ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนมักตกใจเมื่อผลตรวจสุขภาพประจำปีระบุว่ามีค่าตับผิดปกติ หรือผลตรวจคัดกรองเบื้องต้นพบร่องรอยของไวรัสตับอักเสบ คำถามแรกที่เกิดขึ้นในใจคือ ตกลงเราป่วยเป็นโรคนี้แล้วหรือยัง และต้องทำอย่างไรต่อไป เมื่อมาพบแพทย์ คำแนะนำถัดมาที่มักจะได้รับคือการเจาะเลือดเพิ่มเพื่อส่งตรวจพิเศษที่เรียกว่าการตรวจพีซีอาร์ (PCR) ซึ่งทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่า ทำไมการตรวจเลือดในรอบแรกจึงยังไม่เพียงพอ และการตรวจเพิ่มเติมนี้จะบอกอะไรเราได้บ้าง

รู้จักเทคนิคพีซีอาร์: เครื่องถ่ายเอกสารสายพันธุ์ดีที่ช่วยตามล่าหาตัวไวรัส

เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น อยากให้จินตนาการว่าเชื้อไวรัสตับอักเสบที่อยู่ในกระแสเลือดของเรามีขนาดที่เล็กมากจนการตรวจจับทั่วไปอาจมองไม่เห็น เทคนิคพีซีอาร์ หรือ Polymerase Chain Reaction เปรียบเสมือนเครื่องถ่ายเอกสารประสิทธิภาพสูงทางการแพทย์ หน้าที่ของมันคือการเข้าไปจับชิ้นส่วนสารพันธุกรรมอันน้อยนิดของไวรัส ไม่ว่าจะเป็นดีเอ็นเอ (DNA) หรืออาร์เอ็นเอ (RNA) แล้วทำการคัดลอกเพิ่มจำนวนขึ้นมาหลายล้านเท่าในเวลาอันรวดเร็ว จนกระทั่งระบบของห้องปฏิบัติการสามารถตรวจวัดและประเมินผลได้อย่างแม่นยำ

ด้วยความสามารถในการขยายสัญญาณนี้เอง ทำให้เทคนิคนี้มีความไวและความจำเพาะเจาะจงสูงมาก แม้ในร่างกายจะมีเชื้อไวรัสหลบซ่อนอยู่เพียงน้อยนิด เครื่องมือนี้ก็สามารถตรวจจับเจอได้อย่างรวดเร็ว ต่างจากการตรวจหาภูมิคุ้มกันแบบเดิมที่ต้องรอให้ร่างกายสร้างการตอบสนองขึ้นมาเสียก่อน

ทำไมตรวจแค่ภูมิคุ้มกันอย่างเดียวไม่พอ? ทำไมต้องเจาะลึกถึงขั้นตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบด้วยวิธีพีซีอาร์

ในการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบเบื้องต้น แพทย์มักจะตรวจหาสิ่งที่เรียกว่า แอนติเจน (Antigen) ซึ่งเป็นตัวชิ้นส่วนของไวรัส หรือ แอนติบอดี (Antibody) ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นมาต่อต้านไวรัส ทว่าผลการตรวจเหล่านั้นบอกเราได้เพียงแค่ว่า ร่างกายเคยสัมผัสกับเชื้อนี้มาก่อน หรือมีร่องรอยของโรคอยู่ แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดที่ลึกไปกว่านั้นได้

การตัดสินใจรักษาโรคตับอักเสบจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ชัดเจน การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบด้วยวิธีพีซีอาร์ จึงเข้ามาทำหน้าที่ตอบคำถามสำคัญสามข้อที่การตรวจคัดกรองทั่วไปให้ไม่ได้

  • ยืนยันการติดเชื้อ ณ ปัจจุบัน: บางคนอาจเคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีในอดีตแล้วหายเองได้ ร่างกายจะยังมีภูมิคุ้มกันหลงเหลืออยู่ทำให้ตรวจคัดกรองเจอผลบวก แต่การตรวจพีซีอาร์จะบอกได้ทันทีว่า ณ วินาทีนี้ ยังมีตัวไวรัสวิ่งเล่นอยู่ในกระแสเลือดจริงหรือไม่
  • ประเมินปริมาณของเชื้อ (Viral Load): ตัวเลขของปริมาณไวรัสมีความสำคัญมากในการวางแผนรักษา ยิ่งมีปริมาณเชื้อสูง โอกาสที่ตับจะถูกทำลายจนกลายเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับก็ยิ่งมีมากขึ้น
  • ติดตามผลการรักษา: ระหว่างที่คนไข้ได้รับยาต้านไวรัส การเจาะเลือดตรวจพีซีอาร์เป็นระยะจะช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่ายาที่ใช้อยู่นั้นได้ผลดีเพียงใด ปริมาณไวรัสลดลงจนตรวจไม่พบหรือไม่

