ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot

โรคปอดบวมในเด็ก: คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องสังเกตอาการอย่างไรให้ทันเวลา

ลูกไอมาก มีไข้ หายใจเร็วเกินไปหรือเปล่า?

เวลาเห็นลูกตัวเล็กๆ เริ่มมีอาการไอหนัก หรือหายใจหอบเหนื่อย คนเป็นพ่อเป็นแม่คงรู้สึกใจคอไม่ดี โดยเฉพาะเมื่ออาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคปอดบวมในเด็ก ซึ่งเป็นโรคที่ต้องอาศัยการสังเกตอย่างใกล้ชิด เพราะถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังว่าโรคนี้คืออะไร และทำไมเราถึงประมาทไม่ได้เลย

ปอดบวมในเด็กเกิดจากอะไรกันแน่

จริงๆ แล้วปอดบวมไม่ได้เกิดจากแค่เชื้อไวรัส แต่ยังมีเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไมโคพลาสมาที่เป็นตัวการสำคัญ โดยเชื้อเหล่านี้จะเข้าไปทำให้เนื้อเยื่อปอดเกิดการอักเสบจนมีของเหลวหรือหนองเข้าไปแทนที่อากาศ ทำให้ลูกน้อยหายใจลำบากและได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งมักจะตามหลังอาการหวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่ที่รักษาไม่หายเสียที

วิธีสังเกตสัญญาณอันตรายที่ลูกกำลังบอกเรา

อาการเริ่มแรกมักจะดูเหมือนเด็กเป็นหวัดธรรมดา แต่ถ้าเริ่มสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ให้ระวังไว้ก่อนว่าอาจไม่ใช่แค่หวัดแล้ว

  • ไข้สูงต่อเนื่อง: ไข้ไม่ยอมลดลงง่ายๆ แม้จะเช็ดตัวหรือกินยาลดไข้แล้ว
  • อาการไอเปลี่ยนไป: ไอถี่ขึ้น ไอแห้งๆ หรือไอแบบมีเสมหะรุนแรง
  • หายใจเหนื่อยหอบ: สังเกตจากจมูกบานเวลาหายใจ หรือหน้าอกบุ๋มขณะหายใจเข้า
  • ซึมลง ไม่ทานอาหาร: ลูกดูอ่อนเพลียผิดปกติ ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ

นับจังหวะหายใจแบบง่ายๆ ให้ลูกน้อย

วิธีที่หมออยากแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทำเป็น คือการนับจังหวะหายใจของลูกตอนที่เขานิ่งที่สุด โดยให้ดูว่าหน้าอกขยับขึ้นลงกี่ครั้งใน 1 นาที หากพบตัวเลขดังนี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

  • เด็กอายุต่ำกว่า 2 เดือน: หายใจตั้งแต่ 60 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป
  • เด็กอายุ 2 เดือน - 1 ปี: หายใจตั้งแต่ 50 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป
  • เด็กอายุ 1 ปี - 5 ปี: หายใจตั้งแต่ 40 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป

ทำอย่างไรเมื่อสงสัยว่าลูกเป็นปอดบวม

หากลูกเข้าข่ายอาการข้างต้น อย่าเพิ่งซื้อยาปฏิชีวนะมาให้ทานเองโดยไม่ผ่านการวินิจฉัยจากแพทย์ เพราะยาแต่ละชนิดใช้รักษาเชื้อที่ต่างกัน การให้ยาไม่ตรงโรคอาจทำให้เชื้อดื้อยาได้ สิ่งที่ควรทำคือรีบพาไปพบกุมารแพทย์ เพื่อฟังเสียงปอด หรืออาจต้องมีการเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อดูความรุนแรงของอาการอักเสบ ซึ่งจะช่วยให้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง

ป้องกันลูกน้อยให้ห่างจากปอดบวมได้อย่างไร

การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดคือการให้ลูกได้รับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริม เช่น วัคซีนป้องกันไอพีดี (IPD) หรือวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ การรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปอยู่ในที่ที่คนพลุกพล่านในช่วงที่มีการระบาดของโรค จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่ลูกน้อยจะติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down