ตรวจครรภ์ด้วยตัวเองที่บ้านแล้วขึ้นสองขีดจางๆ หรือบางคนลุ้นอยากมีลูกมาหลายเดือน แต่พอตรวจปัสสาวะกลับขึ้นขีดเดียว ทั้งที่ประจำเดือนก็ขาดไปหลายวันแล้ว ความกังวลและความไม่แน่นอนเหล่านี้เป็นสิ่งที่หมอเจออยู่บ่อยๆ ในคลินิก ทางออกที่ให้คำตอบได้ชัดเจนและแม่นยำที่สุดในทางแพทย์ก็คือ การตรวจระดับฮอร์โมนเอชซีจีในเลือด นั่นเอง
ฮอร์โมนเอชซีจี คืออะไร ทำไมถึงบอกได้ว่ากำลังตั้งครรภ์?
ฮอร์โมนเอชซีจี (hCG หรือ Human Chorionic Gonadotropin) เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นจากเซลล์ที่จะพัฒนาไปเป็นรก โดยจะเริ่มผลิตหลังจากที่ไข่ผสมกับอสุจิแล้วเคลื่อนตัวไปฝังตัวที่ผนังมดลูกสำเร็จ ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณ 6-12 วันหลังการตกไข่
หน้าที่หลักของฮอร์โมนนี้คือการกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความหนาของผนังมดลูก ไม่ให้หลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน ดังนั้น หากตรวจพบฮอร์โมนชนิดนี้ในร่างกาย จึงเป็นสัญญาณเตือนแรกสุดที่บอกว่ากำลังมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น
ตรวจปัสสาวะกับตรวจเลือด ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?
หลายคนสงสัยว่า ในเมื่อชุดตรวจครรภ์ทางปัสสาวะที่ซื้อจากร้านขายยาก็สะดวกดี ทำไมหมอถึงยังแนะนำให้เจาะเลือดอีก ข้อแตกต่างสำคัญอยู่ที่ความไวและความละเอียดในการวัดผล
- การตรวจจากปัสสาวะ: เป็นการตรวจหาเชิงคุณภาพ แค่บอกว่า 'มี' หรือ 'ไม่มี' ฮอร์โมน โดยต้องรอให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสูงขึ้นถึงระดับหนึ่งก่อน (ประมาณ 25-50 mIU/mL) ถึงจะขึ้นสองขีด ทำให้หากตรวจเร็วเกินไปอาจได้ผลลบปลอมได้
- การตรวจระดับฮอร์โมนเอชซีจีในเลือด: เป็นการตรวจเชิงปริมาณที่มีความไวสูงมาก สามารถวัดค่าฮอร์โมนได้แม้มีปริมาณเพียงเล็กน้อย (ตั้งแต่ 1-5 mIU/mL) ทำให้รู้ผลการตั้งครรภ์ได้เร็วกว่าการตรวจปัสสาวะประมาณ 2-3 วัน และระบุออกมาเป็นตัวเลขระดับฮอร์โมนที่ชัดเจนได้เลย
เหตุผลที่หมอแนะนำให้เจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมนเอชซีจี
การตรวจระดับฮอร์โมนเอชซีจีในเลือดไม่ได้มีไว้แค่ยืนยันว่าท้องหรือไม่ท้องเท่านั้น แต่หมอมักใช้การตรวจนี้ในอีกหลายกรณีสำคัญ เช่น
- ติดตามผู้ที่ทำกิฟต์ หรือทำเด็กหลอดแก้ว (IUI / IVF): เพื่อยืนยันการฝังตัวของตัวอ่อนตามกำหนดวันอย่างแม่นยำ
- ประเมินความเสี่ยงการแท้งบุตร: หากผู้ป่วยมีอาการเลือดออกปนในระยะแรกของการตั้งครรภ์
- สงสัยการตั้งครรภ์นอกมดลูก: หากระดับฮอร์โมนขึ้นช้ากว่าปกติ หรือไม่เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ที่ควรจะเป็น
- สงสัยภาวะครรภ์ไข่ปลาอุก หรือก้อนเนื้อบางชนิด: ซึ่งจะทำให้ระดับฮอร์โมนเอชซีจีสูงมากผิดปกติ
อ่านผลตรวจเลือดอย่างไร ค่า hCG เท่าไหร่ถึงจะแปลว่าตั้งครรภ์?
เมื่อได้ผลแล็บมา จะเห็นตัวเลขหน่วย mIU/mL ซึ่งหมอจะแปลผลในเบื้องต้นดังนี้
- ค่าน้อยกว่า 5 mIU/mL: ถือว่าได้ผลลบ คือ ไม่มีการตั้งครรภ์
- ค่าระหว่าง 5 – 25 mIU/mL: ถือว่าเป็นค่าก้ำกึ่ง อาจเป็นการตั้งครรภ์ระยะเริ่มต้นมาก หมอมักจะนัดมาเจาะเลือดซ้ำอีกครั้งในอีก 48 ชั่วโมง
- ค่ามากกว่า 25 mIU/mL ขึ้นไป: ถือว่าได้ผลบวก คือ ยืนยันการตั้งครรภ์
ทำไมหมอถึงต้องนัดเจาะเลือดซ้ำทุก 48 ชั่วโมง?
ในสัปดาห์แรกๆ ของการตั้งครรภ์ปกติ ระดับฮอร์โมนเอชซีจีจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในทุกๆ 24 ถึง 48 ชั่วโมง การตรวจเลือดซ้ำจึงช่วยให้หมอเห็นแนวโน้มการเติบโตของตัวอ่อน หากค่าฮอร์โมนขึ้นช้าหรือตกสม่ำเสมอ อาจเป็นสัญญาณเตือนของตัวอ่อนไม่สมบูรณ์หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก
ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนมาเจาะเลือด?
การตรวจระดับฮอร์โมนเอชซีจีในเลือดเป็นเรื่องง่ายและไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก
- ไม่จำเป็นต้องงดน้ำและอาหาร สามารถเข้ารับการเจาะเลือดได้ทันที
- หากกำลังรับประทานยาหรือฉีดยาเหนี่ยวนำการตกไข่ที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน hCG อยู่ ควรแจ้งให้หมอทราบล่วงหน้า เพราะอาจทำให้เกิดผลบวกปลอมได้
- แจ้งประวัติวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายให้ชัดเจน เพื่อให้หมอประเมินอายุครรภ์เทียบกับระดับฮอร์โมนได้แม่นยำที่สุด
หากใครที่กำลังสับสนกับผลตรวจปัสสาวะที่บ้าน หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ระยะแรก การเดินเข้ามาปรึกษาหมอและทำการตรวจระดับฮอร์โมนเอชซีจีในเลือด จะช่วยให้ได้คำตอบที่ชัดเจน คลายความกังวล และช่วยให้วางแผนดูแลสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้อย่างทันท่วงที