ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมคุณแม่มือใหม่ถึงสับสนระหว่างสองอาการนี้

เวลาลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุดโดยเฉพาะในช่วงหัวค่ำ พ่อแม่หลายคนมักจะนึกถึงภาวะโคลิกเป็นอันดับแรก แต่ในฐานะหมอที่เจอลูกเคสเด็กเล็กบ่อยๆ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการเผลอละเลยสัญญาณเตือนของภาวะลำไส้กลืนกัน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ปล่อยไว้ไม่ได้ การเข้าใจหลักการการวินิจฉัยแยกโรคระหว่างภาวะโคลิกและภาวะลำไส้กลืนกันจึงเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยเซฟชีวิตลูกน้อยได้

ภาวะโคลิก: ร้องไห้ไม่มีสาเหตุ แต่ลูกยังร่าเริงดี

โคลิกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในทารก โดยมีลักษณะเด่นคือการร้องไห้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย มักเกิดในช่วงเวลาเดิมๆ ของวัน เช่น ช่วงเย็นหรือหัวค่ำ ร้องนานเกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน เป็นอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ และเป็นต่อเนื่องเกิน 3 สัปดาห์

  • ลูกมักร้องไห้เสียงดัง หน้าแดง กำหมัด ขดตัว
  • หลังร้องไห้เสร็จ ลูกมักจะกลับมาดูดนมได้ปกติ หรือนอนหลับได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ อัตราการเจริญเติบโตน้ำหนักตัวยังขึ้นตามเกณฑ์ปกติ

ภาวะลำไส้กลืนกัน: เมื่อลูกปวดท้องจนหน้าเขียวและอาเจียน

นี่คือจุดที่ต้องเฝ้าระวังให้ดี เพราะลำไส้กลืนกัน (Intussusception) คือการที่ลำไส้ส่วนหนึ่งมุดเข้าไปในลำไส้อีกส่วนหนึ่ง ทำให้เกิดการอุดตันและขาดเลือดไปเลี้ยง อาการจะรุนแรงและชัดเจนกว่าโคลิกมาก

  • ลักษณะการร้อง: ลูกจะร้องไห้แบบเป็นพักๆ สลับกับอาการเพลียหรือซึมลง เนื่องจากความเจ็บปวดที่รุนแรงกว่ามาก
  • อาเจียน: ต่างจากโคลิกชัดเจน เพราะเด็กที่มีภาวะลำไส้กลืนกันมักมีอาการอาเจียนร่วมด้วย บางรายอาจพุ่งออกมาเป็นน้ำดีสีเขียว
  • การขับถ่าย: ในระยะต่อมาอุจจาระอาจมีลักษณะคล้ายเยลลี่สีแดงหรือมูกเลือดปน ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

ตารางเปรียบเทียบอาการที่สังเกตได้ด้วยตัวเอง

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น หมอสรุปข้อแตกต่างสำคัญไว้ให้พ่อแม่ลองสังเกตดูครับ

  • ลักษณะการร้อง: โคลิกจะร้องแบบหงุดหงิดงอแงเป็นเวลา แต่ลำไส้กลืนกันจะร้องแบบเจ็บปวดทรมานและมีอาการเพลียร่วมด้วย
  • อาการอาเจียน: ภาวะโคลิกไม่มีอาการอาเจียนรุนแรง แต่ลำไส้กลืนกันจะพบการอาเจียนที่ชัดเจน
  • ท่าทางลูก: เด็กที่มีภาวะลำไส้กลืนกันมักจะงอเข่าขึ้นมาแนบหน้าอกด้วยความปวดบิดเป็นพักๆ

อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาไปหาหมอทันที

หากลูกมีอาการร้องไห้ร่วมกับความผิดปกติเหล่านี้ ห้ามรอจนถึงเช้าหรือรอดูอาการเด็ดขาด

  • อาเจียนเป็นน้ำดีสีเขียวหรือเหลืองจัด
  • ถ่ายเป็นมูกเลือด หรือมีเลือดปนในอุจจาระ
  • ลูกดูเพลีย ซึมลง หรือดูอิดโรยผิดปกติหลังจากร้องไห้
  • คลำหน้าท้องแล้วพบก้อนแข็งๆ หรือลูกแสดงท่าทีเจ็บปวดมากเวลาเราสัมผัสหน้าท้อง

การแยกโรคด้วยตัวเองอาจมีความคลาดเคลื่อน หากไม่มั่นใจในอาการของลูก การพาลูกมาตรวจกับกุมารแพทย์เพื่อตรวจร่างกายหรือทำอัลตราซาวด์หน้าท้อง คือวิธีที่ปลอดภัยและแม่นยำที่สุดในการวินิจฉัยครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down