หลายคนอาจเคยผ่านช่วงเวลาที่ตักอาหารเข้าปากได้ไม่กี่คำก็ต้องวางช้อน หรือจู่ๆ อาหารจานโปรดที่เคยชอบกินกลับดูหมดอร่อยไปเสียเฉยๆ อาการเบื่ออาหารชั่วครั้งชั่วคราวจากความเครียดหรือสภาพอากาศเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป แต่หากอาการนี้ลากยาวเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน จนทำให้น้ำหนักตัวลดฮวบลงเรื่อยๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณประท้วงอะไรบางอย่าง การปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในภาวะเบื่ออาหารและน้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐานสะสมเป็นเวลานาน ไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายซูบผอมลงเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันและพลังงานในการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย
แบบไหนที่เรียกว่าผอมเกินไป? ชวนมาเช็กเกณฑ์น้ำหนักตัวที่เหมาะสม
ก่อนที่จะประเมินว่าร่างกายของเรากำลังเผชิญกับปัญหาน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์หรือไม่ วิธีการที่ง่ายและเป็นสากลที่สุดคือการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass Index) โดยคำนวณจากน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง
- ค่า BMI น้อยกว่า 18.5: ถือว่าน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (Underweight) ซึ่งควรเริ่มหันมาใส่ใจดูแลตัวเองและหาสาเหตุร่วมกับแพทย์
- ค่า BMI อยู่ระหว่าง 18.5 – 22.9: ถือว่าน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติและสมส่วน
สำหรับในวัยเด็กหรือวัยรุ่น จะไม่ได้ดูเพียงแค่ตัวเลข BMI เท่านั้น แต่แพทย์จะใช้การเทียบกับกราฟการเจริญเติบโตตามช่วงอายุ (Growth Chart) หากเส้นกราฟน้ำหนักของเด็กตกลงอย่างต่อเนื่อง หรือต่ำกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 5 ถือว่าเป็นสัญญาณที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดทันที
ทำไมจู่ๆ ถึงไม่อยากอาหาร? เจาะลึกสาเหตุที่ทำให้ความอยากอาหารหายไป
ความอยากอาหารเป็นกลไกที่ซับซ้อนซึ่งควบคุมโดยสมองร่วมกับฮอร์โมนในทางเดินอาหาร เมื่อระบบใดระบบหนึ่งทำงานผิดปกติไป ก็อาจส่งผลให้ความอยากอาหารลดลงได้ โดยหมอขอสรุปสาเหตุสำคัญออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
1. สาเหตุทางร่างกายและโรคประจำตัวที่แฝงอยู่
โรคหรือความผิดปกติทางกายหลายอย่างมักแสดงอาการเริ่มต้นด้วยการเบื่ออาหาร เช่น:
- โรคในระบบทางเดินอาหาร: เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ กรดไหลย้อน หรือภาวะลำไส้แปรปรวน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด หรือปวดท้องจนพาลไม่อยากกินอาหาร
- โรคเรื้อรัง: เช่น โรคตับ โรคไตวายเรื้อรัง หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ซึ่งส่งผลต่อระบบเผาผลาญและการรับรสชาติของร่างกาย
- การติดเชื้อในร่างกาย: ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียเฉียบพลัน ร่างกายจะหลั่งสารอักเสบออกมา ซึ่งสารเหล่านี้มีฤทธิ์กดความอยากอาหารโดยตรง
2. สภาพจิตใจและอารมณ์ที่ส่งผลโดยตรงต่อความอยากอาหาร
สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และส่วนที่ควบคุมความหิวมีความเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น เมื่อเรามีความเครียดสะสม วิตกกังวล หรือเผชิญกับภาวะซึมเศร้า ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนออกมา ซึ่งส่งผลให้การทำงานของกระเพาะอาหารช้าลงและทำให้รู้สึกไม่หิว นอกจากนี้ กลุ่มโรคพฤติกรรมการกินผิดปกติ (Eating Disorders) เช่น โรคกลัวอ้วน (Anorexia Nervosa) ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปฏิเสธการกินอาหารจนน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
3. ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด
