เวลาที่คุณพ่อคุณแม่นั่งมองหน้าลูกชายวัยประถม แล้วจู่ๆ วันหนึ่งก็สังเกตเห็นว่า เอ๊ะ ทำไมตรงคอของลูกเริ่มมีก้อนแข็งๆ โผล่นูนออกมาเวลา กลืนน้ำลาย หรือตอนที่เด็กๆ เริ่มเสียงแตกหนุ่ม หลายคนมักจะตกใจนึกว่าเป็นก้อนเนื้อผิดปกติอะไรหรือเปล่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งนี้คือ กลไกการเจริญเติบโตของลูกกระเดือก ที่กำลังทำงานตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อก้าวเข้าสู่วัยรุ่นครับ
ลูกกระเดือกคืออะไร ทำไมเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายถึงต่างกัน
ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายที่สุด ลูกกระเดือกไม่ใช่กระดูกชิ้นใหม่ที่งอกขึ้นมา แต่มันคือส่วนหน้าของกระดูกอ่อนชิ้นใหญ่ที่ห่อหุ้มกล่องเสียงของเราอยู่ ซึ่งมีชื่อทางการแพทย์ว่า ไทรอยด์คาร์ทิเลจ (Thyroid Cartilage) ในช่วงที่เรายังเป็นเด็กทารกหรือเด็กเล็ก กระดูกอ่อนส่วนนี้จะยังมีขนาดเล็กและมีความนิ่มมาก เราจึงมองไม่เห็นหรือคลำไม่เจอ
แต่พอร่างกายเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อว่าเทสโทสเตอโรน (Testosterone) จะหลั่งออกมามากขึ้น ฮอร์โมนตัวนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่สร้างกล้ามเนื้อหรือหนวดเคราเท่านั้น แต่มันยังมีผลโดยตรงทำให้กระดูกอ่อนบริเวณกล่องเสียงนี้มีการขยายขนาดใหญ่ขึ้นและมีความแข็งมากขึ้น จนดันผิวหนังบริเวณลำคอให้ปูดนูนออกมาจนเราเรียกว่าลูกกระเดือกนั่นเอง
ฮอร์โมนเพศชายคือตัวการหลักในการเปลี่ยนแปลง
การที่เด็กผู้ชายเริ่มมีลูกกระเดือกชัดเจนขึ้น เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเข้าสู่ช่วง pubertal growth spurt หรือช่วงเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ฮอร์โมนเพศชายจะไปกระตุ้นให้เนื้อเยื่อบริเวณกล่องเสียงและเส้นเสียงเติบโตอย่างเต็มที่
เมื่อกล่องเสียงมีขนาดใหญ่ขึ้น เส้นเสียงข้างในก็จะมีความหนาและยาวขึ้นตามไปด้วย ซึ่งนี่เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมเสียงของเด็กผู้ชายถึงเปลี่ยนจากเสียงเล็กแหลมใส กลายเป็นเสียงทุ้มต่ำ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าเสียงแตกหนุ่ม ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการทางชีววิทยาที่เกิดขึ้นกับผู้ชายเกือบทุกคน แต่จะมีความเด่นชัดมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและโครงสร้างร่างกายของแต่ละคนด้วย
แล้วผู้หญิงมีลูกกระเดือกไหม ทำไมถึงมองไม่เห็น
คำถามนี้เป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยกันบ่อยมาก ความจริงคือ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงมีโครงสร้างกระดูกอ่อนกล่องเสียงนี้เหมือนกันตั้งแต่เกิด แต่ความแตกต่างอยู่ที่ระดับฮอร์โมนในร่างกาย
ในผู้หญิง ฮอร์โมนเพศชายมีปริมาณน้อยกว่ามาก ทำให้กระดูกอ่อนไทรอยด์ไม่ได้ขยายตัวใหญ่และแหลมพุ่งออกมาเหมือนในผู้ชาย ประกอบกับชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณลำคอของผู้หญิงมักจะหนากกว่า จึงช่วยบังกระดูกอ่อนส่วนนี้เอาไว้ ทำให้เรามองไม่เห็นหรือคลำไม่เจอ กลไกการเจริญเติบโตของลูกกระเดือก จึงมักจะแสดงออกให้เห็นเด่นชัดในเพศชายมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงอายุไหนที่ลูกกระเดือกจะเริ่มโผล่ออกมา
โดยทั่วไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มสังเกตเห็นได้ในช่วงอายุประมาณ 12 ถึง 15 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาดเคลื่อนที่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกายแต่ละคน บางคนอาจจะเริ่มเห็นตอนอายุ 11 ปีเพราะเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าเพื่อน ขณะที่บางคนอาจจะเริ่มเห็นตอนอายุ 16 หรือ 17 ปี ซึ่งก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติทั้งหมด
ในช่วงที่ลูกกระเดือกกำลังขยายขนาด เด็กๆ บางคนอาจจะมีอาการระคายคอเล็กน้อย หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ที่คอเวลากลืนน้ำลาย ซึ่งเป็นอาการชั่วคราวที่เกิดจากการขยายตัวของกระดูกอ่อนและกล้ามเนื้อรอบข้าง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลแต่อย่างใด
สังเกตอย่างไรว่าก้อนที่คอคือลูกกระเดือกธรรมดา หรือความผิดปกติที่ต้องหาหมอ
ถึงแม้ว่าลูกกระเดือกจะเป็นพัฒนาการตามธรรมชาติ แต่ในฐานะหมอ ผมมักจะแนะนำให้สังเกตให้ดีว่าก้อนที่โผล่ขึ้นมานั้นใช่ลูกกระเดือกจริงๆ หรือไม่ โดยมีจุดสังเกตง่ายๆ ดังนี้
- ตำแหน่งที่ถูกต้อง: ลูกกระเดือกจะอยู่ตรงกึ่งกลางลำคอพอดี และจะขยับขึ้นลงตามจังหวะเวลาที่เรากลืนน้ำลาย
- ลักษณะผิวสัมผัส: เมื่อใช้นิ้วคลำดู จะรู้สึกว่าเป็นก้อนแข็งที่มีมุมแหลมเล็กน้อย ไม่ได้นิ่มหยุ่นหรือขรุขระเป็นก้อนๆ
- อาการร่วม: ลูกกระเดือกธรรมดาจะไม่ทำให้เจ็บปวด ไม่มีอาการเสียงแหบเรื้อรัง และไม่มีต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณอื่นร่วมด้วย
หากน้องๆ หรือคุณพ่อคุณแม่พบว่ามีก้อนโผล่ขึ้นมาด้านข้างลำคอ หรือเป็นก้อนที่อยู่นิ่งๆ ไม่ขยับตามการกลืนน้ำลาย ร่วมกับมีอาการเจ็บคอเรื้อรัง กลืนลำบาก หรือมีเสียงแหบนานเกินสองสัปดาห์ แบบนี้ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คความผิดปกติของต่อมไทรอยด์หรือต่อมน้ำเหลืองให้แน่ใจจะดีกว่าครับ