำหน้าที่ปกป้องลำไส้และช่วยในระบบย่อยอาหาร

เมื่อเรากินยาปฏิชีวนะเข้าไป ยานั้นไม่ได้เลือกฆ่าเฉพาะเชื้อโรคตัวร้าย แต่จะกวาดล้างจุลินทรีย์ตัวดีในลำไส้ไปด้วย ส่งผลให้สมดุลของลำไส้เสียไป และอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียจากการใช้ยาปฏิชีวนะแทรกซ้อนขึ้นมาอีก ยิ่งไปกว่านั้น การใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อจะกระตุ้นให้เชื้อแบคทีเรียในร่างกายพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นเชื้อดื้อยา ซึ่งในอนาคตหากเกิดการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น ยาปฏิชีวนะชนิดเดิมก็อาจจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

สัญญาณแบบไหนที่บอกว่าร่างกายกำลังเผชิญหน้ากับเชื้อแบคทีเรียและจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ?

การจะพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะนั้น แพทย์จะประเมินจากอาการและลักษณะอุจจาระเป็นหลัก โดยอาการที่บ่งชี้ว่าน่าจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงและควรได้รับยาปฏิชีวนะ ได้แก่

  • อุจจาระมีมูกเลือดปนอย่างเห็นได้ชัด
  • มีไข้สูงลอย ร่วมกับอาการปวดเกร็งท้องอย่างรุนแรง
  • ถ่ายเหลวบ่อยครั้งจนเริ่มมีอาการซึม อ่อนเพลียมาก หรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด
  • ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวหรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยที่กินยากดภูมิ หรือผู้สูงอายุที่มีร่างกายอ่อนแอมาก

วิธีดูแลตัวเองที่บ้านให้ฟื้นตัวไว เมื่อทางเดินอาหารติดเชื้อ

หากอาการท้องเสียไม่ได้รุนแรง ไม่มีไข้สูง และไม่มีมูกเลือดปน การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

เติมน้ำและเกลือแร่ให้ร่างกายอย่างถูกวิธีด้วย ORS

การถ่ายเหลวและอาเจียนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการจิบสารละลายผงเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ ตลอดทั้งวัน หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเปล่าปริมาณมากในคราวเดียวเพราะอาจทำให้เกลือแร่ในเลือดเจือจางลง และห้ามใช้เกลือแร่สำหรับออกกำลังกายแทน ORS เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลที่สูงเกินไป ซึ่งจะยิ่งดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้และทำให้ท้องเสียมากขึ้น

ปรับเรื่องอาหาร เลือกเมนูย่อยง่ายและเลี่ยงสิ่งกระตุ้นลำไส้

ในช่วงที่ลำไส้กำลังอักเสบ ควรเลือกกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น โจ๊กข้าวกล้องต้ม ข้าวต้มปลา หรือซุปใส หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด อาหารมัน นม ผลไม้ และผักสดที่มีเส้นใยสูง เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะเพิ่มภาระให้ลำไส้ต้องทำงานหนักและกระตุ้นการบีบตัวทำให้อาการแย่ลง

เลี่ยงการกินยาหยุดถ่ายโดยไม่จำเป็น

หลายคนเมื่อท้องเสียก็อยากจะกินยาหยุดถ่ายทันทีเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวก แต่การกินยาหยุดถ่ายในขณะที่ร่างกายกำลังพยายามขับไล่เชื้อโรคหรือสารพิษออกจากลำไส้ เปรียบเสมือนการขังเชื้อโรคเอาไว้ข้างใน ซึ่งอาจส่งผลให้เชื้อโรคแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด หรือทำให้เกิดภาวะลำไส้โป่งพองและอักเสบรุนแรงยิ่งขึ้น การปล่อยให้ร่างกายขับถ่ายออกมาตามธรรมชาติร่วมกับการทดแทนน้ำและเกลือแร่จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

อาการแบบไหนที่อันตรายเกินกว่าจะดูแลตัวเองที่บ้าน และต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?

แม้ว่าอาการท้องเสียส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่หากสังเกตเห็นอาการเตือนเหล่านี้ ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยด่วน

  • มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะสีเข้มจัดหรือไม่มีปัสสาวะออกเลยเกิน 6 ชั่วโมง
  • หน้ามืด เป็นลม หรือมีอาการสับสน กระสับกระส่าย
  • อาเจียนรุนแรงมากจนไม่สามารถกินอาหาร น้ำ หรือเกลือแร่ได้เลย
  • มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส และไข้ไม่ยอมลดลง
  • อุจจาระมีสีดำสนิทหรือมีเลือดปนออกมาปริมาณมาก
  • อาการท้องเสียไม่ดีขึ้นเลยหลังจากดูแลตัวเองผ่านไปแล้ว 48 ชั่วโมง

การดูแลระบบทางเดินอาหารเมื่อเกิดการติดเชื้อ หัวใจสำคัญไม่ใช่การหาทางหยุดถ่ายให้เร็วที่สุดด้วยยาฆ่าเชื้อ แต่เป็นการช่วยให้ร่างกายขับไล่สิ่งแปลกปลอมออกไปในขณะที่ประคับประคองไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ หากเราเข้าใจธรรมชาติของโรคนี้และปฏิบัติตามแนวทางการดูแลอย่างถูกต้อง เราจะสามารถฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากเชื้อดื้อยาในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down