เวลาที่เดินเข้ามาที่คลินิกแล้วได้ยินหมอพูดถึงเรื่องการฉีดวัคซีน หลายคนมักจะนึกถึงแค่ว่า ฉีดตัวไหนดี หรือฉีดแล้วจะไข้ขึ้นไหม แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันและหมอมักจะถามเสมอพ่วงด้วยความกังวลของคนไข้ นั่นก็คือ เรามีความพร้อมแค่ไหนที่จะรับวัคซีนเข็มนี้?
ในฐานะหมอที่นั่งตรวจคนไข้ทุกวัน คำถามยอดฮิตที่ได้ยินบ่อยคือ หมอครับ/ค่ะ หนูฉีดวัคซีนตัวนี้ได้ไหม? หรือ เป็นโรคนี้อยู่ฉีดได้หรือเปล่า? ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับคำว่า ข้อบ่งชี้และข้อห้ามในการฉีดวัคซีน ที่เราต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวเราเองครับ
ใครบ้างที่ควรฉีด? ทำความเข้าใจเรื่องความจำเป็นและประโยชน์
ก่อนอื่นเรามาคุยกันถึงเรื่องเกณฑ์ความจำเป็นกันก่อน ในทางการแพทย์ ข้อบ่งชี้และข้อห้ามในการฉีดวัคซีน เป็นเหมือนเข็มทิศที่ช่วยบอกว่า วัคซีนตัวไหนเหมาะกับใคร และใครบ้างที่ได้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุดในการป้องกันโรค
วัคซีนไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนบนโลกฉีดเหมือนกันหมดทุกตัว แต่จะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น อายุ โรคประจำตัว อาชีพ หรือแม้แต่สถานที่ที่เรากำลังจะเดินทางไป ยกตัวอย่างเช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่แนะนำให้เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังฉีดทุกปี เพราะกลุ่มนี้ถ้าติดเชื้อแล้วมักจะมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป
โรคประจำตัวแบบไหนฉีดได้ แบบไหนต้องระวังเป็นพิเศษ
คำถามคลาสสิกที่หมอเจอประจำคือ เป็นเบาหวาน ความดัน ไขมัน ฉีดวัคซีนได้ไหม? คำตอบคือ ส่วนใหญ่ฉีดได้ครับ แถมยังแนะนำให้ฉีดด้วยซ้ำเพราะภูมิคุ้มกันของคนที่มีโรคประจำตัวเหล่านี้อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่เท่าคนปกติ
แต่กลุ่มที่หมอต้องซักประวัติอย่างละเอียดและระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ คนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง กำลังกินยากดภูมิคุ้มกัน หรือกำลังอยู่ในระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง เพราะวัคซีนบางชนิดที่เป็นเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ อาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับคนกลุ่มนี้
อาการแพ้รุนแรงในอดีต: สิ่งที่ต้องบอกหมอก่อนฉีดทุกครั้ง
นี่คือข้อห้ามที่สำคัญมากๆ ถ้าพูดถึง ข้อบ่งชี้และข้อห้ามในการฉีดวัคซีน นั่นคือ ประวัติการแพ้วัคซีนหรือส่วนประกอบของวัคซีนชนิดนั้นๆ อย่างรุนแรงในอดีต
ถ้าเคยฉีดวัคซีนแล้วมีอาการแพ้แบบช็อก หายใจไม่ออก หน้าบวม หรือมีผื่นขึ้นทั่วตัวทันที แบบนี้ถือเป็นข้อห้ามเด็ดขาดในการรับวัคซีนตัวเดิมซ้ำ หรือถ้าใครมีประวัติแพ้อาหารบางชนิดอย่างรุนแรง เช่น แพ้ไข่ไก่ขั้นรุนแรง ก็ต้องแจ้งหมอทุกครั้งก่อนฉีดวัคซีนที่เพาะเชื้อในไข่ เพื่อที่หมอจะได้ประเมินความเสี่ยงและเลือกชนิดที่เหมาะสมให้
ตอนป่วยหรือไม่สบาย พักก่อนดีไหมหรือฉีดได้เลย
หลายคนสงสัยว่า ถ้ามีไข้หวัดเล็กๆ น้อยๆ หรือกำลังไอจาม จะฉีดวัคซีนได้ไหม หลักการง่ายๆ ที่หมอแนะนำคือ ถ้าป่วยเฉียบพลัน มีไข้สูง หรืออาการยังไม่หายดี ควรถือโอกาสเลื่อนนัดออกไปก่อน
สาเหตุที่ไม่ควรฉีดตอนกำลังป่วยหนัก ไม่ใช่เพราะวัคซีนจะไปตีกันกับโรคที่เป็นอยู่ แต่เป็นเพราะถ้าเราฉีดไปตอนที่มีไข้ แล้วเกิดมีอาการไข้ขึ้นหรือปวดเมื่อยตามมา เราจะแยกไม่ออกว่าอาการนั้นมาจากโรคเดิมที่เป็นอยู่ หรือมาจากผลข้างเคียงของวัคซีนกันแน่ รอให้ร่างกายหายดีแล้วค่อยกลับมาฉีดใหม่ ปลอดภัยกว่าแน่นอนครับ
คุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร ฉีดวัคซีนอะไรได้บ้าง?
สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมากครับ เพราะเราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และน้องในครรภ์
วัคซีนบางชนิดที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไปถึงลูกน้อย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือวัคซีนคอตีบ-บาดยักษ์-ไอกรน แต่ในขณะเดียวกัน วัคซีนที่เป็นเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ทุกชนิดจะเป็นข้อห้ามเด็ดขาดในคนท้อง ดังนั้น ก่อนฉีดทุกครั้งคุณแม่ต้องปรึกษาคุณหมอที่ฝากครรภ์เพื่อความมั่นใจทุกครั้ง
เช็กความพร้อมของตัวเองก่อนตัดสินใจฉีด
การฉีดวัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด แต่ทุกอย่างต้องมีความพอดีและอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ ก่อนที่เราจะเดินไปยื่นแขนให้พยาบาลฉีดยา ใช้เวลาสักนิดในการทบทวนประวัติสุขภาพตัวเอง หรือปรึกษาแพทย์และพยาบาลหน้าห้องตรวจทุกครั้ง เพราะความปลอดภัยของคนไข้คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับหมอเสมอครับ