ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ค่า SAR คืออะไร ทำไมต้องสนก่อนซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่

หลายคนเวลาไปเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ มักจะดูแค่สเปกกล้อง ความจุแบตเตอรี่ หรือดีไซน์หน้าจอ แต่หมออยากให้สังเกตตัวเลขค่าหนึ่งที่มักซ่อนอยู่ในคู่มือการใช้งาน นั่นคือค่า SAR หรือ Specific Absorption Rate ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกว่า ร่างกายของเราดูดซับพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์เข้าไปมากน้อยแค่ไหนในขณะที่เครื่องกำลังทำงาน

เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยของค่าอัตราการดูดซับพลังงานจำเพาะ (SAR) ที่เราควรทราบ

หน่วยงานด้านสุขภาพและโทรคมนาคมทั่วโลกไม่ได้ปล่อยให้ตัวเลขนี้เป็นไปตามยถากรรม แต่มีการกำหนดเพดานความปลอดภัยเอาไว้ เพื่อไม่ให้คลื่นความถี่วิทยุส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อในร่างกายมนุษย์จนเกินขีดจำกัด โดยมาตรฐานที่ใช้กันเป็นสากลมีดังนี้

  • มาตรฐาน ICNIRP: กำหนดค่า SAR ของร่างกายส่วนศีรษะและลำตัวไว้ไม่เกิน 2 วัตต์ต่อกิโลกรัม
  • มาตรฐาน FCC ของสหรัฐอเมริกา: กำหนดค่า SAR ไว้ที่ระดับเข้มงวดกว่า คือไม่เกิน 1.6 วัตต์ต่อกิโลกรัม

โทรศัพท์ทุกเครื่องที่วางขายอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย ต้องผ่านการรับรองจาก กสทช. ว่ามีค่า SAR อยู่ในระดับที่ปลอดภัยตามมาตรฐานเหล่านี้เสมอ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่ามือถือที่เราใช้จะมีรังสีรั่วไหลจนเป็นอันตรายในระดับที่เป็นข่าวลือ

วิธีใช้งานมือถือให้ปลอดภัยและลดการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน

แม้ว่าโทรศัพท์ที่ผ่านการรับรองจะมีค่า SAR อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว แต่ในมุมมองของแพทย์ การลดความเสี่ยงโดยไม่จำเป็นย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า หมอแนะนำเทคนิคการใช้งานง่ายๆ ดังนี้

  • ใช้หูฟังหรือโหมดลำโพง: การคุยโทรศัพท์โดยถือเครื่องแนบหูตลอดเวลาทำให้ร่างกายดูดซับคลื่นได้มากกว่า การใช้หูฟังแบบมีสายหรือไร้สายจะช่วยเพิ่มระยะห่างระหว่างเครื่องกับสมองได้เป็นอย่างดี
  • ลดการใช้งานในที่อับสัญญาณ: เวลาอยู่ในลิฟต์หรือพื้นที่ที่สัญญาณอ่อน เครื่องจะพยายามเพิ่มกำลังส่งเพื่อหาเครือข่าย ทำให้ค่า SAR ในขณะนั้นสูงกว่าปกติ ดังนั้นควรเลี่ยงการคุยสายยาวๆ ในจุดที่สัญญาณไม่ดี
  • เลือกส่งข้อความแทนการโทร: ในกรณีที่คุยธุระไม่นาน การส่งข้อความหรือแชทจะช่วยให้เราไม่ต้องเอาหน้าแนบกับตัวเครื่อง เป็นการลดการรับสัมผัสคลื่นความถี่โดยตรง

คลื่นความถี่จากมือถือส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวจริงไหม

คำถามที่หมอได้รับบ่อยคือการใช้มือถือจะทำให้เป็นมะเร็งหรือโรคทางสมองหรือไม่ ปัจจุบันข้อมูลทางการแพทย์จากการวิจัยหลายทศวรรษยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนว่าการใช้งานมือถือตามปกติในชีวิตประจำวันจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม การใช้งานอย่างพอดีและมีความเข้าใจในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยของค่าอัตราการดูดซับพลังงานจำเพาะ (SAR) จะช่วยให้เราใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างสบายใจและปลอดภัยมากขึ้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down