ลูกน้อยตื่นมาตอนดึกเพราะหายใจครืดคราดจากเสมหะในคอใช่ไหม?
เวลาที่ลูกเป็นหวัดแล้วมีเสมหะสะสมเยอะจนนอนไม่หลับ คนเป็นพ่อแม่ย่อมรู้สึกเครียดและสงสารลูกจับใจ การเคลียร์ทางเดินหายใจส่วนบนให้โล่งจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก และหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด ที่หมอมักจะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจก็คือ แนวทางการใช้น้ำเกลือล้างจมูกเพื่อลดเสมหะในเด็ก ซึ่งช่วยชะล้างน้ำมูกและสิ่งสกปรกที่ตกค้างออกไปได้อย่างตรงจุด
ทำไมการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือถึงช่วยแก้ปัญหาเสมหะในเด็กได้ดี?
หลายคนอาจสงสัยว่าน้ำจมูกกับคอเกี่ยวกันอย่างไร ความจริงคือโพรงจมูกและคอของเด็กเชื่อมต่อกันอยู่ เมื่อมีอาการหวัด ร่างกายจะผลิตน้ำมูกออกมามาก น้ำมูกเหล่านี้บางส่วนจะไหลลงคอและกลายเป็นเสมหะเหนียวข้น ทำให้เด็กหายใจไม่สะดวก นอนกรน หรือไอสำลัก การใช้น้ำเกลือหยอดหรือฉีดล้างจมูก จะช่วยไปเจือจางความเหนียวข้นของน้ำมูก ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกยุบตัวลง และช่วยกวาดล้างเชื้อโรคออกไปจากโพรงจมูก ทำให้เสมหะที่ไหลลงคอค่อยๆ ลดปริมาณลงอย่างเห็นได้ชัด
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนเริ่มล้างจมูกให้ลูก
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงมือจะช่วยให้การล้างจมูกผ่านไปอย่างราบรื่นและลูกไม่ตกใจกลัวจนเกินไป โดยสิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้
- น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline 0.9%): ควรเลือกชนิดที่เขียนว่าปราศจากเชื้อสำหรับล้างแผลหรือล้างจมูกโดยเฉพาะ ห้ามใช้น้ำเกลือปรุงเองที่บ้านเด็ดขาด
- ไซริงค์ (Syringe) ขนาดที่เหมาะสม: สำหรับเด็กเล็กมากๆ อาจใช้ขนาด 1-3 ซีซี แต่ถ้าโตขึ้นมาหน่อยอาจใช้ 5 ซีซี โดยควรต่อปลายด้วยจุกซิลิโคนนิ่มเพื่อป้องกันไม่ให้พลาสติกขูดโดนเนื้อเยื่อจมูกด้านใน
- ถ้วยสะอาดสำหรับใส่น้ำเกลือ และกระดาษทิชชูหรือผ้าสะอาดสำหรับเช็ดทำความสะอาด
ขั้นตอนการล้างจมูกให้ลูกน้อยแบบเข้าใจง่ายและไม่น่ากลัว
เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้ว มาดูขั้นตอนการทำความสะอาดโพรงจมูกให้ปลอดภัยและถูกวิธีกัน
- จัดท่าทางให้ถูกต้อง: สำหรับเด็กเล็กให้นอนราบแล้วหันหน้าตะแคง หรือถ้าเด็กโตพอจะนั่งได้ ให้โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเหนืออ่างล้างหน้า
- ดูดน้ำเกลือเข้าไซริงค์: ดึงน้ำเกลือในปริมาณที่พอเหมาะตามช่วงวัยของเด็ก (โดยทั่วไปประมาณ 2-5 ซีซีต่อข้าง)
- หยอดหรือฉีดน้ำเกลือ: สอดปลายจุกซิลิโคนเข้าไปในรูจมูกข้างที่จะล้างเบาๆ แล้วดันน้ำเกลือเข้าไปอย่างมั่นคงและรวดเร็วพอประมาณ น้ำเกลือจะไหลเข้าไปล้างสิ่งสกปรกและไหลออกทางรูจมูกอีกข้าง หรือไหลออกทางปากให้เด็กบ้วนทิ้ง
- ทำซ้ำอีกข้าง: สลับไปทำกับรูจมูกอีกข้างด้วยวิธีเดียวกัน แล้วให้ลูกสั่งน้ำมูกเบาๆ หรือใช้ลูกยางแดงช่วยดูดออกหากเด็กยังสั่งน้ำมูกเองไม่เป็น
ข้อควรระวังสำคัญและข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยง
แม้การล้างจมูกจะมีประโยชน์มาก แต่ก็มีจุดที่ต้องระวังเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อย
- อย่าดันน้ำเกลือแรงเกินไป: การฉีดน้ำเกลือด้วยความเร็วและแรงเกินไปอาจทำให้สำลัก น้ำเกลือเข้าไปในหูชั้นกลาง และเกิดการอักเสบตามมาได้
- เลือกใช้น้ำเกลือความเข้มข้นที่ถูกต้อง: ต้องใช้น้ำเกลือ 0.9% เท่านั้น เพราะมีความสมดุลกับของFluid ในร่างกาย ไม่ทำให้แสบโพรงจมูก
- ระวังเรื่องความสะอาด: อุปกรณ์ทุกชิ้นควรล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้งทุกครั้งหลังใช้งาน และไม่ควรใช้ไซริงค์ซ้ำนานเกินไปหากมีรอยขีดข่วนหรือเสื่อมสภาพ
อาการแบบไหนที่ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที?
หากคุณพ่อคุณแม่ลองล้างจมูกและดูแลเบื้องต้นแล้ว อาการของลูกยังไม่ดีขึ้น หรือมีสัญญาณเตือนอันตรายเหล่านี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด:
- เด็กหายใจหอบเหนื่อย ซี่โครงบาน หรือปีกจมูกบานเวลาหายใจ
- มีไข้สูงต่อเนื่องร่วมกับอาการซึมลง ไม่ยอมดื่มน้ำหรือนม
- เสมหะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มจัดหรือมีเลือดปนออกมาค่อนข้างมาก
- อาการไอเรื้อรังนานเกินกว่าหนึ่งสัปดาห์จนรบกวนการนอนหลับอย่างรุนแรง