ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความรู้สึกเหนื่อยล้าของคนเป็นพ่อแม่

เวลาที่เราต้องสวมบทบาทเป็นทั้งพ่อและแม่ พร้อมๆ กับการทำงานนอกบ้านหรือจัดการงานบ้านจิปาถะ ความเหนื่อยล้าสะสมมักจะค่อยๆ กัดกินพลังใจไปทีละน้อย หลายคนอาจคิดว่าอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย หรือไม่อยากตื่นมาเจอความวุ่นวายในตอนเช้า เป็นแค่เรื่องธรรมดาของการเลี้ยงลูก แต่ในทางการแพทย์ สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนภัยของภาวะหมดไฟ หรือ Burnout Syndrome ที่กำลังมาเคาะประตูบ้าน

ในฐานะแพทย์ที่ได้พูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่หลายท่านในห้องตรวจ ผมพบว่าความรู้สึกผิดมักจะมาพร้อมกับความเหนื่อยล้าเสมอ พ่อแม่หลายคนโทษตัวเองว่าทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอเมื่อเผลอดุลูกหรือรู้สึกอยากพักผ่อนคนเดียว ความจริงแล้วการดูแลเด็กเล็กตลอดเจ็ดวันต่อสัปดาห์โดยไม่มีวันหยุด เป็นงานที่หนักหนาที่สุดงานหนึ่งในโลก และสมองกับร่างกายของเราก็มีขีดจำกัดเช่นกัน

สัญญาณเตือนภัย เมื่อความเหนื่อยล้าไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดา

ก่อนที่ภาวะหมดไฟจะลุกลามจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและสัมพันธ์ในครอบครัว เราควรสังเกตตัวเองจากอาการเหล่านี้

  • เหนื่อยล้าตลอดเวลา: แม้จะได้นอนหลับไปบ้างแล้ว ตื่นมาก็ยังรู้สึกเพลียเหมือนไม่ได้นอน
  • หงุดหงิดง่ายกว่าปกติ: เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของลูก เช่น ทำน้ำเปล่าหก หรือกินข้าวเลอะเทอะ กลับทำให้เรารู้สึกโกรธหรืออยากระเบิดอารมณ์ใส่
  • หมดความสุข: กิจกรรมที่เคยชอบทำร่วมกับลูกหรือกิจกรรมส่วนตัว กลับรู้สึกว่าเป็นภาระที่ต้องทำ
  • รู้สึกไร้ค่า: เริ่มคิดว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ที่ไม่ดีพอ และมีความรู้สึกผิดติดอยู่ในใจตลอดเวลา

วิธีดูแลตนเองสำหรับผู้ปกครองเพื่อป้องกันภาวะหมดไฟ

การดูแลตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดที่จะทำให้เรามีพลังเหลือพอไปดูแลลูกได้อย่างมีคุณภาพ ลองปรับใช้แนวทางเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน

จัดสรรเวลาพักผ่อนสมองแบบไมโครเบรก

เมื่อไม่มีเวลาไปสปาหรือนอนยาวๆ ทั้งคืน ให้ใช้เทคนิคการพักผ่อนช่วงสั้นๆ ระหว่างวัน เช่น การหายใจลึกๆ ห้าครั้งขณะที่ลูกนอนหลับ หรือการดื่มกาแฟร้อนโดยไม่จับโทรศัพท์มือถือเลยสิบนาที ช่วงเวลาสั้นๆ เหล่านี้ช่วยให้ระบบประสาทที่ตึงเครียดได้รีเซ็ตตัวเอง

ฝึกปฏิเสธงานที่ไม่จำเป็นและขอความช่วยเหลือ

พ่อแม่ยุคใหม่มักแบกรับความสมบูรณ์แบบไว้ทั้งหมด ทั้งงานราษฎร์งานหลวง การกล้าที่จะบอกปัดงานสังคมที่ไม่จำเป็น หรือการเอ่ยปากขอให้ปู่ย่าตายายหรือคนใกล้ชิดช่วยดูลูกสักสองชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการรักษาแบตเตอรี่ชีวิตของตัวเอง

สร้างขอบเขตระหว่างเวลางาน เวลาเลี้ยงลูก และเวลาส่วนตัว

ความยุ่งเหยิงมักเกิดขึ้นเมื่อทุกอย่างปนเปกันไปหมด หากเป็นไปได้ ควรกำหนดช่วงเวลาชัดเจน เช่น หลังลูกนอนหลับคือเวลาปลอดงานและปลอดหน้าจอ เพื่อให้สมองได้แยกแยะว่านี่คือช่วงเวลาฟื้นฟูพลังงาน

เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

หากลองปรับพฤติกรรมเบื้องต้นแล้ว อาการเหนื่อยล้ายังคงรุนแรง มีความคิดทำร้ายตัวเอง รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิต หรือมีอาการซึมเศร้าอย่างต่อเนื่องเกินสองสัปดาห์ นั่นคือเวลาที่ควรเดินทางมาพบแพทย์หรือนักจิตวิทยา การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เราได้เครื่องมือในการจัดการความเครียดที่ถูกต้องและปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down