เวลาที่คนไข้โรคหืดหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเดินเข้ามาหาที่ห้องตรวจแล้วบอกว่า อยู่ๆ ก็รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เหมือนมีใครมาบีบลำคอหรือทับหน้าอกเอาไว้ นั่นคือสัญญาณเตือนของช่วงเวลาวิกฤตที่ปล่อยไว้ไม่ได้
อาการแบบนี้ในทางการแพทย์เราเรียกว่า ภาวะหลอดลมหดเกร็งเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งเป็นจังหวะที่ทางเดินหายใจเกิดตีบแคบลงอย่างกะทันหัน จนลมหายใจเข้าออกลำบาก และสร้างความกังวลใจให้ทั้งตัวคนไข้เองและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก
ทำไมอยู่ๆ ลมหายใจถึงตีบตันและเกิดอะไรขึ้นข้างในหลอดลม
ถ้าเปรียบหลอดลมเป็นท่อส่งลมธรรมดา ในยามปกติท่อนี้จะเปิดโล่งให้เราหายใจเข้าออกได้สบายๆ แต่สำหรับคนที่พื้นฐานหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรคหืดที่หลอดลมไวต่อภูมิแพ้ หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่เนื้อเยื่อหลอดลมและปอดเสียหายจากการสูบบุหรี่หรือมลพิษ ท่อลมเหล่านี้จะพร้อมหดตัวได้ทันทีเมื่อเจอตัวกระตุ้น
พอกล้ามเนื้อรอบหลอดลมเกร็งตัวขึ้นมา พร้อมๆ กับที่เยื่อบุผนังหลอดลมบวมแดงและมีเสมหะเหนียวข้นหลั่งออกมาอุดกั้น ช่องทางเดินหายใจที่เคยโล่งก็แคบลงเหมือนหลอดกาแฟที่ถูกบีบ ทำให้ลมที่ควรจะไหลผ่านเข้าออกได้อย่างอิสระต้องติดขัด จนเกิดเสียงหวีดในอกและอาการหอบเหนื่อยอย่างรุนแรง
ตัวการสำคัญที่ชอบสะกิดให้หลอดลมกำเริบกะทันหัน
การรู้ว่าอะไรคือชนวนเหตุจะช่วยให้หลีกเลี่ยงได้ทัน โดยตัวกระตุ้นที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวันมีดังนี้
- ฝุ่นละออง ควันบุหรี่ และมลพิษในอากาศ: โดยเฉพาะฝุ่นจิ๋วที่สูดเข้าไปทีไรหลอดลมแทบจะปิดตัวทุกที
- อากาศที่เปลี่ยนแปลงฉับพลัน: อากาศเย็นจัดหรือห้องแอร์ที่เย็นเฉียบมักทำให้หลอดลมที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นเกิดการหดเกร็งได้ง่าย
- การติดเชื้อทางเดินหายใจ: แค่หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่ก็สามารถลุกลามจนทำให้หลอดลมอักเสบและตีบตันได้
- ความเครียดและอารมณ์รุนแรง: หลายคนไม่รู้ว่าความวิตกกังวลก็มีผลทำให้จังหวะการหายใจเปลี่ยนและกระตุ้นหลอดลมได้เช่นกัน
- การขาดยาควบคุมอาการ: สำหรับคนที่เป็นเรื้อรัง การลืมพ่นยาหรือขาดยาต่อเนื่องคือความเสี่ยงอันดับต้นๆ
- หายใจมีเสียงหวีด หรือรู้สึกแน่นหน้าอกหายใจไม่เต็มอิ่ม
- ไอถี่ๆ โดยเฉพาะเวลากลางคืนหรือช่วงเช้ามืด
- เหนื่อยหอบง่ายกว่าปกติ แม้จะทำกิจวัตรประจำวันเบาๆ
- พูดเป็นประโยคยาวๆ ไม่ไหว ต้องหยุดหายใจเป็นระยะ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าหลอดลมกำลังแย่
อาการมักมาเร็วและรุนแรงจนสังเกตได้ชัดเจน หากเริ่มมีอาการเหล่านี้แปลว่าหลอดลมเริ่มหดเกร็งแล้ว
วิธีรับมือเบื้องต้นเมื่ออาการกำเริบที่บ้าน
เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่าหายใจไม่ออกและมีอาการหอบเหนื่อย สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ พยายามนั่งตัวตรงโน้มตัวไปข้างเล็กน้อยเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าอกทำงานได้ดีขึ้น หลีกเลี่ยงการนอนราบเพราะจะทำให้ยิ่งแน่นหน้าอกหนักกว่าเดิม
หลังจากนั้นให้รีบหยิบยาขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์เร็วที่แพทย์จ่ายไว้ประจำตัวมาพ่นตามคำแนะนำ หากพ่นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นในสิบห้านาที หรืออาการแย่ลงเรื่อยๆ จนริมฝีปากเริ่มเขียวคล้ำ นั่นคือสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
วิธีดูแลรักษาจากโรงพยาบาลเมื่อต้องไปพบแพทย์
เมื่อมาถึงมือแพทย์ ทีมแพทย์จะประเมินความรุนแรงของอาการทันที โดยการรักษาหลักมักประกอบด้วยการให้ยาขยายหลอดลมขนาดสูงผ่านเครื่องพ่นละอองยา ร่วมกับการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์เพื่อลดอาการอักเสบ บวม และการให้ออกซิเจนเสริมเพื่อให้ระดับออกซิเจนในเลือดกลับมาสู่ภาวะปกติ
ในบางรายที่อาการหนักมากและหลอดลมตีบแคบจนไม่สามารถแลกเปลี่ยนก๊าซได้ แพทย์อาจต้องพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยพ้นขีดอันตราย
วิธีป้องกันไม่ให้หลอดลมกลับมาหดเกร็งซ้ำ
หัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกับโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังคือการควบคุมโรคให้อยู่หมัด การกินยาหรือพ่นยาตามที่แพทย์สั่งสม่ำเสมอแม้จะรู้สึกปกติแล้วก็ตาม เป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยไม่ให้หลอดลมกลับมาไวต่อสิ่งกระตุ้น นอกจากนี้การใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น เลี่ยงควันบุหรี่ และไปตรวจติดตามอาการตามนัดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการต้องหอบเข้าร่างกายฉุกเฉินได้อย่างยั่งยืน