ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้ตรวจคนไข้ทีไร หลายคนเดินเข้ามาพร้อมอาการไอ จาม คัดจมูก และบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าทำไมช่วงนี้ถึงป่วยง่ายเหลือเกิน เดินตากฝนหน่อยเดียวหรือโดนลมหนาวนิดหน่อยก็เริ่มมีอาการแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้คิดไปเองแน่นอน เพราะธรรมชาติของเชื้อไวรัสโรคทางเดินหายใจมีพฤติกรรมที่ชอบสภาพอากาศบางรูปแบบเป็นพิเศษ

ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้มานาน เวลาที่อากาศเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่หน้าฝนหรือหน้าหนาว เรามักจะเตรียมรับมือกับการระบาดของโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ และไวรัสอาร์เอสวี (RSV) กันอยู่เสมอ วันนี้เลยอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกันว่า สภาพอากาศแบบไหนกันนะที่ทำให้เจ้าไวรัสเหล่านี้แพร่ระบาดได้ดีเป็นพิเศษ และเราจะปกป้องตัวเองอย่างไรดี

อากาศเย็นและความชื้นสูง: บ้านหลังโปรดของเจ้าไวรัส

เวลาที่เราพูดถึง ฤดูกาลระบาดและสภาพอากาศที่เอื้อต่อไวรัส สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ ไวรัสไม่ได้ชอบความหนาวเย็นเพราะตัวมันเองชอบอากาศเย็น แต่ความเย็นและความชื้นคือเกราะป้องกันชั้นดีที่ทำให้ไวรัสมีอายุยืนยาวขึ้นเมื่อลอยอยู่ในอากาศ

เวลาอากาศเย็นและแห้ง หรือมีความชื้นสูงในหน้าฝน ละอองฝอยจากการไอจามของเราจะระเหยได้ช้าลง อนุภาคของน้ำลายที่มีเชื้อไวรัสจึงแขวนลอยอยู่ในอากาศได้นานขึ้น แถมเยื่อบุทางเดินหายใจของเราไม่ว่าจะเป็นจมูกหรือคอ เมื่อเจออากาศเย็นจัดก็จะแห้งลง ทำให้กลไกการดักจับเชื้อโรคตามธรรมชาติทำงานได้ไม่เต็มที่ เชื้อโรคจึงเข้าสู่ร่างกายเราได้ง่ายขึ้นมาก

ทำไมหน้าฝนคนถึงป่วยติดกันง่ายกว่าเดิม

หลายคนสงสัยว่า หน้าฝนไม่ได้มีอากาศหนาวจัด ทำไมไวรัสถึงระบาดหนักไม่แพ้หน้าหนาว คำตอบอยู่ที่พฤติกรรมของเราเอง

  • การรวมตัวในพื้นที่ปิด: พอฝนตก เรามักจะหลบเข้าไปอยู่ในอาคาร ห้องแอร์ หรือพื้นที่แคบๆ ร่วมกับคนจำนวนมาก อากาศไม่ถ่ายเท ทำให้ถ้ามีใครสักคนเป็นหวัด เชื้อโรคจะวนเวียนอยู่ในห้องนั้นและติดคนอื่นได้ง่ายมาก
  • ความอับชื้น: สภาพแวดล้อมที่ชื้นแฉะช่วยให้ไวรัสบางชนิดมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวสัมผัส เช่น ลูกบิดประตู หรือราวบันได ได้นานขึ้น

พื้นที่แออัดและห้องแอร์: ตัวช่วยกระจายโรคชั้นดี

ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศ โรงเรียน หรือห้างสรรพสินค้า สถานที่เหล่านี้คือจุดยุทธศาสตร์ที่ไวรัสชอบมากที่สุด เพราะระบบปรับอากาศแบบหมุนเวียนจะดึงอากาศภายในห้องกลับมาใช้ใหม่ ถ้ามีคนไอจามออกมาแล้วไม่มีการระบายอากาศที่ดี เชื้อไวรัสก็จะถูกพัดวนกลับมาให้คนอื่นสูดดมเข้าไปซ้ำๆ กลายเป็นวงจรการป่วยยกห้องที่เราเห็นกันบ่อยๆ

วิธีดูแลตัวเองให้รอดพ้นจากช่วงฤดูระบาด

เมื่อรู้แล้วว่าธรรมชาติของไวรัสชอบอากาศแบบไหน เราก็สามารถปรับตัวเพื่อรับมือได้อย่างตรงจุด

  • ล้างมือบ่อยๆ: เป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันการรับเชื้อจากพื้นผิวสัมผัส
  • ใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด: ช่วยกรองละอองฝอยและลดโอกาสรับเชื้อโรคเข้าสู่ทางเดินหายใจ
  • เลี่ยงการเอามือสัมผัสใบหน้า: เพราะมือเราอาจไปจับโดนจุดที่มีเชื้อโรคสะสมอยู่
  • ดูแลร่างกายให้แข็งแรง: พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้ภูมิคุ้มกันพร้อมสู้กับเชื้อโรค

การเข้าใจรูปแบบของสภาพอากาศที่เอื้อต่อการแพร่ระบาด จะช่วยให้เราไม่ประมาทและระมัดระวังตัวได้ดีขึ้นในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าต้องมานอนซมรักษาตัวทีหลังแน่นอน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down