ลูกน้อยผิวแดงและคันยิบๆ ตอนดึกใช่ไหม? มาทำความรู้จักเจ้าผื่นตัวร้ายนี้กัน
เวลาอุ้มลูกน้อยแล้วสังเกตเห็นผิวแก้มแห้งแดง มีตุ่มน้ำใสๆ เล็กน้อย หรือลูกชอบเอาหน้าไปถูไถกับเบาะนอนเพราะความคัน พ่อแม่อย่างเราคงรู้สึกใจหายไม่น้อย อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่ผื่นแพ้อากาศทั่วไป แต่บ่อยครั้งมันคือภาวะ ผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ในทารก หรือที่หมอชอบเรียกว่าโรคอีซีมา (Eczema) ซึ่งเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่พบได้บ่อยมากในเด็กเล็ก ตั้งแต่วัยทารกจนถึงช่วงขวบปีแรก
ในฐานะหมอเด็กและคนเป็นพ่อแม่เหมือนกัน หมอเข้าใจดีเลยว่าความยากที่สุดคือการเห็นลูกเกาจนเลือดซึมโดยที่เราห้ามไม่ได้ วันนี้เรามาคุยกันแบบเปิดอกถึงสาเหตุ วิธีดูแล และทางออกที่จะช่วยคืนผิวเนียนนุ่มให้กับเจ้าตัวเล็กกันดีกว่า
ทำไมลูกถึงเป็นผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ในทารก?
สาเหตุหลักมาจากสองเรื่องใหญ่ๆ คือเรื่องของพันธุกรรมที่ทำให้ผิวหนังของเด็กกลุ่มนี้มีความบกพร่องตามธรรมชาติ เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ไม่แข็งแรงเหมือนเด็กทั่วไป ความชื้นในผิวจึงระเหยออกได้ง่ายมาก ทำให้ผิวแห้งไว และเมื่อผิวแห้ง เกราะป้องกันนี้ก็จะเปิดรับสารระคายเคืองและสารก่อภูมิแพ้จากภายนอกได้ง่ายขึ้น เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น สบู่ หรือแม้แต่อาหารบางชนิด
นอกจากนี้ ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กทารกยังตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นได้ไวเกินเหตุ พอเจอสิ่งกระตุ้นนิดหน่อย ร่างกายก็เลยแสดงออกเป็นอาการอักเสบ บวม แดง และคันยิบๆ ขึ้นมาที่ผิวหนัง
จุดไหนบ้างที่ชอบเกิดผื่น และหน้าตาเป็นอย่างไร?
ตำแหน่งที่เจ้าผื่นตัวนี้ชอบไปเยือนจะเปลี่ยนไปตามช่วงวัยของลูก:
- วัยทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน: มักจะขึ้นที่บริเวณแก้ม หน้าผาก และหนังศีรษะ ผิวจะแห้ง แดง และอาจมีน้ำเหลืองเยิ้มๆ ถ้ามีการเกาจนติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
- วัย 6 เดือนขึ้นไป: เมื่อลูกเริ่มคลาน ตำแหน่งจะย้ายไปที่บริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา ข้อมือ และข้อเท้า ผิวบริเวณนั้นจะเริ่มหนาขึ้นและมีรอยคล้ำจากการเกาเรื้อรัง
วิธีดูแลผิวลูกน้อยให้กลับมานุ่มนิ่มและห่างไกลความคัน
การรักษาผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ในทารกไม่ได้อาศัยแค่ยาอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรง หมอมีแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ที่พ่อแม่นำไปทำตามได้ทันที
เลือกผลิตภัณฑ์อาบน้ำและโลชั่นที่อ่อนโยนที่สุด
การอาบน้ำไม่ควรใช้น้ำอุ่นจัดเพราะจะยิ่งดึงความชื้นออกจากผิว แนะนำให้น้ำอุ่นพอดีๆ และใช้เวลาไม่นาน หลังอาบน้ำเสร็จ ซับผิวให้หมาดๆ แล้วรีบทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) ภายในสามนาที เพื่อกักเก็บความน้ำไว้ในผิว เลือกชนิดที่เป็นครีมเข้มข้นหรือขี้ผึ้งที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ ทาวันละหลายๆ รอบได้เลยยิ่งดี
จัดการสิ่งแวดล้อมรอบตัวลูกให้ปลอดโปร่ง
หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ลูกคัน เช่น ฝุ่นละอองในบ้าน ไรฝุ่นที่นอน ขนสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่ความร้อนและเหงื่อสะสม เพราะเหงื่อเค็มๆ จะยิ่งกระตุ้นให้ผื่นกำเริบและคันหนักขึ้นไปอีก
การใช้ยาทาลดการอักเสบภายใต้คำแนะนำของแพทย์
ถ้าช่วงไหนผื่นเห่อแดงอักเสบมาก การทาครีมชุ่มชื้นอย่างเดียวอาจเอาไม่อยู่ หมออาจพิจารณาให้ยาทากลุ่มสเตียรอยด์อ่อนๆ เพื่อควบคุมการอักเสบช่วงสั้นๆ พ่อแม่หลายคนมักกังวลเรื่องยาสเตียรอยด์ แต่ถ้าใช้ให้ถูกวิธี ถูกความแรง และถูกระยะเวลาที่กำหนด จะมีความปลอดภัยสูงและช่วยตัดวงจรการอักเสบได้ดีมาก ไม่ควรปล่อยให้ลูกทนคันจนผิวพังเพราะกลัวยาเกินไป
อาการแบบไหนที่ควรพาไปหาหมอเด็กหรือหมอผิวหนังทันที?
โดยทั่วไปผื่นนี้จะเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง แต่ถ้ามีสัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้น ควรพามาตรวจให้ละเอียด
- ผื่นมีตุ่มหนอง มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม หรือมีสะเก็ดสีน้ำตาลหนา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
- ลูกคันมากจนนอนไม่ได้ ร้องกวนตลอดคืน หรือเกาจนเป็นแผลลึก
- ลองดูแลเบื้องต้น ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างดีแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้นเลยภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์
การดูแลลูกที่เป็นโรคผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ในทารกต้องใช้ความอดทนและความใส่ใจสม่ำเสมอจากคนในครอบครัวครับ แต่อย่าเพิ่งท้อใจไป เพราะเมื่อเด็กโตขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันและผิวหนังจะค่อยๆ พัฒนาจนแข็งแรงขึ้นเอง เด็กหลายคนสามารถหายจากอาการนี้ได้เมื่อโตเป็นเด็กก่อนวัยเรียน ขอแค่เราช่วยกันประคับประคองและดูแลผิวลูกให้ถูกวิธีในช่วงเริ่มต้นนี้ครับ