ไวรัสตับอักเสบบีและซี: ตรวจพีซีอาร์แล้วบอกอะไรเราได้บ้าง

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นไวรัสตับอักเสบเหมือนกัน แต่พฤติกรรมและการรักษาของไวรัสทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การนำเทคนิคพีซีอาร์มาใช้จึงมีจุดประสงค์ที่ต่างกันไปด้วย

การตรวจสำหรับไวรัสตับอักเสบบี (HBV DNA)

สำหรับไวรัสตับอักเสบบี การตรวจพีซีอาร์จะเน้นไปที่การวัดปริมาณดีเอ็นเอของไวรัสในเลือด แพทย์จะใช้ตัวเลขนี้ร่วมกับผลการทำงานของตับ (ค่า AST/ALT) เพื่อพิจารณาว่าถึงเวลาที่ต้องเริ่มยาต้านไวรัสหรือยัง เนื่องจากคนไข้บางรายอาจเป็นเพียงพาหะที่เชื้อสงบนิ่ง ไม่จำเป็นต้องกินยา แต่ต้องนัดมาเจาะตรวจพีซีอาร์เป็นระยะเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เชื้อกลับมาปะทุขึ้นมาใหม่

การตรวจสำหรับไวรัสตับอักเสบซี (HCV RNA)

ในกรณีของไวรัสตับอักเสบซี การตรวจพีซีอาร์มีความสำคัญในฐานะตัวตัดสินยืนยันการติดเชื้อ เพราะเมื่อตรวจพบว่ามีเชื้ออาร์เอ็นเอของไวรัสซีในเลือด แพทย์จะเริ่มวางแผนการรักษาทันทีด้วยยาต้านไวรัสกลุ่มใหม่ที่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้เกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ และการตรวจพีซีอาร์ซ้ำหลังสิ้นสุดการรักษาจะช่วยยืนยันว่าคนไข้หายขาดจากโรคนี้แล้วจริงๆ

อ่านผลตรวจด้วยตัวเองแบบเข้าใจง่าย: ตัวเลขและคำระบุในใบรายงานผลหมายความว่าอย่างไร

เมื่อได้รับใบรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ หลายคนอาจจะงงกับศัพท์ภาษาอังกฤษและตัวเลขจำนวนมาก หลักๆ แล้วสิ่งที่ควรให้ความสนใจมีอยู่สองรูปแบบหลัก

หากเป็นผลตรวจเชิงคุณภาพ (Qualitative) รายงานมักจะระบุเพียงแค่คำว่า Detected (ตรวจพบเชื้อ) หรือ Not Detected (ตรวจไม่พบเชื้อ) ซึ่งเข้าใจได้ง่ายตรงตัว

แต่หากเป็นผลตรวจเชิงปริมาณ (Quantitative) จะมีการรายงานออกมาเป็นตัวเลขที่มีหน่วยวัดเฉพาะ เช่น IU/mL (International Units per milliliter) หรือ copies/mL ตัวอย่างเช่น 1,500,000 IU/mL ซึ่งแสดงถึงจำนวนชิ้นส่วนของไวรัสต่อปริมาณเลือดหนึ่งมิลลิลิตร ตัวเลขที่สูงหลักแสนหรือหลักล้านสะท้อนว่าไวรัสกำลังแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและตับกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนมาเจาะเลือดตรวจพีซีอาร์

ความสะดวกของการตรวจประเภทนี้คือไม่ต้องเตรียมตัวยุ่งยาก คนไข้ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออดอาหารก่อนเข้ารับการเจาะเลือด สามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ เว้นเสียแต่ว่าในวันเดียวกันนั้นแพทย์มีนัดตรวจเลือดรายการอื่นร่วมด้วย เช่น การตรวจระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือด ซึ่งอาจต้องมีการงดอาหารตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด

สิ่งสำคัญคือการแจ้งประวัติการใช้ยาประจำตัว อาหารเสริม หรือสมุนไพรต่างๆ ให้แพทย์ผู้ดูแลทราบล่วงหน้า เนื่องจากสารบางอย่างอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับ ซึ่งแพทย์จะนำข้อมูลส่วนนี้มาประเมินร่วมกับผลตรวจพีซีอาร์เพื่อให้ได้แนวทางการรักษาที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับร่างกายของคุณ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down