ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้เวลามีคนไข้พาเด็กๆ มาหาที่คลินิก หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนวัยทำงานที่เริ่มมีไข้ขึ้นสูงและมีผื่นขึ้นตามตัว คำถามที่หมอมักจะได้ยินบ่อยๆ คือ มันคือโรคหัดธรรมดา หรือว่าเป็นหัดเยอรมันกันแน่ เพราะชื่อมันดูคล้ายกันเหลือเกินจนหลายคนคิดว่าเป็นโรคเดียวกัน

ในความเป็นจริงแล้ว แม้ว่าโรคหัดและหัดเยอรมันจะทำให้เกิดอาการไข้และมีผื่นแดงเหมือนกัน แต่เชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุ ความรุนแรงของโรค รวมถึงผลกระทบต่อร่างกายนั้นมีความแตกต่างกันพอสมควร วันนี้หมอเลยอยากชวนมาทำความเข้าใจโรคทั้งสองนี้ให้ลึกซึ้งขึ้น แบบภาษาหมอเล่าให้ฟังง่ายๆ เพื่อที่เราจะได้สังเกตอาการและรับมือได้อย่างถูกต้องครับ

ทำความรู้จักโรคหัด ตัวจริงเสียงจริงที่ไข้สูงและอันตรายกว่าที่คิด

โรคหัด หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Measles เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Paramyxovirus เป็นโรคที่ติดต่อง่ายมากๆ ผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือแม้กระทั่งการหายใจร่วมห้องกับผู้ป่วย

ลักษณะเด่นของโรคหัดคือ ไข้จะสูงมาก ลอยลงยาก ไข้จะมาพร้อมกับอาการ 3 ไอ คือ ไอ น้ำูกไหล ตาแดง และที่สำคัญคือจะมีจุดขาวๆ เล็กๆ เหมือนเม็ดเกลือปนแป้งปรากฏขึ้นที่กระพุ้งแก้วด้านใน ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของโรคนี้เลย หลังจากนั้นสักสองสามวัน ผื่นแดงถึงจะเริ่มขึ้น โดยจะเริ่มจากไรผมและใบหน้า ก่อนจะลามลงมาที่ลำตัวและแขนขา

ความน่ากลัวของโรคหัดไม่ได้อยู่ที่ตัวผื่นครับ แต่อยู่ที่ภาวะแทรกซ้อน เพราะเชื้อไวรัสตัวนี้เข้าไปบั่นทอนระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงจนเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หรือในเคสที่รุนแรงมากๆ อาจลามไปถึงสมองอักเสบ ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้

หัดเยอรมัน น้องสาวฝาแฝดที่อาการเบากว่า แต่ห้ามมองข้ามในคนท้อง

มาถึงโรคหัดเยอรมัน หรือ Rubella บางคนเรียกว่าโรคหัด 3 วัน เกิดจากเชื้อไวรัส Rubella virus แม้จะชื่อคล้ายกันแต่คนละตระกูลกับโรคหัดใหญ่เลยครับ

อาการของหัดเยอรมันจะเบากว่ามาก ไข้จะไม่สูงปรี๊ดเท่าโรคหัด อาการทางระบบทางเดินหายใจก็ไม่ค่อยเด่นชัด จุดเด่นของหัดเยอรมันคือ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณหลังหู ท้ายทอย และลำคอจะบวมโตและกดเจ็บ ซึ่งต่างจากโรคหัดทั่วไป ส่วนผื่นของหัดเยอรมันจะขึ้นเร็วและหายเร็วกว่า มักจะจางหายไปภายในสองถึงสามวัน สมชื่อโรคหัด 3 วันนั่นเอง

แต่ความน่ากลัวของหัดเยอรมันไม่ได้อยู่ที่ตัวผู้ป่วยเด็กหรือผู้ใหญ่ทั่วไป แต่อยู่ที่หญิงตั้งครรภ์ครับ หากคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรกแล้วติดเชื้อหัดเยอรมัน ไวรัสตัวนี้สามารถส่งผ่านรกไปทำลายทารกในครรภ์ได้ ทำให้เด็กมีความพิการแต่กำเนิดอย่างรุนแรง เช่น หูหนวก ตาบอด โรคหัวใจพิการ หรือภาวะสมองฝ่อ ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า กลุ่มอาการหัดเยอรมันแต่กำเนิด

ความเหมือนที่แตกต่าง เปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ระหว่างหัดและหัดเยอรมัน

  • เชื้อโรค: โรคหัดเกิดจากไวรัส Measles ส่วนหัดเยอรมันเกิดจากไวรัส Rubella
  • ลักษณะผื่น: ผื่นโรคหัดจะนูนแดงเข้มและมักจะรวมตัวกันเป็นปื้นใหญ่ ส่วนผื่นหัดเยอรมันจะเป็นจุดสีชมพูจางๆ กระจายตัว ไม่รวมกันเป็นปื้น
  • ต่อมน้ำเหลือง: หัดเยอรมันจะพบอาการต่อมน้ำเหลืองโตชัดเจนที่หลังหูและท้ายทอย ซึ่งโรคหัดปกติไม่ค่อยเด่นชัดในจุดนี้
  • ความรุนแรง: โรคหัดมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงสูงกว่ามาก ขณะที่หัดเยอรมันอาการมักจะไม่รุนแรง ยกเว้นในหญิงตั้งครรภ์

เราจะป้องกันตัวเองจากโรคหัดและหัดเยอรมันได้อย่างไร?

ข่าวดีคือทั้งสองโรคนี้มีวัคซีนป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ซึ่งก็คือวัคซีนรวมป้องกันโรคคางทูม-หัด-หัดเยอรมัน หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าวัคซีน MMR

ตามตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เด็กๆ จะได้รับวัคซีนนี้เข็มแรกตอนอายุประมาณ 9-12 เดือน และเข็มที่สองตอนอายุประมาณ 2 ปีครึ่งถึง 4 ปี เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้อยู่ในระดับที่สูงและยาวนาน

สำหรับผู้ใหญ่ หากไม่แน่ใจว่าเคยได้รับวัคซีนครบถ้วนหรือไม่ หรือไม่มีประวัติการเป็นโรคเหล่านี้มาก่อน สามารถมาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจเลือดวัดระดับภูมิคุ้มกัน หรือพิจารณาฉีดวัคซีนกระตุ้นอีกครั้งได้ โดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังวางแผนจะมีบุตร การตรวจภูมิคุ้มกันหัดเยอรมันล่วงหน้าถือเป็นเรื่องที่จำเป็นมากครับ

อาการแบบไหนที่ควรพาไปพบแพทย์ทันที?

หากคุณหรือคนในครอบครัวมีไข้สูงร่วมกับผื่นแดงขึ้นตามตัว โดยเฉพาะในกรณีที่มีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย:

  • ไข้สูงต่อเนื่องเกินสามวันและไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย ไอมากจนแน่นหน้าอก
  • ซึมลง ปวดหัวรุนแรง หรือมีอาการชักเกร็ง
  • หากเป็นหญิงตั้งครรภ์และสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นผื่นสงสัยโรคหัดหรือหัดเยอรมัน ควรรีบมาพบสูตินรีแพทย์โดยด่วนที่สุด

การเข้าใจความแตกต่างของโรคทั้งสองนี้จะช่วยให้เราไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ก็ไม่ประมาทจนปล่อยให้เกิดภาวะแทรกซ้อน รักษาสุขภาพ ล้างมือบ่อยๆ และตรวจสอบประวัติการรับวัคซีนของตัวเองและคนรอบข้างอยู่เสมอนะครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down