ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนเดินเข้ามาที่ห้องตรวจด้วยอาการปวดหัวตุบๆ แน่นหน้าอก หายใจไม่ค่อยอิ่ม หรือปวดท้องเรื้อรังที่หาต้นตอไม่พบ ตรวจเลือด เอกซเรย์ หรือส่องกล้องแล้วหมอก็บอกว่าปกติทุกอย่าง พอบอกคนไข้กลับไปว่าอาการเหล่านี้อาจมาจากความเครียด หลายคนมักจะทำหน้าสงสัยว่า ความเครียดเรื่องงานหรือเรื่องเงิน จะทำให้ร่างกายเจ็บป่วยขึ้นมาจริงๆ ได้อย่างไร

ในฐานะหมอที่เจอคนไข้แบบนี้ทุกวัน ขอบอกเลยว่าเรื่องนี้เรื่องจริงและเกิดขึ้นบ่อยมาก สมองกับร่างกายของเราเชื่อมต่อกันลึกซึ้งกว่าที่เราคิด เมื่อไหร่ที่เราเครียด ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นความเจ็บปวดทางกาย ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติที่กำลังบอกเราว่า ถึงเวลาต้องพักผ่อนได้แล้ว

ความเครียดแปรสภาพเป็นอาการทางกายได้อย่างไร?

เวลาที่เราเจอเรื่องกดดัน สมองส่วนสัญชาตญาณจะสั่งให้ร่างกายเตรียมพร้อมสู้หรือหนี (Fight or Flight) ฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนจะถูกหลั่งออกมาเต็มกระแสเลือด ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น และกล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งตัวโดยอัตโนมัติ

ถ้าความเครียดนี้เกิดขึ้นแค่ชั่วคราว ร่างกายจะกลับสู่ภาวะปกติได้เอง แต่ถ้าเราสะสมความเครียดไว้เรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว กล้ามเนื้อจะตึงค้างอยู่แบบนั้น หลอดเลือดหดตัว ระบบย่อยอาหารรวน และภูมิต้านทานต่ำลง จนกลายร่างเป็นโรคเรื้อรังที่สร้างความทรมานให้เราในที่สุด

จุดเช็คลิสต์: อาการปวดและป่วยแบบไหนที่ฟ้องว่าคุณกำลังเครียดจัด

อาการทางกายจากความเครียดหน้าตาหลากหลายมาก มาดูกกันว่ามีจุดไหนที่คุ้นเคยกับร่างกายตัวเองบ้าง

  • ปวดหัวไมเกรนหรือตึงท้ายทอย: มักเกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหนังศีรษะโดยไม่รู้ตัวเวลานั่งทำงานเครียดๆ
  • แน่นหน้าอก ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม: อาการยอดฮิตที่ทำให้หลายคนตกใจนึกว่าหัวใจวาย แต่จริงๆ เกิดจากความวิตกกังวลทำให้หายใจตื้นเกินไป
  • ปวดท้อง กรดไหลย้อน ท้องอืด: ลำไส้ถูกขนานนามว่าเป็นสมองส่วนที่สอง เวลาเครียดเลือดจะถูกดึงไปเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนอื่น ระบบย่อยอาหารเลยทำงานรวนไปหมด
  • นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท: สมองยังคงตื่นตัวคิดเรื่องงานวนไป ทำให้ตื่นมาแล้วเพลีย ร่างกายไม่ได้รับการซ่อมแซม

วิธีจัดการความเครียด ตัดวงจรอาการเจ็บป่วยที่ต้นเหตุ

การกินยาแก้ปวด พาราเซตามอล หรือยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นแค่การแก้ปัญหาปลายเหตุ เพราะถ้าความเครียดต้นทางยังอยู่ อาการปวดก็จะกลับมาอีกเรื่อยๆ วิธีรักษาที่ยั่งยืนที่สุดคือการพาตัวเองออกจากวงจรกดดัน

ลองเริ่มต้นจากการฝึกหายใจลึกๆ เมื่อรู้สึกว่าเริ่มตึงเครียด การหายใจเข้าท้องป่องออกแฟบจะช่วยส่งสัญญาณบอกสมองว่าเราปลอดภัย ฮอร์โมนความเครียดจะลดลง นอกจากนี้ การลุกขึ้นมาขยับร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อระหว่างวัน หรือการนอนหลับให้สนิทอย่างน้อย 7 ถึง 8 ชั่วโมง ก็ช่วยรีเซ็ตร่างกายได้ดีมากๆ

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรไปหาหมอตรวจให้ละเอียด

แม้เราจะรู้ว่าเครียดเป็นเหตุ แต่ถ้าอาการเหล่านั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เช่น แน่นหน้าอกร้าวไปกรามหรือแขน ปวดท้องรุนแรงจนทนไม่ไหว หรือน้ำหนักลดฮวบโดยไม่ทราบสาเหตุ แบบนี้อย่านิ่งนอนใจว่าเป็นแค่ความเครียดเด็ดขาด ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคทางกายอื่นๆ ออกให้แน่ใจก่อนจะสบายใจได้ที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down