ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเริ่มเจ็บหัวตา บวมแดง แบบนี้ใช่ภาวะท่อน้ำตาอักเสบในเด็กโตหรือเปล่า?

เวลาที่เรานึกถึงปัญหาเรื่องท่อน้ำตาอุดตันหรืออักเสบ หลายคนมักจะนึกถึงแต่เด็กทารกแรกเกิดที่มีขี้ตาแฉะตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นกับเด็กโต วัยเรียน หรือแม้แต่เด็กวัยรุ่นได้เช่นกัน โดยมักจะมาด้วยอาการเจ็บแปล๊บ บริเวณหัวตา บวมแดง จับแล้วสะดุ้งเพราะเจ็บ ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าเด็กโตจะมาเป็นโรคแบบนี้ได้

ทำความรู้จักโรคนี้ให้มากขึ้น ทำไมเด็กโตถึงท่อน้ำตาอักเสบได้

โดยปกติแล้ว ระบบระบายน้ำตาของเราจะมีท่อเล็กๆ ทำหน้าที่ระบายน้ำตาจากดวงตาลงสู่จมูก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย บริเวณถุงน้ำตาที่อยู่ใกล้กับหัวตา จะทำให้เกิดการอักเสบและบวมขึ้นมา ในเด็กโต สาเหตุอาจจะไม่ใช่เรื่องของท่อตีบตันแต่กำเนิดเหมือนเด็กเล็ก แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อหวัด ภูมิแพ้ หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปกระตุ้น ทำให้เกิดการบวมและปิดกั้นทางเดินของน้ำตา จนของเหลวระบายออกไม่ได้และเกิดการสะสมกลายเป็นการอักเสบในที่สุด

สังเกตอาการลูกรัก อาการแบบไหนแปลว่าเริ่มมีปัญหา

อาการเตือนที่สังเกตได้ค่อนข้างชัดเจน ได้แก่

  • บวมแดงที่หัวตา: สังเกตเห็นก้อนนูนแดงบริเวณหัวตาด้านล่างใกล้จมูก
  • เจ็บปวดเวลากด: ลูกจะบอกว่าเจ็บเวลามีคนไปโดน หรือเวลากลอกตาแรงๆ
  • มีหนองหรือขี้ตาผิดปกติ: บางรายอาจมีหนองไหลออกมาจากหัวตาหรือเวลาใช้นิ้วกดเบาๆ
  • ตาแฉะตลอดเวลา: น้ำตาไหลเอ่อออกมาโดยไม่มีสาเหตุ ทั้งที่ไม่ได้ร้องไห้

วิธีดูแลเบื้องต้นที่บ้าน ก่อนพาไปพบแพทย์

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกเริ่มมีอาการบวมแดงที่หัวตา สิ่งที่พอจะช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นได้คือการประคบอุ่น โดยใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นอุณหภูมิพอเหมาะ ประคบเบาๆ บริเวณหัวตาครั้งละ 10 ถึง 15 นาที วันละ 3 ถึง 4 ครั้ง การประคบอุ่นจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และช่วยลดอาการบวมตึงได้ระดับหนึ่ง แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาดของผ้าเพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าตาลูกเพิ่มขึ้น

อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาไปหาหมอตาเด็กทันที?

แม้การประคบอุ่นจะช่วยบรรเทาได้ แต่ถ้าอาการของลูกไม่ดีขึ้นภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง หรือมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพาลูกไปพบจักษุแพทย์ทันที

  • ก้อนที่หัวตาบวมเป่งและมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ลูกมีไข้ร่วมด้วย รู้สึกปวดตุบๆ ที่เบ้าตา
  • การมองเห็นเริ่มพร่ามัว หรือมองเห็นไม่ชัดเจน
  • มีหนองไหลทะลักออกมาจากหัวตาจำนวนมาก

วิธีรักษาจากแพทย์และการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

เมื่อมาถึงมือแพทย์ การรักษาหลักมักจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ทั้งในรูปแบบยาหยอดตา ยาทา หรือยารับประทาน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ ในบางรายที่มีการอักเสบสะสมมาก แพทย์อาจพิจารณาทำการระบายหนองออกอย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัย หากปล่อยไว้นานจนเป็นเรื้อรัง อาจต้องมีการใช้วิธีล้างและสวนท่อน้ำตาเพิ่มเติม ส่วนการป้องกันที่ดีที่สุดคือสอนให้ลูกล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรงๆ และรีบรักษาอาการภูมิแพ้หรือหวัดตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคกระจายลามมาที่ท่อน้ำตาของเด็กๆ อีก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down