ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

พฤติกรรมทำลายข้อเข่าที่เราเผลอทำทุกวัน

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดเข่าเรื้อรัง ทั้งที่อายุยังไม่มาก เมื่อซักประวัติลึกลงไป มักจะพบว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่เกิดจาก พฤติกรรมการใช้งานข้อเข่าซ้ำซาก ในกิจวัตรประจำวันที่เรามองข้ามไป การใช้เข่าในท่าทางเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมานับพันครั้งต่อวันเปรียบเสมือนการกรอพื้นผิวข้อต่อจนสึกหรอไวกว่ากำหนด

ท่าทางแบบไหนที่ทำร้ายเข่าเรามากที่สุด

แรงกระทำที่ส่งผ่านไปยังข้อเข่าไม่ได้มีแค่เรื่องน้ำหนักตัว แต่ยังขึ้นอยู่กับองศาการพับและการงอเข่าด้วย พฤติกรรมที่ควรระวังเป็นพิเศษมีดังนี้

  • การนั่งยองๆ หรือนั่งพับเพียบเป็นเวลานาน: ท่านี้ทำให้ความดันในข้อเข่าพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับการยืน
  • การขึ้นลงบันไดซ้ำๆ: โดยเฉพาะบ้านที่ไม่มีลิฟต์ การแบกน้ำหนักตัวขึ้นบันไดคือการใช้งานข้อเข่าอย่างหนักหน่วง
  • การลุกนั่งจากเก้าอี้เตี้ยๆ หรือพื้น: การพยายามพยุงตัวขึ้นโดยทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงที่เข่าข้างเดียวบ่อยๆ จะทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อรับภาระหนักเกินไป

สัญญาณเตือนว่าข้อเข่าเริ่มส่งเสียงประท้วง

ร่างกายมักส่งสัญญาณก่อนที่จะเกิดความเสียหายรุนแรง หากเริ่มมีอาการต่อไปนี้ ควรหยุดสังเกตตัวเองทันที

  • มีเสียงดัง ก๊อบแก๊บ ในข้อเข่าเวลาขยับหรือเปลี่ยนท่า
  • รู้สึกฝืดขัดที่เข่าในช่วงเช้าหลังตื่นนอน หรือหลังจากนั่งท่าเดิมนานๆ แล้วลุกขึ้นทันที
  • อาการปวดแปลบเวลาใช้งานหนัก แต่จะดีขึ้นเมื่อได้พัก

ปรับเปลี่ยนกิจวัตรเพื่อถนอมเข่าให้อยู่กับเราไปนานๆ

การปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยช่วยลดความเสี่ยงจาก พฤติกรรมการใช้งานข้อเข่าซ้ำซาก ได้อย่างมหาศาล

ปรับสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรกับข้อเข่า

ลองเปลี่ยนจากการนั่งพื้นมาเป็นการนั่งเก้าอี้ที่มีความสูงพอดี เพื่อให้เข่าไม่ต้องงอมากเกินไป เลือกใช้รองเท้าที่มีพื้นนุ่มและรองรับส้นเท้าได้ดีเพื่อช่วยลดแรงกระแทกขณะเดิน

ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อรอบเข่า

หัวใจสำคัญคือการมีกล้ามเนื้อต้นขาที่แข็งแรง เพราะกล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน ช่วยรับแรงกระแทกแทนข้อเข่าได้ดีเยี่ยม การฝึกกล้ามเนื้อต้นขาด้วยท่าที่ไม่ต้องงอเข่ามากเกินไป เช่น การนอนยกขาตรง จะช่วยให้เข่ามั่นคงขึ้น

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างจริงจัง

หากพยายามปรับพฤติกรรมแล้วอาการปวดไม่ดีขึ้น หรือเริ่มมีอาการบวมแดงที่ข้อเข่า มีลักษณะเข่าผิดรูป หรือปวดจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ควรฝืนทนหรือซื้อยากินเองจนเกินขนาด ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินความเสื่อมของผิวข้อและรับคำแนะนำที่เหมาะสมก่อนที่จะกลายเป็นข้อเข่าเสื่อมถาวร

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down