ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพลูกน้อยวัยเตาะแตะที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาล หรือร้านยาอยู่บ่อยๆ เพราะมีอาการหวัด ไอ น้ำมูกไหล ไข้ขึ้น แล้วพอจะหายดีได้ไม่นาน ก็กลับมาเป็นอีก วนเวียนอยู่แบบนี้จนอดสงสัยไม่ได้ว่า "ทำไมลูกเราถึงป่วยบ่อยจัง?" หรือ "แบบนี้ถือว่าผิดปกติไหม?"

ในฐานะคุณหมอที่ดูแลเด็กๆ มาเยอะ เข้าใจดีถึงความกังวลใจของพ่อแม่ทุกท่าน วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่อง การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบนซ้ำซากในวัยเตาะแตะ กันแบบเข้าใจง่ายๆ เหมือนมาคุยกันที่คลินิก จะได้คลายข้อสงสัยและรู้วิธีรับมือได้อย่างมั่นใจ

ทำความรู้จัก "หวัดบ่อย" ในเด็กวัยเตาะแตะ

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน ก็คือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจของเราตั้งแต่จมูก คอหอย โพรงไซนัส ไปจนถึงกล่องเสียงนั่นเอง ส่วนใหญ่ที่พบบ่อยก็คือ "ไข้หวัด" ทั่วไปที่เราคุ้นเคยกันดี

เมื่อเราพูดถึง "หวัดบ่อย" ในวัยเตาะแตะ (ช่วงอายุประมาณ 1-3 ปี) นี่เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมาก ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย สาเหตุหลักๆ เพราะช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่ลูกเริ่มสำรวจโลก เริ่มเข้าสังคม มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ มากขึ้น ประกอบกับระบบภูมิคุ้มกันของเขากำลังค่อยๆ พัฒนาและเรียนรู้ที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคเหล่านั้นอยู่

ทำไมลูกน้อยถึงติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อยจัง?

นี่คือคำถามยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่ถามคุณหมอเสมอ มาดูกันว่ามีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้เจ้าตัวเล็กเป็นหวัดได้บ่อยครั้ง

ภูมิคุ้มกันยังสร้างไม่เต็มที่

ตอนที่ลูกยังอยู่ในท้องแม่ เขาได้รับภูมิคุ้มกันผ่านรก และหลังจากคลอดก็ได้รับจากน้ำนมแม่ด้วย แต่ภูมิคุ้มกันเหล่านี้จะค่อยๆ ลดลงเมื่ออายุประมาณ 6 เดือนขึ้นไป และภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นเองก็ยังอยู่ในช่วงกำลัง "เรียนรู้" ที่จะสร้างและจดจำเชื้อโรคต่างๆ ดังนั้น เมื่อเจอเชื้อโรคใหม่ๆ ร่างกายก็ต้องใช้เวลาในการสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ป่วยได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่

สภาพแวดล้อมและเพื่อนใหม่ตัวจิ๋ว

เมื่อลูกเริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล หรือศูนย์รับเลี้ยงเด็ก โอกาสที่จะเจอเชื้อโรคก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเลย เพราะเด็กๆ จะอยู่รวมกันอย่างใกล้ชิด เล่นด้วยกัน ไอ จาม ใส่กัน บางคนยังไม่รู้จักวิธีการล้างมือที่ถูกต้อง หรือเอามือเข้าปาก บี้ตา การแพร่เชื้อก็เกิดขึ้นได้ง่ายมาก

มือไม้ไม่หยุดนิ่ง กับสุขอนามัยที่อาจละเลยไปบ้าง

เด็กวัยนี้เป็นวัยที่ชอบสำรวจ หยิบจับสิ่งของรอบตัว แล้วก็มักจะเอามือเข้าปาก ขยี้ตา หรือจับหน้า การกระทำเหล่านี้ล้วนเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง ยิ่งถ้าล้างมือไม่บ่อยพอ เชื้อโรคก็จะสะสมและแพร่กระจายไปเรื่อยๆ

แล้วเมื่อไหร่ถึงจะเรียกว่า "ป่วยซ้ำซาก" จริงๆ?

โดยทั่วไปแล้ว การที่เด็กเล็กเป็นหวัดหรือติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบนปีละ 6-8 ครั้ง หรือบางตำราอาจบอกถึง 10-12 ครั้ง ในช่วงปีแรกๆ ที่ลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล ถือเป็นเรื่องที่ พบได้ปกติ

แต่ถ้าลูกป่วยบ่อยกว่านั้น หรือมีอาการรุนแรงกว่าปกติ หายช้า หรือมีอาการแทรกซ้อนบ่อยๆ เช่น หูอักเสบ ปอดอักเสบ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินหาสาเหตุเพิ่มเติม เพราะบางครั้งอาจมีปัจจัยอื่นแอบแฝงอยู่ เช่น ภูมิแพ้ หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันที่ซับซ้อนกว่าปกติ

เชื้อโรคตัวไหนที่มักจะเป็นตัวการ?

ส่วนใหญ่แล้วตัวการสำคัญที่ทำให้ลูกน้อยเป็นหวัดบ่อยๆ มักจะเป็นเชื้อไวรัส

ตัวร้ายยอดนิยม: ไวรัส!

