เพิ่งได้ผลตรวจเลือดแพ้อหารมา แต่ตัวเลขและสัญลักษณ์พวกนี้คืออะไรกันแน่?
หลายคนเดินถือซองผลตรวจเลือดกลับมานั่งงงอยู่ที่บ้าน เปิดดูหน้ากระดาษที่มีตารางยาวเหยียด พร้อมตัวเลขยิบย่อยและค่าคลาสต่างๆ บางคนเจอผลบวกขึ้นมาหลายตัวจนเครียดว่าชาตินี้จะกินอะไรได้บ้าง หรือบางคนผลเป็นลบแต่กินทีไรก็ยังท้องอืดทุกที ในฐานะหมอที่นั่งตรวจคนไข้กลุ่มนี้อยู่บ่อยๆ ผมเข้าใจเลยครับว่าความพยายามทำความเข้าใจผลแล็บด้วยตัวเองมันชวนปวดหัวแค่ไหน วันนี้เรามาลองค่อยๆ แกะรอยผลตรวจเลือดตัวนี้ไปด้วยกันแบบเข้าใจง่ายครับ
รู้จักหน้าตาและหน้าที่ของเจ้าตัวร้าย Specific IgE กันสักนิด
ก่อนจะไปดูผล เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าร่างกายของเราสร้างภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งขึ้นมาสู้กับสิ่งแปลกปลอม เจ้าตัวที่ชื่อว่า Specific IgE เนี่ย เปรียบเสมือนสายสืบเฉพาะกิจที่ร่างกายสร้างขึ้นมาจำเพาะเจาะจงกับอาหารแต่ละชนิด เช่น ถ้าเราแพ้กุ้ง สายสืบตัวนี้ก็จะถูกผลิตขึ้นมาเพื่อจำหน้ากุ้งโดยเฉพาะ เวลาที่กุ้งเข้าสู่ร่างกาย เจ้าสายสืบนี้จะส่งสัญญาณเตือนภัย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันปล่อยสารเคมีออกมาจัดการ จนเกิดอาการแพ้ที่เราคุ้นเคยกัน เช่น ผื่นขึ้น หายใจไม่ออก หรือแน่นหน้าอก การตรวจเลือดหา Specific IgE จึงเป็นการเช็กว่า ในกระแสเลือดของเรามีสายสืบจำเพาะเหล่านี้หน้าตาเหมือนอาหารชนิดไหนลอยอยู่บ้าง
ตัวเลขและค่า Class บนกระดาษผลตรวจบอกอะไรเราบ้าง?
เวลาเปิดดูใบรายงานผล เรามักจะเจอตัวเลขที่เป็นค่าปริมาณ (Quantitative value) หน่วยเป็น kU/L และมักจะมีตารางเทียบระดับความรุนแรงหรือ Class ตั้งแต่ Class 0 ไปจนถึง Class 6 หลักการจำง่ายๆ คือ ยิ่งตัวเลขสูงมากเท่าไหร่ หรือยิ่งอยู่ Class สูงขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาต่ออาหารชนิดนั้นก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น แต่ขอโน้ตตัวโตๆ ไว้ตรงนี้เลยว่า ผลตรวจเลือดสูงไม่ได้แปลว่าเวลาคุณกินเข้าไปแล้วจะต้องอาการรุนแรงถึงชีวิตเสมอไปนะครับ มันบอกแค่ว่ามีแนวโน้มไวต่อสิ่งนั้นสูงกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง
ผลเป็นบวกไม่ได้แปลว่าแพ้จริงเสมอไป ความจริงที่คุณต้องรู้
นี่คือจุดที่คนไข้เข้าใจคลาดเคลื่อนกันมากที่สุด ผลตรวจเลือดที่ขึ้นว่าบวก (Positive) เป็นแค่การบอกว่าร่างกายเคยสร้างภูมิคุ้มกันต่ออาหารตัวนั้นขึ้นมาแล้ว แต่ในชีวิตจริง คุณอาจจะยังกินอาหารนั้นได้ปกติโดยไม่มีอาการอะไรเลยก็ได้ เพราะภูมิคุ้มกันในเลือดกับปฏิกิริยาของร่างกายในชีวิตจริงมันไม่ได้เดินขนานกันร้อยเปอร์เซ็นต์ หมอจึงมักจะบอกคนไข้เสมอว่า เราไม่ได้รักษาตัวเลขบนกระดาษใบนี้ แต่เรากำลังรักษาอาการของคนไข้จริงๆ ต่างหาก ถ้าผลตรวจบอกว่าแพ้ถั่วลิสงแต่คุณกินขนมที่มีถั่วลิสงทุกวันแล้วสบายดี นั่นแปลว่าคุณไม่ได้แพ้ทางคลินิก ไม่จำเป็นต้องงดอาหารชนิดนั้นครับ
อาการทางคลินิกสำคัญที่สุด ผลตรวจเป็นเพียงตัวช่วยประกอบ
เวลาแพทย์ประเมินผล การแปลผลการตรวจ Specific IgE ต ออาหารเฉพาะชนิด เราจะไม่เคยดูแค่ตัวเลขโดๆ เดี่ยวๆ เด็ดขาด แต่เราจะเอาประวัติการกินอาการที่เกิดขึ้น มานั่งประกอบจิ๊กซอว์ร่วมกับผลเลือดเสมอ หากมีอาการชัดเจนร่วมกับผลเลือดบวก อันนี้ฟันธงได้ค่อนข้างแน่ว่าแพ้จริง แต่ถ้าผลเลือดบวกแต่ไม่เคยมีอาการเลย หรือผลเลือดเป็นลบแต่กินทีไรผื่นขึ้นทุกที แบบนี้ต้องมาตรวจหาสสาเหตุอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การแพ้แบบไม่ผ่านกลไกภูมิคุ้มกัน IgE หรือภาวะลำไส้แปรปรวนครับ
คำแนะนำจากหมอ: ทำอย่างไรต่อดีหลังจากรู้ผลตรวจแล้ว?
สิ่งแรกที่อยากบอกคือ ตั้งสติให้ดีและอย่าเพิ่งรีบตัดอาหารออกจากเมนูโปรดทุกชนิดที่มีผลบวกเด็ดขาด เพราะการงดอาหารโดยไม่จำเป็นอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้ ทางที่ดีที่สุดคือนำผลตรวจนี้ไปปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านภูมิแพ้ เพื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับพฤติกรรมการกินและอาการจริง อาหารตัวไหนที่สงสัยและมีอาการจริง แพทย์อาจจะแนะนำให้ลองงดชั่วคราว หรือในบางกรณีอาจต้องมีการทดสอบการกินอาหารภายใต้การดูแลของแพทย์ (Oral Food Challenge) เพื่อความมั่นใจที่แท้จริงครับ