หลายคนคงเคยมีประสบการณ์น่าตกใจ ตื่นนอนขึ้นมาแล้วพบว่าคอแข็งทื่อ หันไปทางไหนก็ปวดแปลบจนน้ำตาแทบไหล ขยับตัวนิดเดียวก็เหมือนมีใครมาดึงรั้งกล้ามเนื้อไว้ อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานออฟฟิศที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ หรือคนที่นอนตกหมอนในท่าแปลกๆ โดยทางการแพทย์เราเรียกอาการนี้ว่า ภาวะกล้ามเนื้อคอหดเกร็งเฉียบพลัน ซึ่งสร้างความทรมานและรบกวนชีวิตประจำวันอย่างมาก
ทำไมจู่ๆ คอถึงแข็งและหดเกร็งจนขยับไม่ได้?
สาเหตุหลักมักเกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณคอและบ่าทำงานหนักเกินไปโดยไม่รู้ตัว จนเกิดการหดเกร็งตัวอย่างรุนแรงและฉับพลันเพื่อปกป้องเนื้อเยื่อภายในไม่ให้ได้รับอันตรายเพิ่มขึ้น ปัจจัยกระตุ้นที่หมอพบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ได้แก่ การนอนผิดท่าจนกล้ามเนื้อค้างอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน ความเครียดสะสมที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวโดยอัตโนมัติ การนั่งทำงานหน้าจอนานเกินไปโดยไม่ขยับเขยื้อน หรือแม้แต่การหันคอสะบัดคอเร็วๆ อย่างไม่ระวัง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อเกิดการเกร็งค้างและอักเสบขึ้นมาทันที
ช่วงวันแรกที่ปวดหนัก: รับมืออย่างไรดี?
ในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังจากมีอาการ เป็นช่วงที่กล้ามเนื้อกำลังอักเสบและมีความตึงตัวสูงมาก สิ่งแรกที่ควรทำคือการพักการใช้งานคอ หลีกเลี่ยงการฝืนหันหรือดัดคอแรงๆ เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาดมากขึ้นและยิ่งปวดกว่าเดิม การนอนราบในท่าที่สบายที่สุดและใช้หมอนที่ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไปจะช่วยลดแรงกดทับบนกล้ามเนื้อคอได้ดี การเคลื่อนไหวควรทำอย่างช้าๆ และระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้
วิธีประคบเย็นและประคบร้อน ลดปวดตึงแบบถูกวิธี
การเลือกใช้ความร้อนและความเย็นให้ถูกจังหวะเวลามีผลอย่างมากต่อการหายของอาการปวด
- ช่วง 1-2 วันแรก (48 ชั่วโมงแรก): ให้เลือกใช้การประคบเย็น เพื่อช่วยลดการอักเสบ บวม และทำให้ปลายประสาทชาลง ลดความรู้สึกเจ็บปวด โดยใช้เจลเย็นหรือผ้าห่อน้ำแข็งประคบครั้งละ 15 ถึง 20 นาที
- หลังจากผ่านพ้น 48 ชั่วโมงไปแล้ว: เมื่ออาการบวมลดลง ให้เปลี่ยนมาเป็นการประคบร้อน เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งคลายตัวลง ความตึงแข็งจะค่อยๆบรรเทาiลงอย่างเห็นได้ชัด
การกินยาคลายกล้ามเนื้อและยาแก้ปวดอย่างปลอดภัย
เมื่อมีอาการรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิต การใช้ยาช่วยบรรเทาอาการถือเป็นตัวช่วยที่ได้ผลดี โดยแพทย์หรือเภสัชกรมักแนะนำยากลุ่มคลายกล้ามเนื้อร่วมกับยาแก้ปวดพื้นฐาน ข้อควรระวังคือ ยากลุ่มคลายกล้ามเนื้อบางตัวอาจทำให้มีอาการง่วงซึม จึงไม่ควรขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรหลังจากกินยา และควรใช้ยาเพียงในช่วงสั้นๆ ตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยต่อร่างกาย ไม่ควรซื้อยาแรงๆ กินเองติดต่อกันเป็นเวลานาน
ท่ายืดเหยียดเบาๆ เมื่ออาการเริ่มดีขึ้น
เมื่อผ่านพ้นช่วงวิกฤตและอาการปวดลดลงพอที่จะขยับได้บ้างแล้ว การบริหารกล้ามเนื้อด้วยการยืดเหยียดเบ,ๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อกลับมายึดติดซ้ำอีก เริ่มจากการก้มหน้าช้าๆ จนรู้สึกตึงที่ต้นคอเบาๆ ค้างไว้ 10 ถึง 15วินาที จากนั้นเอียงคอเข้าหาไหล่ทีละข้างสลับกัน ทำอย่างนุ่มนวล ห้ามฝืนจนเจ็บเด็ดขาด หากทำแล้วรู้สึกเจ็บแปลบให้หยุดทันที
อาการแบบไหนที่เตือนว่าควรไปพบแพทย์ทันที?
ส่วนใหญ่แล้วภาวะนี้จะดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันหากดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง แต่มีบางสัญญาณเตือนที่มองข้ามไม่ได้และควรไปพบแพทย์โดยเร็ว ได้แก่ อาการปวดร้าวลงแขนหรือปลายนิ้วร่วมด้วย มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่มือหรือแขนร่วมด้วย มีไข้ร่วมกับอาการคอแข็ง หรืออาการปวดคอเกิดขึ้นหลังจากประสบอุบัติเหตุรุนแรง อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา แต่อาจมีปัญหาเรื่องหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องอาศัยการวินิจฉัยและการรักษาที่เฉพาะเจาะจงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