ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

มีคุณแม่หลายคนที่เดินเข้ามาหาหมอในห้องตรวจพร้อมความกังวลใจ โดยเล่าว่ารู้สึกเหมือนมีน้ำใสๆ ไหลซึมออกจากช่องคลอด ไหลชุ่มกางเกงในโดยไม่ทันตั้งตัว ตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงปัสสาวะเล็ดตามธรรมชาติของการอุ้มท้อง แต่เมื่อหมอทำการตรวจอย่างละเอียด กลับพบว่านั่นคือน้ำคร่ำที่รั่วออกมา และสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อยอย่างไม่น่าเชื่อก็คือ การติดเชื้อซ่อนเร้นที่คุณแม่ไม่ทันสังเกตเห็น

เรื่องการติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และมักเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะแทรกซ้อนที่น่ากลัว หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี อาจนำไปสู่ภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด และการคลอดก่อนกำหนดตามมาได้

เชื้อโรคแฝงตัวในร่างกายแม่ ส่งผลกระทบต่อลูกในท้องได้อย่างไร?

หลายคนเข้าใจว่าการติดเชื้อต้องมีอาการไข้สูงหรือปวดท้องรุนแรงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ผลกระทบของการติดเชื้อต่อหญิงตั้งครรภ์ มักเริ่มจากจุดเล็กๆ เช่น การติดเชื้อในช่องคลอด การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือแม้แต่โรคเหงือกอักเสบในช่องปาก

เมื่อมีเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายของคุณแม่จะสร้างสารอักเสบขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค สารอักเสบเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการสำคัญ 2 อย่าง ได้แก่:

  • การปล่อยสารพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins): สารนี้ทำหน้าที่กระตุ้นให้มดลูกเกิดการบีบตัว และทำให้ปากมดลูกเริ่มนุ่มและเปิดออกก่อนเวลาอันควร
  • การหลั่งเอนไซม์ย่อยสลายคอลลาเจน: เอนไซม์นี้จะไปกัดกร่อนและย่อยสลายเยื่อหุ้มทารก ทำให้ถุงน้ำคร่ำที่เคยเหนียวแน่นและยืดหยุ่นเกิดการบางลง จนกระทั่งฉีกขาดหรือรั่วซึมได้ง่าย

สังเกตอย่างไรว่าถุงน้ำคร่ำรั่วหรือแตกก่อนกำหนด ต่างจากปัสสาวะเล็ดแค่ไหน?

ภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด หมายถึง การที่เยื่อหุ้มทารกฉีกขาดจนมีน้ำคร่ำไหลออกมา ก่อนที่กระบวนการเจ็บครรภ์คลอดจะเริ่มต้นขึ้น หากเกิดก่อนอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์ จะเรียกว่าภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนดในครรภ์ยังไม่ครบกำหนด ซึ่งถือเป็นภาวะที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

คุณแม่หลายท่านแยกไม่ออกระหว่างน้ำคร่ำกับปัสสาวะ ให้ลองสังเกตจากจุดเด่นเหล่านี้:

  • ลักษณะการไหล: ปัสสาวะเล็ดมักจะออกมาเป็นจังหวะที่เกร็งหน้าท้อง เช่น ไอ ขยับตัว หรือหัวเราะ แต่ถุงน้ำคร่ำรั่ว น้ำจะค่อยๆ ไหลซึมออกมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ควบคุมไม่ได้ แม้จะนั่งอยู่เฉยๆ ก็ตาม
  • สีและกลิ่น: ปัสสาวะจะมีสีเหลืองใสหรือเข้ม และมีกลิ่นฉุนเอกลักษณ์ แต่น้ำคร่ำมักจะใส หรือมีสีชมพูอ่อนๆ ปนคราบขาว และไม่มีกลิ่นฉุนแบบปัสสาวะ

