หลายครั้งที่คุณหมอมักจะเจอคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยท่าทางอ่อนเพลีย พร้อมกับบ่นให้ฟังว่า ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร รู้สึกเบื่ออาหาร กินอะไรก็ไม่อร่อย จนเสื้อผ้าที่เคยใส่พอดีกลับหลวมไปหมด อาการเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็เกิดขึ้นได้เวลาเครียดหรือเหนื่อยล้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะเบื่ออาหารและน้ำหนักตัวไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกสุดที่ร่างกายกำลังบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นภายในที่ต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วน
ทำไมอยู่ๆ ถึงไม่อยากอาหาร? ชวนหาสาเหตุที่ทำให้กินข้าวไม่ลง
อาการไม่อยากอาหารเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึกเพียงอย่างเดียว โดยหมอขอแบ่งสาเหตุออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นดังนี้
ปัญหาทางกายที่ซ่อนอยู่โดยที่คุณไม่รู้ตัว
โรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ กรดไหลย้อน โรคตับ หรือโรคไต มักส่งผลโดยตรงต่อระบบการย่อยและการดูดซึมอาหาร นอกจากนี้ การทำงานของต่อมไร้ท่อที่ผิดปกติ เช่น ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ ก็ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลงและทำให้ไม่อยากอาหารได้เช่นกัน
สภาพจิตใจและสมองที่ส่งสัญญาณประท้วง
ความเครียดสะสม ความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สารเคมีในสมองเสียสมดุล ส่งผลให้สมองส่วนควบคุมความหิวทำงานลดลง บางคนอาจรู้สึกจุกแน่นที่คอหอยจนกลืนอาหารลำบากเมื่อมีความเครียดสูง
ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางประเภท
ยาหลายชนิดที่คุณหมอจ่ายเพื่อรักษาโรคประจำตัว เช่น ยาปฏิชีวนะบางตัว ยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือยารักษาโรคความดันโลหิตสูง อาจส่งผลให้ลิ้นรับรสเปลี่ยนไป เกิดอาการคลื่นไส้ และทำให้ความอยากอาหารลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ผอมไปหรือเปล่า? วิธีเช็กง่ายๆ ว่าน้ำหนักเราหลุดเกณฑ์แล้วหรือยัง
หลายคนอาจจะสงสัยว่าน้ำหนักตัวที่ลดลงมานั้น ถือว่าอันตรายต่อสุขภาพหรือยัง ในทางการแพทย์เรามีวิธีประเมินง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถลองทำตามได้เองที่บ้านดังนี้
การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI)
คุณสามารถคำนวณได้โดยนำน้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (หน่วยเป็นเมตร) ยกกำลังสอง หากผลลัพธ์ที่ได้ต่ำกว่า 18.5 จะถือว่าน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งแสดงถึงความเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารและระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง
สังเกตอัตราการลดลงของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว
หากน้ำหนักตัวลดลงมากกว่าร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัวเดิมภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนักหรือคุมอาหารเลย หมอถือว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยสำคัญที่ต้องได้รับการหาสาเหตุอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เทคนิคปรับมื้ออาหารกู้ระบบเผาผลาญและเรียกความอยากอาหารกลับคืนมา
เมื่อเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร การฝืนกินอาหารมื้อใหญ่ในคราวเดียวอาจทำให้รู้สึกอึดอัด คลื่นไส้ และพะอืดพะอมมากกว่าเดิม หมอแนะนำให้ลองปรับพฤติกรรมการกินด้วยวิธีเหล่านี้
- ซอยมื้ออาหารเป็นมื้อย่อย: เปลี่ยนจากการกินอาหาร 3 มื้อใหญ่ มาเป็น 5-6 มื้อย่อยในแต่ละวัน โดยเน้นกินทีละน้อยแต่บ่อยขึ้น เพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารทำงานหนักเกินไป
- เลือกอาหารที่มีสารอาหารและพลังงานสูง: ในเมื่อกินได้น้อย ก็ต้องเน้นคุณภาพอาหาร เลือกอาหารที่ให้พลังงานและโปรตีนสูง เช่น ไข่ ปลา ถั่ว เต้าหู้ หรือเติมส่วนประกอบที่มีประโยชน์อย่างน้ำมันมะกอกหรืออโวคาโดลงในเมนูอาหารเพื่อเพิ่มแคลอรี
- สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายขณะกินอาหาร: การนั่งกินอาหารคนเดียวหน้าจอโทรศัพท์อาจยิ่งทำให้รู้สึกเบื่อ ลองเปลี่ยนมาจัดจานอาหารให้สวยงามน่ารับประทาน หรือนั่งกินข้าวร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูงเพื่อช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหารให้มากขึ้น
อาการแบบไหนที่เกินรับมือ และต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?
แม้ว่าเราจะพยายามปรับพฤติกรรมแล้ว แต่ถ้ามีอาการร่วมเหล่านี้ปรากฏขึ้น หมอแนะนำว่าอย่านิ่งนอนใจและควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด
- น้ำหนักตัวลดลงอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ควบคู่กับมีอาการอ่อนเพลียรุนแรงจนไม่มีแรงทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ
- มีไข้ต่ำๆ เรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีเหงื่อออกมากผิดปกติในตอนกลางคืน
- มีปัญหาในการกลืนอาหาร รู้สึกกลืนติด หรือมีอาการเจ็บคอขณะกลืนอาหาร
- ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือถ่ายอุจจาระมีสีดำเข้ม
- อาการเบื่ออาหารเกิดขึ้นร่วมกับความรู้สึกหดหู่ เศร้าหมอง และหมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบเป็นเวลานานกว่าสองสัปดาห์
ร่างกายของเราเป็นระบบที่ทำงานประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อใดก็ตามที่เริ่มมีภาวะเบื่ออาหารและน้ำหนักตัวไม่เป็นไปตามเกณฑ์ปกติ นั่นคือเสียงเตือนเบาๆ จากภายในที่กำลังขอความช่วยเหลือ การดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ ใส่ใจในมื้ออาหาร และไม่ละเลยอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยให้คุณกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรง มีพลังชีวิต และพร้อมที่จะสนุกกับการกินอาหารมื้ออร่อยได้อีกครั้ง