เคยไหมที่ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกไม่อยากอาหาร แม้แต่ของโปรดที่เคยชอบก็ยังกินได้แค่ไม่กี่คำ หลายคนอาจมองข้ามอาการเหล่านี้และคิดว่าแค่เหนื่อยหรือเครียดชั่วคราว แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาการเบื่ออาหารกลับกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้น้ำหนักตัวลดลงเรื่อยๆ จนคนรอบข้างเริ่มทัก
ในฐานะหมอที่เจอคนไข้ด้วยอาการนี้อยู่บ่อยๆ อยากจะบอกว่า อาการเบื่ออาหารและน้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็วจนเกิด ภาวะเบื่ออาหารและน้ำหนักตัวไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานนั้น ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะปล่อยผ่านได้ เพราะนี่คือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ามีบางอย่างกำลังทำงานผิดปกติ
ทำไมอยู่ๆ ถึงไม่อยากอาหาร? เจาะลึกสาเหตุทางกายและใจ
อาการไม่อยากอาหารเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยหมอขอแบ่งสาเหตุหลักๆ ออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นดังนี้
- ปัจจัยทางร่างกาย: มีโรคทางกายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ เช่น โรคระบบทางเดินอาหาร (กระเพาะอาหารอักเสบ กรดไหลย้อน) โรคตับ โรคไต หรือแม้กระทั่งความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ นอกจากนี้ การติดเชื้อในร่างกายก็ส่งผลให้เบื่ออาหารได้เช่นกัน
- ปัจจัยทางจิตใจ: สภาพจิตใจมีผลต่อความอยากอาหารอย่างมาก ความเครียดสะสม อาการวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า สามารถส่งสัญญาณไปที่สมองเพื่อลดความรู้สึกหิวลง ทำให้กินอาหารได้น้อยลงโดยไม่รู้ตัว
- ผลข้างเคียงจากยา: ยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยาแก้ปวดบางกลุ่ม ยาปฏิชีวนะ หรือยารักษาโรคประจำตัว มีส่วนทำให้ลิ้นรับรสเปลี่ยนไป หรือทำให้รู้สึกคลื่นไส้จนไม่อยากกินอาหาร
เมื่อน้ำหนักตัวเริ่มลดลงผิดปกติ ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนอะไรบ้าง?
การที่น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนัก (Unintentional Weight Loss) เช่น น้ำหนักลดลงมากกว่าร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัวเดิมภายในระยะเวลา 6 ถึง 12 เดือน ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง
เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพออย่างต่อเนื่อง ระบบเผาผลาญจะเริ่มทำงานผิดเพี้ยน กล้ามเนื้อจะถูกดึงไปใช้เป็นพลังงานแทน ทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลง รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ภูมิคุ้มกันต่ำลง และส่งผลให้เจ็บป่วยง่ายขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่หาสาเหตุ อาการอาจรุนแรงขึ้นจนรักษายากกว่าเดิม
อาการแบบไหนที่เริ่มอันตราย และควรรีบมาพบหมอทันที
หากมีอาการเบื่ออาหารร่วมกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ หมอแนะนำว่าไม่ควรรอช้า ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด
- น้ำหนักตัวลดลงอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเกิน 1 เดือน
- มีไข้ต่ำๆ หนาวสั่น หรือมีเหงื่อออกตอนกลางคืนโดยไม่ทราบสาเหตุ
- รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลียรุนแรง จนกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน
- มีอาการกลืนลำบาก เจ็บคอ หรือคลื่นไส้อาเจียนทุกครั้งหลังทานอาหาร
- มีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย หรือถ่ายอุจจาระมีสีดำเข้มหรือมีเลือดปน
วิธีปรับพฤติกรรมการกินเบื้องต้น เพื่อช่วยเพิ่มความอยากอาหารและฟื้นฟูร่างกาย
ในระหว่างที่หาสาเหตุร่วมกับแพทย์ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินทีละนิดจะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอและช่วยให้น้ำหนักตัวเริ่มกลับเข้าสู่เกณฑ์ปกติได้ง่ายขึ้น
1. แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ แต่กินบ่อยขึ้น
การฝืนกินอาหารมื้อใหญ่ในเวลาที่เบื่ออาหารมักจะทำให้รู้สึกอึดอัดและคลื่นไส้ ลองเปลี่ยนมาเป็นแบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อยๆ ประมาณ 5 ถึง 6 มื้อต่อวัน วิธีนี้ช่วยให้ร่างกายย่อยง่ายขึ้นและได้รับพลังงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกกดดันในการกิน
2. เน้นอาหารที่ให้พลังงานและสารอาหารสูง
เลือกกินอาหารที่มีสารอาหารหนาแน่นในปริมาณที่ไม่ต้องเยอะมาก เช่น ไข่ เนื้อปลา อะโวคาโด ถั่วต่างๆ หรือการเติมน้ำมันมะกอกลงในอาหารเล็กน้อย เพื่อช่วยเพิ่มแคลอรีให้กับร่างกายโดยไม่ต้องกินในปริมาณที่มากเกินไป
3. ปรับบรรยากาศในการกินอาหาร
การนั่งกินอาหารคนเดียวในห้องเงียบๆ อาจยิ่งทำให้เบื่ออาหารมากขึ้น ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปกินร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง เปิดเพลงเบาๆ หรือจัดจานอาหารให้มีสีสันน่ากิน จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสและทำให้รู้สึกอยากอาหารมากขึ้น
4. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำปริมาณมากก่อนมื้ออาหาร
การดื่มน้ำแก้วใหญ่ก่อนกินอาหารจะทำให้รู้สึกอิ่มน้ำและกินอาหารได้น้อยลง แนะนำให้จิบน้ำระหว่างวันแทน และดื่มน้ำหลังกินอาหารเสร็จแล้วประมาณ 30 นาที เพื่อไม่ให้รบกวนพื้นที่ในกระเพาะอาหาร
สุดท้ายนี้ อาการเบื่ออาหารจนทำให้น้ำหนักตัวไม่เป็นไปตามเกณฑ์ไม่ใช่เรื่องปกติที่ปล่อยไว้แล้วจะหายไปเอง การใส่ใจสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรีบหาสาเหตุอย่างตรงจุด จะช่วยให้เราสามารถกู้คืนสุขภาพที่ดีและพลังงานชีวิตกลับคืนมาได้อย่างปลอดภัย