เมื่อการติดเชื้อลุกลาม นำไปสู่ภาวะคลอดก่อนกำหนดและความเสี่ยงของเจ้าตัวเล็ก

เมื่อถุงน้ำคร่ำซึ่งทำหน้าที่เป็นด่านปราการป้องกันเชื้อโรคเกิดรอยรั่วหรือแตกออก ช่องทางเชื่อมต่อระหว่างช่องคลอดกับมดลูกจะเปิดกว้างขึ้น ทำให้เชื้อแบคทีเรียสามารถลุกลามเข้าไปภายในถุงน้ำคร่ำ เกิดภาวะติดเชื้อในถุงน้ำคร่ำและรก ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อทั้งแม่และลูก

เมื่อมดลูกรับรู้ถึงการติดเชื้อภายใน ร่างกายจะเร่งกระบวนการขับทารกออกมาเพื่อความปลอดภัย ทำให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด การคลอดก่อนเวลาที่เหมาะสมส่งผลให้ทารกที่คลอดออกมาต้องเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนหลายประการ เช่น:

  • ระบบหายใจยังไม่สมบูรณ์: ปอดของทารกยังสร้างสารลดแรงตึงผิวได้ไม่เต็มที่ ทำให้หายใจลำบาก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
  • เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด: เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรงพอ
  • ปัญหาลำไส้อักเสบและเลือดออกในสมอง: ซึ่งพบได้บ่อยในทารกที่คลอดก่อนกำหนดมากๆ

วิธีรับมือและวิธีป้องกันการติดเชื้อ เพื่อปกป้องเจ้าตัวเล็กให้อยู่ครบกำหนด

ข่าวดีก็คือ การติดเชื้อหลายชนิดสามารถป้องกันและรักษาได้ทันเวลา หากคุณแม่ใส่ใจดูแลตัวเองและเข้ารับการตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอ หมอมีข้อแนะนำในการดูแลตัวเองดังนี้:

  • มาฝากครรภ์สม่ำเสมอและตรงตามนัด: การตรวจปัสสาวะและตรวจภายในตามระยะเวลา จะช่วยให้แพทย์ค้นพบการติดเชื้อที่ซ่อนอยู่ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้คุณแม่จะไม่มีอาการเลยก็ตาม
  • หมั่นสังเกต ตกขาว และอาการผิดปกติ: หากพบว่าตกขาวมีสีเปลี่ยนไป เช่น เขียว เหลือง หรือเป็นก้อนแป้ง มีกลิ่นเหม็น หรือมีอาการแสบคันช่องคลอด ควรมารักษาทันที ห้ามซื้อยาเหน็บหรือยากินเองเด็ดขาด
  • สังเกตอาการเวลาปัสสาวะ: หากมีอาการแสบขัด ปัสสาวะไม่สุด หรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ต้องรีบแจ้งแพทย์เพราะการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะเป็นสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้มดลูกบีบตัวก่อนกำหนด
  • ดูแลสุขอนามัยส่วนตัวอย่างถูกวิธี: ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นจากด้านหน้าไปด้านหลังเสมอ เพื่อป้องกันเชื้อจากอุจจาระเข้าสู่ช่องคลอด สวมใส่กางเกงในผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดี และหลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด
  • ดูแลสุขภาพช่องปาก: แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ และควรเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันในช่วงตั้งครรภ์

สัญญาณเตือนอันตรายที่คุณแม่ควรรีบมาโรงพยาบาลทันที

หากคุณแม่พบอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ไม่ควรรอให้ถึงวันนัด ให้รีบเดินทางมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที:

  • มีน้ำใสๆ หรือน้ำสีชมพูไหลซึมออกจากช่องคลอด ไม่ว่าจะมากหรือน้อย
  • รู้สึกว่ามดลูกบีบตัวแข็งเป็นลูกสม่ำเสมอ มากกว่า 4 ครั้งใน 1 ชั่วโมง
  • มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง
  • ตกขาวมีสีผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน
  • ทารกในครรภ์ดิ้นน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

การป้องกันและการสังเกตตัวเองคือหัวใจสำคัญที่สุดในการปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัย หากสงสัยว่าตนเองมีการติดเชื้อ หรือมีน้ำคร่ำรั่วซึม การมาพบแพทย์เร็วขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์และช่วยให้ทารกเติบโตได้อย่างปลอดภัยจนถึงวันครบกำหนดคลอด

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