  • ไรโนไวรัส (Rhinovirus): เป็นสาเหตุของไข้หวัดธรรมดาที่พบบ่อยที่สุด
  • ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus): ทำให้เกิดอาการคล้ายหวัด แต่บางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นหลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดอักเสบได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็กมากๆ
  • อะดีโนไวรัส (Adenovirus): นอกจากทำให้เกิดหวัดแล้ว ยังอาจทำให้เกิดตาแดง ท้องเสียได้ด้วย
  • ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus): มีอาการรุนแรงกว่าหวัดธรรมดา มีไข้สูง ปวดเมื่อยตัว และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
  • และไวรัสอื่นๆ อีกมากมายที่หมุนเวียนกันอยู่ในสิ่งแวดล้อม

แบคทีเรีย: ตัวสำรองที่อาจมาแทรกซ้อน

ปกติแล้วการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนมักเกิดจากไวรัส แต่บางครั้งเชื้อแบคทีเรียก็อาจตามมาแทรกซ้อนได้ เช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หรือทอนซิลอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งคุณหมออาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม

อาการแบบไหนที่ต้องสังเกตเป็นพิเศษ?

เมื่อลูกป่วย คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการเหล่านี้เพื่อการดูแลที่เหมาะสม:

  • ไข้: มีไข้ต่ำๆ หรือไข้สูง
  • น้ำมูก: ใส ข้น เหลือง หรือเขียว
  • ไอ: ไอแห้งๆ ไอมีเสมหะ
  • เจ็บคอ: ลูกอาจบอกไม่ได้ตรงๆ แต่สังเกตได้จากการที่เขางอแงเวลาทานอาหารหรือน้ำ
  • จาม: บ่อยครั้ง
  • ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย: ลูกอาจดูซึมลง ไม่ร่าเริงเหมือนปกติ

ดูแลลูกน้อยอย่างไรเมื่อเขาเป็นหวัด?

เมื่อลูกไม่สบาย สิ่งสำคัญคือการดูแลอาการตามอาการ เพื่อให้เขาสบายตัวที่สุด และร่างกายได้ฟื้นตัวเต็มที่

ลดไข้ให้ถูกวิธี

หากลูกมีไข้ สามารถเช็ดตัวลดไข้ และให้ยาลดไข้กลุ่มพาราเซตามอลสำหรับเด็ก ตามขนาดน้ำหนักตัวที่ระบุไว้บนฉลากยาอย่างเคร่งครัด อย่าให้เกินขนาดที่แนะนำ และไม่ควรให้ยาแอสไพรินกับเด็กเล็กเด็ดขาด

โล่งจมูก หายใจคล่องขึ้น

น้ำมูกและเสมหะอาจทำให้ลูกหายใจลำบาก ลองใช้น้ำเกลือพ่นจมูก เพื่อช่วยละลายน้ำมูก และดูดน้ำมูกออกหากจำเป็น การใช้เครื่องพ่นไอน้ำในห้องนอนก็ช่วยให้ทางเดินหายใจชุ่มชื้น ลดอาการไอและคัดจมูกได้

ดื่มน้ำ พักผ่อนให้พอ

กระตุ้นให้ลูกดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยให้เสมหะอ่อนตัวลง รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบพาไปหาคุณหมอ?

แม้หวัดในเด็กเล็กจะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที

  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หน้าอกบุ๋ม มีเสียงดังผิดปกติเวลาหายใจ
  • ไข้สูงมากติดต่อกันหลายวัน หรือไข้ไม่ลดลงหลังเช็ดตัวและกินยา
  • ซึมลงมาก ไม่เล่น ไม่ดื่มน้ำ ไม่ทานอาหาร
  • อาเจียนมาก หรือถ่ายเหลวมากจนมีภาวะขาดน้ำ
  • ตัวเขียว ปากซีด
  • มีอาการชัก
  • ลูกเล็กกว่า 3 เดือน และมีไข้

ป้องกันอย่างไรดี ให้ลูกไม่ป่วยบ่อยๆ?

การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุด ลองนำคำแนะนำเหล่านี้ไปปรับใช้ดู

ล้างมือ บ่อยๆ นี่แหละสำคัญที่สุด

สอนลูกให้ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด อย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังจากไอหรือจาม รวมถึงคุณพ่อคุณแม่และคนในบ้านก็ต้องล้างมือบ่อยๆ เช่นกัน

เลี่ยงแหล่งรวมเชื้อเท่าที่ทำได้

ในช่วงที่มีการระบาดของโรค หรือถ้าลูกยังเล็กมากๆ อาจพยายามหลีกเลี่ยงการพาลูกไปยังที่ที่มีคนแออัด เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด หรือโรงภาพยนตร์ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย

วัคซีนตัวช่วยสำคัญ

การฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ที่แนะนำ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนโรคไอพีดี (IPD) วัคซีนโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของโรคได้

กินดี นอนหลับ ร่างกายแข็งแรง

อาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของลูกให้แข็งแรง

สรุป: ถึงจะป่วยบ่อย แต่ลูกน้อยก็จะแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ

การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนซ้ำซากในวัยเตาะแตะ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลใจจนเกินไป ขอเพียงดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด สังเกตอาการผิดปกติ และพยายามป้องกันตามคำแนะนำ

เมื่อลูกเติบโตขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันของเขาก็จะค่อยๆ แข็งแรงขึ้น และจะป่วยน้อยลงเรื่อยๆ เอง

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down