ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยสังเกตไหมว่าทำไมลูกน้อยบางคนถึงดูเหมือนมีน้ำตาเอ่อคลอเบ้าอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ได้ร้องไห้ แถมยังมีขี้ตาเหนียวๆ สีเหลืองหรือเขียวเกาะอยู่บริเวณหัวตาจนบางครั้งลืมตาไม่ขึ้น อาการตาแฉะเรื้อรังแบบนี้เป็นปัญหาที่พบบ่อยมากในทารกแรกเกิด ซึ่งมักเกิดจากภาวะท่อน้ำตาอุดตัน แม้ว่าส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ในรายที่ไม่ยอมเปิดตามธรรมชาติ การรักษาด้วยวิธีเฉพาะทางอย่างการสวนท่อน้ำตาในเด็ก จึงเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยคืนดวงตาที่สดใสและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมา

ทำไมอยู่ดีๆ ลูกน้อยถึงมีน้ำตาเอ่อคลอเบ้าตลอดเวลา

โดยปกติแล้ว ดวงตาจะมีการผลิตน้ำตาออกมาหล่อเลี้ยงตลอดเวลาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น จากนั้นน้ำตาจะไหลผ่านรูระบายเล็กๆ บริเวณหัวตาลงไปสู่ท่อน้ำตาและระบายออกทางโพรงจมูก แต่ในเด็กทารกแรกเกิดบางราย ท่อน้ำตาส่วนปลายที่เปิดเข้าสู่โพรงจมูกยังมีแผ่นพังผืดบางๆ ปิดกั้นอยู่ ทำให้น้ำตาไหลระบายไม่ได้และท้นกลับขึ้นมาจนดูเหมือนตาแฉะตลอดเวลา ภาวะนี้เรียกว่าท่อน้ำตาอุดตันแต่กำเนิด ซึ่งพบได้บ่อยถึงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของทารกแรกคลอดทั่วไป

อาการแบบไหนที่ฟ้องว่า ท่อน้ำตาของลูกน้อยกำลังอุดตัน

พ่อแม่สามารถสังเกตสัญญาณเตือนของภาวะท่อน้ำตาอุดตันได้ง่ายๆ จากพฤติกรรมและลักษณะดวงตาของลูก ดังนี้

  • มีน้ำตาคลอเบ้าข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างตลอดเวลา แม้ในขณะที่เด็กกำลังอารมณ์ดีและไม่ได้ร้องไห้
  • มีขี้ตาเหนียวสีเหลืองหรือเขียวเกาะหนาแน่นที่หัวตาและขนตา โดยเฉพาะช่วงตื่นนอนตอนเช้า
  • ตาขาวมักมีสีปกติ ไม่แดงก่ำ ยกเว้นในช่วงที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
  • ผิวหนังรอบดวงตาหรือแก้มเริ่มแดงระคายเคืองจากการที่น้ำตาไหลเอ่อและต้องเช็ดทำความสะอาดบ่อยๆ

ลองนวดท่อน้ำตาดูก่อน วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

เด็กที่มีภาวะท่อน้ำตาอุดตันส่วนใหญ่เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ สามารถหายดีได้เองภายในขวบปีแรกโดยไม่จำเป็นต้องรับการผ่าตัดหรือสวนท่อน้ำตา วิธีการรักษาเบื้องต้นที่ได้ผลดีที่สุดคือกรรมวิธีการนวดหัวตาเพื่อเพิ่มความดันในท่อน้ำตา ช่วยดันให้แผ่นพังผืดที่ปิดอยู่นั้นทะลุออกเองตามธรรมชาติ

เทคนิคการนวดหัวตาที่ถูกต้องและปลอดภัย

ก่อนทำการนวดทุกครั้ง พ่อแม่ต้องตัดเล็บให้สั้นและล้างมือให้สะอาดสะอ้าน จากนั้นใช้นิ้วชี้กดลงไปที่บริเวณหัวตา รอยต่อระหว่างหัวตากับดั้งจมูก กดน้ำหนักลงไปพอประมาณแล้วลากนิ้ววนลงมาตามข้างดั้งจมูก การทำเช่นนี้เป็นการสร้างแรงดันน้ำเพื่อไปดันแผ่นพังผืดส่วนปลายให้เปิดออก แนะนำให้นวดเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 10-15 ที ร่วมกับการเช็ดทำความสะอาดขี้ตาด้วยสำลีชุบน้ำเกลือสะอาดจากหัวตาไปหางตา