ยาหลายประเภทมีผลข้างเคียงทำให้น้ำหนักลดและเบื่ออาหาร เช่น ยารักษาโรคสมาธิสั้น ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยาแก้ปวดกลุ่มที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท หรือยาที่ใช้ในเคมีบำบัด หากสังเกตว่าอาการเบื่ออาหารเริ่มต้นหลังจากได้รับยาตัวใหม่ การปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้เพื่อปรับเปลี่ยนยาเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ปล่อยไว้นานระวังร่างกายทรุด: ผลกระทบเมื่อน้ำหนักตัวน้อยเกินไปเป็นเวลานาน
การที่ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารและพลังงานที่เพียงพออย่างต่อเนื่อง จะส่งผลเสียต่อระบบการทำงานภายในร่างกายอย่างเป็นโดมิโน ดังนี้
- ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: ร่างกายขาดโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดขาว ทำให้เจ็บป่วยง่าย ติดเชื้อได้ง่าย และแผลหายช้ากว่าปกติ
- สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ: เมื่อไม่มีพลังงานจากอาหาร ร่างกายจะสลายกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานทดแทน ส่งผลให้ไม่มีแรง เหนื่อยง่าย และสมรรถภาพทางกายลดลง
- กระดูกพรุนและเปราะบาง: การขาดแคลเซียมและวิตามินดีทำให้นวลกระดูกลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักได้ง่าย
- ระบบฮอร์โมนแปรปรวน: ในเพศหญิงอาจส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือขาดหายไป ซึ่งส่งผลกระทบระยะยาวต่อระบบสืบพันธุ์
กู้คืนความอยากอาหารและเพิ่มน้ำหนักอย่างปลอดภัย ด้วยวิธีที่หมอแนะนำ
การแก้ไขภาวะเบื่ออาหารและน้ำหนักตัวไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ใช่การโหมกินอาหารขยะหรือของหวานเพื่อเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว แต่เป็นการฟื้นฟูระบบการกินอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีคุณภาพ
- แบ่งทานเป็นมื้อเล็กๆ แต่บ่อยขึ้น: แทนที่จะทานมื้อใหญ่ 3 มื้อ ลองเปลี่ยนเป็นทานวันละ 5-6 มื้อเล็กๆ เพื่อไม่ให้รู้สึกแน่นท้องจนเกินไปและช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างต่อเนื่อง
- เน้นอาหารที่ให้พลังงานและสารอาหารสูง (Nutrient-Dense Foods): เลือกทานอาหารที่มีไขมันดีและโปรตีนคุณภาพสูง เช่น ถั่ว อะโวคาโด ปลาที่มีไขมันดี ไข่ และชีส ซึ่งช่วยเพิ่มแคลอรีได้ดีโดยไม่ต้องกินในปริมาณมากเกินไป
- หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำปริมาณมากก่อนหรือระหว่างมื้ออาหาร: เพราะจะทำให้อิ่มน้ำและทานอาหารได้น้อยลง ควรดื่มน้ำหลังมื้ออาหารประมาณ 30 นาที
- สร้างบรรยากาศที่ดีในการรับประทานอาหาร: การรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง การจัดจานอาหารให้มีสีสันน่ารับประทาน หรือการเปิดเพลงเบาๆ สามารถช่วยกระตุ้นความยากอาหารได้ดีขึ้น
สัญญาณเตือนสีแดง: อาการร่วมแบบไหนที่ต้องรีบมาพบหมอโดยด่วน
แม้ว่าอาการเบื่ออาหารส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นได้เมื่อปรับพฤติกรรม แต่หากมีอาการเตือนเหล่านี้ร่วมด้วย หมอแนะนำว่าควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดทันที:
- น้ำหนักตัวลดลงมากกว่า 5% ของน้ำหนักตัวเดิมภายในระยะเวลา 6 เดือนโดยไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนัก
- มีอาการกลืนลำบาก กลืนแล้วเจ็บ หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนติดอยู่ในคอ
- มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนเรื้อรัง หรือถ่ายอุจจาระมีสีดำเข้มหรือมีเลือดปน
- มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลียอย่างรุนแรง หรือมีเหงื่อออกมากในตอนกลางคืนโดยไม่ทราบสาเหตุ
การใส่ใจสังเกตพฤติกรรมการกินและน้ำหนักตัวของตนเองและคนใกล้ชิดอยู่เสมอ จะช่วยให้เราสามารถจับสัญญาณเตือนของร่างกายและเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ภาวะเบื่ออาหารจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพในระยะยาว