ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมอาการปวดข้อมือเล็กน้อยถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้

หลายคนมักเริ่มต้นด้วยความรู้สึกปวดตื้อๆ บริเวณข้อมือ หรือรู้สึกเจ็บแปลบเวลาหยิบจับของชิ้นเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่มักเลือกที่จะเพิกเฉยหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหาซื้อยาทามาบรรเทา หรือใช้วิธีพันผ้าเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวเอง แต่ในความเป็นจริง ภาวะแทรกซ้อนจากการละเลยการรักษาเอ็นข้อมืออักเสบนั้นมีมากกว่าแค่ความเจ็บปวดที่กวนใจ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง อาจนำไปสู่ความสูญเสียความสามารถในการใช้งานมือในระยะยาวได้

เมื่อความอักเสบกลายเป็นพังผืดเกาะติด

ร่างกายมีกลไกซ่อมแซมตัวเองเสมอ แต่ถ้าเอ็นข้อมือถูกใช้งานหนักซ้ำซากโดยไม่ได้รับการพักหรือรักษาที่ถูกต้อง กระบวนการซ่อมแซมจะเกิดความผิดพลาด พังผืดที่เคยนุ่มนิ่มจะเริ่มหนาตัวขึ้นและสูญเสียความยืดหยุ่น การละเลยตรงจุดนี้จะทำให้ช่องที่เอ็นข้อมือวิ่งผ่านแคบลง จนเกิดแรงเสียดสีมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งข้อมืออาจเกิดอาการล็อก หรือขยับนิ้วโป้งไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

ภาวะกล้ามเนื้อลีบจากการใช้งานมือไม่ได้ตามปกติ

เมื่ออาการเจ็บข้อมือรุนแรงขึ้น ร่างกายจะสั่งให้เราเลี่ยงการใช้งานมือข้างนั้นโดยอัตโนมัติ การที่มือไม่ได้ขยับหรือถูกใช้งานตามปกตินานๆ จะส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณปลายแขนค่อยๆ ลีบเล็กลง ความแข็งแรงของมือจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด จนหยิบจับแก้วน้ำหรือถือช้อนยังทำได้ลำบาก ซึ่งเมื่อถึงขั้นนี้ การทำกายภาพบำบัดจะใช้เวลานานกว่าปกติหลายเท่า

ความเสี่ยงที่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดมากกว่าที่คิด

การปล่อยให้เอ็นอักเสบจนกลายเป็นภาวะเรื้อรัง มักจบลงที่การรักษาด้วยยาหรือการพักผ่อนไม่ได้ผลอีกต่อไป ในท้ายที่สุดผู้ป่วยจำนวนมากต้องลงเอยด้วยการผ่าตัดเพื่อขยายปลอกหุ้มเอ็นที่หนาตัวขึ้นให้กลับมาโล่งเหมือนเดิม ซึ่งถ้าเรามาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพียงแค่การปรับพฤติกรรมหรือฉีดยาลดการอักเสบก็อาจเพียงพอแล้ว การปล่อยไว้จนต้องผ่าตัดจึงถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

สัญญาณเตือนที่ต้องเลิกละเลยและรีบปรึกษาหมอ

การจะรู้ว่าควรหยุดและไปหาหมอเมื่อไหร่ ให้สังเกตอาการเหล่านี้ไว้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจ

  • มีอาการบวมแดงร้อนบริเวณข้อมืออย่างเห็นได้ชัด
  • เจ็บจนไม่สามารถใช้งานมือได้ตามปกติในกิจกรรมง่ายๆ เช่น การเปิดลูกบิดประตูหรือการหยิบโทรศัพท์
  • มีความรู้สึกชาหรือเจ็บแปลบเหมือนไฟช็อตวิ่งลงไปที่นิ้วมือ
  • ใช้ยาแก้ปวดแล้วอาการยังคงกลับมาเป็นซ้ำทุกครั้งที่ใช้งานมือ

อย่ารอให้ความเจ็บปวดกลายเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการใช้ชีวิต เพราะการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นคือวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องมือของเราให้ใช้งานได้แข็งแรงไปอีกนาน

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down