เมื่อไหร่ที่ถึงเวลาต้องพาลูกไปสวนท่อน้ำตา

หากพยายามนวดหัวตาอย่างถูกวิธีจนกระทั่งลูกอายุใกล้ครบ 1 ขวบแล้ว แต่อาการตาแฉะและขี้ตาก็ยังไม่ดีขึ้น จักษุแพทย์มักจะแนะนำให้พิจารณาการรักษาด้วยขั้นตอนที่เรียกว่า การสวนท่อน้ำตาในเด็ก

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทำหัตถการนี้คือช่วงอายุระหว่าง 10 เดือนถึง 1 ปีครึ่ง เนื่องจากพังผืดที่ปิดกั้นท่อน้ำตายังไม่หนาตัวจนเกินไป ทำให้โอกาสประสบความสำเร็จในการรักษาสูงมาก หากปล่อยทิ้งไว้จนเด็กโตขึ้น พังผืดเหล่านั้นอาจกลายเป็นพังผืดเหนียวหนา ส่งผลให้การสวนทำได้ยากขึ้นและได้ผลลดลง นอกจากนี้ หากเด็กมีอาการติดเชื้อรุนแรงที่ถุงน้ำตาซ้ำซาก มีหนองไหลออกมากเมื่อกดบริเวณหัวตา แพทย์ก็อาจพิจารณาทำการสวนท่อน้ำตาก่อนอายุ 1 ขวบได้เช่นกัน

ขั้นตอนการสวนท่อน้ำตาในเด็ก น่ากลัวอย่างที่คิดไหม?

การสวนท่อน้ำตาในเด็กเป็นหัตถการขนาดเล็กที่ใช้เวลาไม่นาน ไม่มีการกรีดแผลภายนอก จึงไม่มีแผลเป็นใดๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยมีขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้พ่อแม่คลายความกังวลดังนี้

การเตรียมตัวและการระงับความรู้สึก

เนื่องจากคนไข้เป็นเด็กเล็กที่ไม่สามารถนอนนิ่งๆ ได้ การทำหัตถการจึงจำเป็นต้องทำภายใต้การดมยาสลบระยะสั้นโดยวิสัญญีแพทย์ เพื่อให้เด็กไม่รู้สึกเจ็บและป้องกันการขยับตัวอันอาจทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตาและเนื้อเยื่อข้างเคียง

ขั้นตอนการสวนระบายน้ำตา

จักษุแพทย์จะใช้เครื่องมือโลหะขนาดเล็กและบางมาก สอดผ่านทางรูเปิดระบายน้ำตาบริเวณหัวตาลงไปตามท่อน้ำตาอย่างเบามือ จนกระทั่งปลายเครื่องมือผ่านทะลุแผ่นพังผืดที่อุดตันอยู่ปลายท่อน้ำตาลงสู่ช่องจมูก จากนั้นแพทย์จะใช้สารละลายน้ำเกลือล้างผ่านท่อน้ำตาเพื่อทดสอบว่าทางเดินน้ำตาสามารถระบายได้สะดวกแล้วจริงหรือไม่ กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น

วิธีดูแลลูกน้อยหลังสวนท่อน้ำตาเสร็จ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

หลังจากที่ลูกฟื้นตัวจากการดมยาสลบและผ่านการสวนท่อน้ำตาเรียบร้อยแล้ว การดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วงแรกจะช่วยให้อาการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและป้องกันไม่ให้ท่อน้ำตากลับมาตีบตันซ้ำอีก

  • ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ อาจพบว่ามีน้ำตาปนเลือดจางๆ หรือมีน้ำมูกปนเลือดซึมออกมาเล็กน้อยทางจมูก ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้จากการเสียดสีของเครื่องมือและจะค่อยๆ หายไปเอง
  • หยอดยาปฏิชีวนะและยาลดการอักเสบตามที่จักษุแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและตรงเวลา เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดอาการบวมภายในท่อน้ำตา
  • หลีกเลี่ยงการให้ฝุ่นละออง ควัน หรือน้ำสกปรกเข้าตาของลูกน้อยในช่วงสัปดาห์แรก
  • จักษุแพทย์อาจแนะนำให้นวดบริเวณหัวตาเบาๆ ร่วมด้วยหลังจากทำหัตถการ เพื่อช่วยกระตุ้นให้ท่อน้ำตาเปิดโล่งและไม่มีเศษพังผืดกลับมาเกาะตัวอุดกั้นซ้ำ

การสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เนิ่นๆ และได้รับการรักษาที่เหมาะสมจากแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยปกป้องดวงตาคู่สวยของลูกน้อยให้ใสสะอาด ปราศจากการระคายเคือง เพื่อให้เขาได้เติบโตและเรียนรู้โลกกว้างได้อย่างเต็มที่

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down