เวลาที่ลูกตัวร้อนขึ้นสูงทีไร หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็แทบจะสลายด้วยความกังวล ยิ่งถ้าเคยเห็นลูกมีอาการชักจากไข้มาแล้ว หรือได้ยินคนรอบข้างเล่าให้ฟัง ความเครียดและความกลัวก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก ในฐานะหมอที่ต้องเจอคุณพ่อคุณแม่พามาปรึกษาเรื่องนี้ที่ห้องตรวจอยู่บ่อยๆ ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ วันนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบเคลียร์ชัด ทั้งเรื่องช่วงอายุที่เสี่ยงและเวลาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพื่อที่เราจะได้ตั้งรับได้อย่างถูกวิธีและไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป
ช่วงอายุเท่าไหร่กันแน่นะ ที่เสี่ยงเกิดอาการชักจากไข้
ภาวะชักจากไข้ หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่า Febrile Seizure ไม่ได้เกิดขึ้นได้กับทุกคนและทุกวัยนะครับ กลุ่มเสี่ยงหลักที่มีโอกาสเกิดภาวะนี้ได้คือเด็กเล็กในช่วงวัยพัฒนาการทางสมองกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเกณฑ์อายุและช่วงเวลาที่กลุ่มเสี่ยงมักเกิดภาวะชักจากไข้ จะอยู่ในช่วงเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ไปจนถึง 5 ขวบ หรือ 60 เดือนครับ
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่สมองของเด็กยังมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในร่างกายค่อนข้างสูง เมื่อไข้ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว สมองจึงอาจเกิดการกระตุ้นจนทำให้มีอาการเกร็งหรือชักตามมาได้ แต่ข่าวดีคือเมื่อเด็กโตขึ้นพ้นช่วงอายุ 5 ขวบไปแล้ว สมองจะพัฒนาเต็มที่และความเสี่ยงนี้ก็จะลดลงและหายไปได้เองครับ ส่วนเด็กที่อายุน้อยกว่า 6 เดือนหรือโตกว่า 6 ขวบแล้วมีอาการชักร่วมกับไข้ แพทย์จะต้องตรวจหาสาเหตุอื่นๆ เพิ่มเติมอย่างละเอียด เช่น การติดเชื้อในระบบประสาท
ช่วงเวลาทองและจังหวะที่ไข้พุ่งสูง: ส่อแววเกิดอาการตอนไหน?
ไม่ใช่ว่าเด็กไข้ขึ้นแล้วจะชักทันทีนะครับ โดยธรรมชาติแล้ว ภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่อุณหภูมิร่างกายของลูกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักจะเป็น ช่วง 24 ชั่วโมงแรกของการเจ็บป่วย ที่มีไข้สูง บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าลูกไม่สบาย เพราะลูกอาจจะแค่อุ่นๆ ในตอนเช้า แต่พอบ่ายๆ ไข้ขึ้นสูงปรี๊ด สมองปรับตัวไม่ทันก็เกิดอาการชักขึ้นมาได้
ดังนั้น ในช่วงวันแรกที่ลูกเริ่มมีไข้ จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดที่เราจะต้องคอยวัดไข้และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ไม่ควรปล่อยให้นอนหลับยาวโดยไม่ตื่นมาเช็คอุณหภูมิเลย โดยเฉพาะเด็กที่มีประวัติเคยชักมาก่อน หรือมีประวัติคนในครอบครัวเคยมีอาการนี้ในวัยเด็กครับ
ลักษณะอาการชักจากไข้ที่มักเจอ และวิธีรับมือเบื้องต้น
เวลาเกิดอาการขึ้นมาจริงๆ ภาพที่เห็นมักจะทำให้ตกใจมากครับ ลูกมักจะมีอาการเกร็งกระตุกทั้งตัว ตาเหลือก น้ำลายฟูมปาก และหมดสติไปชั่วขณะ ซึ่งส่วนใหญ่การชักจากไข้มักจะเกิดขึ้นไม่นาน มักจะหยุดได้เองภายใน 1 ถึง 3 นาที หรืออย่างมากไม่เกิน 15 นาที และหลังจากหายชักแล้ว เด็กอาจจะมีอาการซึม ง่วงนอนสักพักแล้วค่อยๆ กลับมารู้ตัวปกติ
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำทันทีเมื่อลูกชัก
- ตั้งสติให้มั่น อย่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
- จับลูกนอนตะแคง เพื่อป้องกันไม่ให้เสมหะหรืออาเจียนไหลย้อนเข้าหลอดลมและทางเดินหายใจ
- ห้าม ใช้นิ้ว ช้อน หรือสิ่งของใดๆ งัดปากลูกเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ฟันหักหรือเกิดแผลในช่องปากได้
- สังเกตลักษณะอาการและจับเวลาว่าลูกชักนานแค่ไหน เพื่อบอกแพทย์
- ห้ามพยายามกรอกยาหรือน้ำใดๆ เข้าปากขณะที่ลูกยังไม่รู้สึกตัว
อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที?
แม้ว่าอาการชักจากไข้ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตและไม่ทำให้สมองพิการ แต่ก็มีบางกรณีที่ต้องระวังเป็นพิเศษครับ หากลูกมีอาการเข้าข่ายเหล่านี้ ควรรีบพาไปห้องฉุกเฉินทันที
- อาการชักกินเวลานานเกิน 5 นาทีแล้วยังไม่หยุด
- ชักแล้วมีการเกร็งกระตุกแค่เพียงซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย ไม่ใช่ทั้งตัว
- หลังจากไข้ลดและหายชักแล้ว ลูกยังคงซึมมาก ไม่ตอบสนอง หรือมีอาการคอแข็งร่วมด้วย
- ลูกชักซ้ำหลายครั้งภายในวันเดียว
การเข้าใจถึงเกณฑ์อายุและช่วงเวลาเสี่ยง จะช่วยให้เราไม่ต้องหวาดกลัวจนเกินเหตุ เมื่อลูกมีไข้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้ยาลดไข้ เช็ดตัวลดความร้อน และคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในช่วงวันแรกๆ หากดูแลอย่างถูกวิธี ลูกก็จะปลอดภัยและผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างแน่นอนครับ