ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกน้อยถึงมักจะมีอาการท้องอืด ท้องผูก และร้องงอแงบ่อยๆ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยผ่านประสบการณ์ที่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงร้องไห้จ้าของเจ้าตัวเล็ก ปลอบอย่างไรก็ไม่ยอมหยุด ยิ่งเมื่อลองเอามือจับดูที่หน้าท้องก็พบว่าท้องของลูกดูป่อง ตึง และแข็ง บางครั้งเคาะเบาๆ แล้วมีเสียงโปร่งๆ เหมือนมีลมอยู่ข้างใน อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของภาวะท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือมีแก๊สสะสมในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งพบได้บ่อยมากในเด็กทารกแรกเกิดจนถึงวัย 4-6 เดือนแรก

สาเหตุหลักเป็นเพราะระบบย่อยอาหารของทารกยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ลำไส้ยังบีบตัวได้ไม่เป็นจังหวะประสานกัน ทำให้แก๊สที่เกิดจากการกลืนลมเข้าไปขณะดูดนม หรือแก๊สที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการย่อยนมสะสมอยู่ภายในลำไส้และขับออกมาได้ยาก การที่ลูกไม่สามารถระบายลมหรือขับถ่ายออกมาได้สะดวก จึงทำให้เกิดความอึดอัด แน่นท้อง และกลายเป็นอาการโยเยร้องกวนใจในที่สุด

นอกจากการปรับท่าทางในการให้นมและการอุ้มเรอแล้ว การสัมผัสด้วยรักจากมือของพ่อแม่ผ่าน เทคนิคการนวดสัมผัสหน้าท้องทารก ถือเป็นทางเลือกธรรมชาติบำบัดที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ แต่ยังช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข ลดความเครียด และช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้สนิทและยาวนานขึ้น

ขั้นตอนและเทคนิคการนวดสัมผัสหน้าท้องทารก เพื่อกระตุ้นระบบขับถ่ายอย่างถูกวิธี

การนวดท้องให้ลูกไม่ใช่การกดหรือเค้นแรงๆ แต่เป็นการใช้สัมผัสที่อ่อนโยน อบอุ่น และเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เพื่อช่วยผลักดันลมและอุจจาระให้เคลื่อนตัวไปตามโครงสร้างของลำไส้ใหญ่ โดยมีเทคนิคสำคัญ 3 ท่าหลักๆ ที่สามารถทำตามได้ง่ายๆ ดังนี้

ท่า 'I Love U' ท่าไม้ตายยอดฮิตที่ช่วยไล่ลมตามแนวลำไส้ใหญ่

ท่านี้เป็นการนวดตามแนวการไหลเวียนของลำไส้ใหญ่เพื่อช่วยขับไล่แก๊สและอุจจาระให้ออกมาตามธรรมชาติ โดยให้คุณพ่อนอนมองหน้าลูก แล้วลงมือนวดดังนี้

  • ตัว I: ใช้ฝ่ามือขวาของคุณพ่อคุณแม่ลากเป็นเส้นตรงจากใต้ชายโครงด้านซ้ายของลูก (ซึ่งจะอยู่ฝั่งขวามือของผู้เขียนหรือผู้นวด) ลากลงมาตรงๆ จนถึงบริเวณท้องน้อย ท่านี้เป็นการช่วยไล่ลมในลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย
  • ตัว L: เริ่มลากจากใต้ชายโครงด้านขวาของลูก (ฝั่งซ้ายมือของผู้นวด) ลากขนานกับแนวหน้าท้องข้ามมาทางซ้ายของลูก แล้วลากลงมาตรงๆ ถึงท้องน้อยด้านซ้าย เป็นการนวดตามแนวลำไส้ใหญ่ส่วนขวางและส่วนปลาย
  • ตัว U: ลากมือจากบริเวณท้องน้อยด้านขวาของลูก ขึ้นไปจนถึงใต้ชายโครงขวา ข้ามมาทางซ้าย และลากลงมาถึงท้องน้อยด้านซ้าย เป็นลักษณะตัว U คว่ำ ท่านี้จะช่วยกระตุ้นตั้งแต่จุดเริ่มต้นของลำไส้ใหญ่ไล่ไปจนสุดปลายทาง

ท่าพระอาทิตย์พระจันทร์ (Sun and Moon) กระตุ้นการบีบตัวของทางเดินอาหาร

ท่านี้ช่วยสร้างความผ่อนคลายและกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้อย่างดีเยี่ยม โดยใช้วิธีวาดมือเป็นวงกลมบริเวณรอบสะดือ

  • มือซ้าย (พระอาทิตย์): ใช้ฝ่ามือซ้ายลากเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิการอบสะดือของลูก โดยเริ่มจากตำแหน่ง 7 นาฬิกาวนไปจนครบรอบวงกลม
  • มือขวา (พระจันทร์ครึ่งเสี้ยว): ในขณะที่มือซ้ายกำลังนวด ให้ใช้มือขวาลากเป็นรูปครึ่งวงกลมจากตำแหน่ง 12 นาฬิกา วนตามเข็มนาฬิกามาหยุดที่ 6 นาฬิกา โดยให้มือทั้งสองข้างเคลื่อนไหวประสานกันอย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล

