สำหรับคนที่ชอบทานเมนูปลาน้ำจืดดิบๆ อย่างก้อยปลา ปลาส้ม หรือปลาจ่อม เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์ต้องพึ่งพายาถ่ายพยาธิใบไม้ในตับกันมาบ้าง บางคนทานแล้วไม่มีอาการอะไรเลย แต่กับบางคนพอกินยาเข้าไปไม่กี่ชั่วโมงกลับมีอาการเวียนหัวอย่างรุนแรง คลื่นไส้ พะอืดพะอม จนต้องนอนซมจนทำงานไม่ได้ จนเกิดความกังวลใจว่าอาการเหล่านี้อันตรายหรือไม่
ยาถ่ายพยาธิใบไม้ในตับ ทำไมถึงทำให้เราเวียนหัวและคลื่นไส้ได้ขนาดนี้?
ยาหลักที่แพทย์ใช้รักษาโรคพยาธิใบไม้ในตับคือ ยาพราซิควอนเทล (Praziquantel) ซึ่งเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการกำจัดพยาธิ แต่ในขณะเดียวกัน ยาตัวนี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องการทำให้เกิด ผลข้างเคียงจากการใช้ยาถ่ายพยาธ ที่ค่อนข้างเด่นชัด โดยเฉพาะอาการทางระบบประสาทและระบบทางเดินอาหาร เมื่อคนไข้ได้รับยานี้เพื่อรักษาพยาธิใบไม้ในตับ สิ่งที่ต้องเตรียมใจรับมือคืออาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ค่อนข้างเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังทานยา
อาการข้างเคียงแบบไหนที่พบบ่อยหลังทานยา และเกิดขึ้นจากอะไร?
อาการส่วนใหญ่ที่คนไข้มักจะกลับมาปรึกษาหมอบ่อยๆ สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มอาการหลักได้ดังนี้
- อาการเวียนศีรษะ ปวดหัว และง่วงซึม: เนื่องจากยาพราซิควอนเทลสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีและส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลางชั่วคราว ทำให้คนไข้รู้สึกมึนงง ทรงตัวยาก และมีอาการง่วงนอนร่วมด้วย
- อาการคลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง: ตัวยาอาจระคายเคืองกระเพาะอาหารโดยตรง ประกอบกับเมื่อพยาธิได้รับยาและเริ่มอ่อนแรงหรือตายลง ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารที่ปล่อยออกมาจากตัวพยาธิ ทำให้เรารู้สึกพะอืดพะอมและปวดมวนท้องได้ง่ายขึ้น
- ผื่นคันหรือไข้ต่ำๆ: เป็นปฏิกิริยาชั่วคราวจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อโปรตีนหรือสารแปลกปลอมที่ปล่อยออกมาจากพยาธิใบไม้ในตับที่กำลังตายนั่นเอง
เคล็ดลับง่ายๆ ในการกินยาถ่ายพยาธิใบไม้ในตับ เพื่อลดอาการข้างเคียงให้น้อยที่สุด
หากจำเป็นต้องทานยาตัวนี้ หมอแนะนำให้ปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้เพื่อช่วยให้ร่างกายรับมือกับยาได้ดีขึ้นและลดอาการไม่พึงประสงค์ลง
- ห้ามเคี้ยวยาเด็ดขาด: ยาพราซิควอนเทลมีรสชาติขมจัด การเคี้ยวจะทำให้ตัวยาละลายในปากและกระตุ้นอาการคลื่นไส้อาเจียนทันที ควรกลืนลงไปทั้งเม็ดพร้อมน้ำสะอาดปริมาณมากๆ
- ควรทานยาหลังอาหารทันที: การทานยาพร้อมหรือหลังอาหารมื้อหลักที่มีไขมันเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มการดูดซึมของยาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และช่วยลดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้ดี
- หลีกเลี่ยงการขับขี่รถยนต์หรือทำงานกับเครื่องจักร: เนื่องจากยาส่งผลให้ง่วงซึมและเวียนหัวได้ง่าย แนะนำให้ทานยาในช่วงเวลาที่สามารถนอนพักผ่อนได้เต็มที่
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด: การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการทานยานี้จะยิ่งเพิ่มความรุนแรงของอาการเวียนศีรษะและส่งผลเสียต่อการทำงานของตับ
อาการแบบไหนที่เริ่มอันตราย และควรไปพบแพทย์ทันที?
แม้ว่าอาการเวียนหัว คลื่นไส้ จะเป็นอาการทั่วไปที่เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าหากมีอาการรุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้น หมอแนะนำว่าไม่ควรรอดูอาการที่บ้านและต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
- มีผื่นคันขึ้นเต็มตัว หน้าบวม ตาบวม หายใจติดขัด หายใจเสียงดังวี๊ด หรือแน่นหน้าอก ซึ่งเป็นสัญญาณของการแพ้ยาอย่างรุนแรง
- อาการเวียนศีรษะรุนแรงจนบ้านหมุนตลอดเวลา คลื่นไส้อาเจียนอย่างหนักจนไม่สามารถทานน้ำหรืออาหารได้เลย
- มีไข้สูง หรือปวดท้องอย่างรุนแรงต่อเนื่องไม่ยอมทุเลา
ข้อคิดสำคัญจากหมอ: ทำไมการกินยาบ่อยๆ เพื่อหวังฆ่าพยาธิ ถึงเป็นเรื่องที่อันตรายกว่าที่คิด
มีคนไข้หลายคนชอบคิดว่ากินดิบไปก่อนแล้วค่อยกินยาถ่ายพยาธิตามเอา หมออยากเตือนด้วยความห่วงใยว่าการคิดแบบนี้อันตรายมาก การกินยาถ่ายพยาธิบ่อยครั้งไม่ได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อใหม่ และการที่ร่างกายต้องเผชิญกับ ผลข้างเคียงจากการใช้ยาถ่ายพยาธ อยู่ซ้ำๆ ร่วมกับการอักเสบเรื้อรังจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับบ่อยครั้ง คือปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคต
ทางออกที่ดีที่สุดไม่ใช่การพึ่งพายาถ่ายพยาธิทุกครั้งหลังกินดิบ แต่คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาเลือกทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อน เพื่อปกป้องตับและร่างกายของเราให้ปลอดภัยอย่างยั่งยืน