หลายคนเวลานั่งทานอาหารอีสานแซ่บๆ อย่างลาบปลาดิบ หรือก้อยปลาดิบ อาจจะไม่เคยนึกเลยว่า เจ้าความอร่อยนี้แอบซ่อนภัยเงียบอะไรไว้บ้าง เพราะในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้โรคตับและทางเดินน้ำดีอยู่บ่อยๆ ผมมักจะเจอคนไข้ที่มาด้วยอาการตัวเหลืองตาเหลือง ปวดท้องรุนแรง และเมื่อตรวจดูอย่างละเอียดแล้วพบว่า ต้นเหตุมาจากเจ้าพยาธิใบไม้ตับตัวเล็กๆ ที่สะสมอยู่ในร่างกายมานานหลายปี จนทำให้เกิดภาวะนิ่วในท่อน้ำดีจากพยาธิใบไม้ตับเรื้อรังตามมา
พยาธิใบไม้ตับเข้ามาอยู่ในร่างกายและสร้างปัญหาได้อย่างไร?
เรื่องมันเริ่มต้นจากการที่เราเผลอทานปลาน้ำจืดแบบสุกๆ ดิบๆ ที่มีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ตับซ่อนอยู่ เจ้าพยาธิเหล่านี้จะเดินทางจากลำไส้ขึ้นไปฝังตัวอยู่ในท่อน้ำดีภายในตับของเรา
พอพวกมันเข้าไปอยู่แล้ว ก็ไม่ได้อยู่นิ่งๆ ครับ แต่มันจะคอยดูดกินสารอาหาร และปล่อยสารระคายเคืองออกมาตลอดเวลา ทำให้ท่อน้ำดีเกิดการอักเสบเรื้อรัง บวม หนาตัวขึ้น และเกิดแผลเป็น เมื่อเวลาผ่านไปเป็นสิบๆ ปี บริเวณที่มีการอักเสบเรื้อรังนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตกตะกอนสะสม จนกลายเป็นก้อนนิ่วขนาดใหญ่ไปอุด and กั้นทางเดินน้ำดีในที่สุด
สังเกตตัวเองด่วน อาการแบบนี้แปลว่าท่อน้ำดีเริ่มมีปัญหาแล้ว
ในช่วงแรกๆ ที่พยาธิเพิ่งเข้าไปอยู่ คนไืข้มักจะไม่มีอาการอะไรเลยครับ จนบางคนคิดว่าตัวเองปลอดภัยดี แต่พอเวลาผ่านไปและเริ่มเกิดภาวะนิ่วในท่อน้ำดีจากพยาธิใบไม้ตับเรื้อรัง อาการเตือนเหล่านี้ก็จะเริ่มปรากฏให้เห็น:
- ปวดท้องใต้ชายโครงขวา: จะเป็นอาการปวดตื้อๆ หรือปวดบิดเกร็งเป็นพักๆ โดยเฉพาะเวลาทานอาหารที่มีไขมันมากๆ
- มีไข้ร่วมกับหนาวสั่น: มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนในท่อน้ำดีที่อุดตัน ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายมาก
- ดีซ่าน ตัวเหลืองตาเหลือง: สังเกตได้ชัดเจนว่าตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้มเหมือนชาเขียวเข้ม และอุจจาระมีสีซีดลง
- น้ำหนักลดและเบื่ออาหาร: รู้สึกอึดอัดแน่นท้อง ทานได้น้อยลงเรื่อยๆ
วิธีตรวจวินิจฉัยโรคของหมอเมื่อสงสัยว่าเป็นนิ่วจากพยาธิ
เวลาคนไข้มาด้วยอาการเหล่านี้ที่คลินิก ผมมักจะแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน เนื่องจากการฟังอาการอย่างเดียวไม่เพียงพอ โดยขั้นตอนหลักๆ จะประกอบด้วย:
- การเจาะเลือดตรวจการทำงานของตับ: เพื่อดูระดับเอนไซม์ตับและสารบิลิรูบินว่ามีความผิดปกติหรือมีการอุดตันของท่อน้ำดีหรือไม่
- การอัลตราซาวด์ช่องท้อง: เป็นวิธีที่ง่ายและเห็นผลดีในการตรวจหาก้อนนิ่วในท่อน้ำดี รวมถึงสภาพของตับและท่อน้ำดีที่ขยายตัว
- การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือส่องกล้องท่อน้ำดี: ในรายที่ซับซ้อน เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุดที่สุด
วิธีรักษาและการเคลียร์นิ่วออกจากท่อน้ำดี
เมื่อตรวจพบว่ามีภาวะนิ่วในท่อน้ำดีจากพยาธิใบไม้ตับเรื้อรังแล้ว การปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้เด็ดขาดครับ เพราะอาจนำไปสู่ภาวะตับวายหรือการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ โดยแนวทางการรักษาหลักจะมีดังนี้:
- การส่องกล้องขุดลอกและคีบนิ่วออก: หรือที่เรียกว่า ERCP เป็นวิธีที่นิยมมากในปัจจุบัน โดยแพทย์จะส่องกล้องผ่านปากลงไปที่ลำไส้เล็กส่วนต้น แล้วคีบนิ่วออกมาทางท่อโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
- การผ่าตัดเอาวะนิ่วและท่อน้ำดีออก: ในกรณีที่นิ่วมีขนาดใหญ่มาก หรือท่อน้ำดีมีความเสียหายรุนแรง
- การให้ยาฆ่าพยาธิร่วมด้วย: เพื่อกำจัดตัวพยาธิที่ยังหลงเหลืออยู่ในตับ ไม่ให้มันกลับมาสร้างความเสียหายซ้ำอีก
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อตัดวงจรชีวิตพยาธิใบไม้ตับ
การรักษาให้หายขาดนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่การป้องกันไม่ให้มันกลับมาเป็นซ้ำสำคัญที่สุดครับ หัวใจสำคัญคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร โดยหลีกเลี่ยงการทานปลาน้ำจืดแบบดิบๆ หรือสุกๆ ดิบๆ หันมารับประทานปลาที่ปรุงสุกด้วยความร้อนจนทั่วถึงจริงๆ นอกจากนี้ ควรพาคนในครอบครัวไปตรวจสุขภาพประจำปี หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อที่เราจะได้ตรวจพบและรักษาความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่มันจะลุกลามกลายเป็นโรคร้ายแรงที่รักษาได้ยากครับ