ท่าปั่นจักรยานอากาศ (Bicycle Legs) ขับลมด้วยแรงกดอย่างอบอุ่น

หากลูกมีอาการท้องอืดมาก ท่านี้จะช่วยให้ลมที่ค้างอยู่ในลำไส้หลุดออกมารวดเร็วขึ้น โดยให้จับขาทั้งสองข้างของลูกบริเวณข้อเท้าหรือใต้หัวเข่าเบาๆ จากนั้นดันเข่าข้างหนึ่งของลูกเข้าหาหน้าท้องช้าๆ ค้างไว้ 3-5 วินาทีเพื่อให้หน้าท้องได้รับแรงกดเบาๆ จากนั้นสลับไปทำอีกข้างหนึ่งสลับกันไปมาเหมือนการปั่นจักรยาน และปิดท้ายด้วยการดันเข่าทั้งสองข้างเข้าหาหน้าท้องพร้อมกันช้าๆ

ข้อควรระวังและเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มลงมือนวดท้องให้ลูก

เพื่อให้การนวดเกิดประโยชน์สูงสุดและปลอดภัยต่อตัวเจ้าตัวเล็ก คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจในรายละเอียดของการเตรียมตัวดังต่อไปนี้

  • เว้นระยะเวลาหลังมื้อนม: ห้ามนวดท้องให้ลูกทันทีหลังอิ่มนมเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ลูกสำลักหรืออาเจียนได้ ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 45-60 นาทีหลังการให้นม
  • ปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม: ห้องที่ใช้นวดควรมีอุณหภูมิที่อบอุ่นพอดี ไม่มีลมโกรกแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหนาวสั่นเนื่องจากต้องเปิดเสื้อผ้าออกขณะนวด
  • ใช้น้ำมันนวดตัวที่ปลอดภัย: ควรใช้เบบี้ออยล์หรือน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เพื่อช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัส และช่วยบำรุงผิวลูกน้อยให้ชุ่มชื้น
  • อุ่นมือให้อุ่นอยู่เสมอ: ก่อนสัมผัสตัวลูก ควรล้างมือให้สะอาดและถูมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันเพื่อให้อุณหภูมิของมืออุ่นขึ้น ถอดเครื่องประดับทุกชนิดที่อาจขูดขีดผิวอันบอบบางของลูก
  • สังเกตท่าทางของลูกเป็นหลัก: หากระหว่างการนวด ลูกเริ่มร้องไห้โยแง แสดงอาการตึงเกร็งตัว หรือต่อต้าน ให้หยุดนวดทันทีและโอบกอดลูกไว้ เพราะการฝืนนวดในขณะที่ลูกอารมณ์ไม่ดีจะยิ่งทำให้ลูกเกร็งหน้าท้องและแน่นท้องมากกว่าเดิม

อาการแบบไหนของลูกน้อยที่บ่งบอกว่าไม่ได้ท้องอืดธรรมดา และควรพาไปพบแพทย์

แม้ว่าการใช้เทคนิคการนวดสัมผัสหน้าท้องทารกจะช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและท้องผูกได้ดี แต่บางครั้งอาการแน่นท้องอาจเป็นสัญญาณของโรคหรือความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารที่รุนแรง คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตอาการร่วมอื่นๆ หากพบสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ ควรรีบพาลูกไปพบกุมารแพทย์โดยเร็ว

  • ลูกมีอาการอาเจียนบ่อยครั้ง โดยเฉพาะการอาเจียนออกมาเป็นน้ำสีเขียวหรือสีเหลืองปนน้ำดี
  • มีไข้ ซึมลง ไม่ยอมดูดนม หรือมีอาการงอแงอย่างรุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
  • หน้าท้องป่องตึงมากตลอดเวลา ผิวบริเวณหน้าท้องดูแดงหรือคล้ำขึ้น และลูกจะร้องไห้เจ็บปวดอย่างชัดเจนเมื่อสัมผัสถูกหน้าท้อง
  • ไม่ขับถ่ายอุจจาระติดต่อกันหลายวันร่วมกับมีอาการงอแง หรืออุจจาระมีลักษณะแข็งแห้งเป็นเม็ดกระสุน หรือมีมูกเลือดปนออกมาระหว่างขับถ่าย

การสัมผัสทางกายด้วยความรักและความอบอุ่นผ่านฝ่ามือของพ่อแม่ คือยารักษาที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย การสละเวลาเพียงวันละ 10-15 นาทีในการใช้เทคนิคการนวดสัมผัสหน้าท้องทารก ไม่เพียงแต่จะช่วยปัดเป่าความอึดอัดแน่นท้องให้ลูกน้อยกลับมาสบายตัวอารมณ์ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ช่วยถักทอสายใยความผูกพันในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในทุกๆ วัน

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