เมื่อผลตรวจคัดกรองเบื้องต้นเป็นบวก ทำไมยังต้องตรวจซ้ำด้วยวิธีพีซีอาร์?
หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาหาหมอด้วยใบผลตรวจสุขภาพประจำปีที่มีเครื่องหมายบวกตรงช่องไวรัสตับอักเสบ พร้อมกับความกังวลใจว่าจะกลายเป็นโรคร้ายแรงหรือไม่ สิ่งแรกที่หมออยากให้อุ่นใจคือ การตรวจเจอผลบวกในขั้นแรกมักเป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกันหรือเศษเสี้ยวของโปรตีนไวรัสเท่านั้น ซึ่งบอกได้เพียงว่าคุณเคยสัมผัสเชื้อมา แต่ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่า ณ ปัจจุบันยังมีตัวไวรัสที่กำลังแบ่งตัวทำลายตับของคุณอยู่จริงหรือไม่
นี่จึงเป็นเหตุผลที่คุณหมอมักจะแนะนำให้ทำการตรวจเพิ่มเติม ซึ่งการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบด้วยวิธีพีซีอาร์ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เรามองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ภายในเซลล์ตับได้อย่างแม่นยำที่สุด
หลักการทำงานแบบเข้าใจง่าย พีซีอาร์ตามล่าหาไวรัสได้อย่างไร?
หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ การตรวจแบบพีซีอาร์ หรือ Polymerase Chain Reaction ก็เหมือนกับการใช้แว่นขยายที่มีกำลังขยายสูงมาก ส่องเข้าไปหาสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอของไวรัสโดยตรง แม้ว่าในกระแสเลือดของคนไข้จะมีเชื้อไวรัสตับอักเสบอาศัยอยู่เพียงแค่ปริมาณน้อยนิดจนวิธีตรวจธรรมดาหาไม่เจอ เทคโนโลยีพีซีอาร์จะช่วยสำเนาสารพันธุกรรมเหล่านั้นขึ้นมาเป็นล้านๆ เท่า ทำให้เราสามารถตรวจจับและระบุตัวตนของไวรัสได้อย่างไม่มีผิดพลาด
การตรวจชนิดนี้มีความไวสูงมากและให้ผลลัพธ์ที่ละเอียดลึกซึ้งกว่าการตรวจหาแอนติเจนหรือแอนติบอดีทั่วไปอย่างมาก ทำให้แพทย์สามารถจำแนกสายพันธุ์และประเมินสถานการณ์ของโรคได้อย่างถูกต้อง
ใครบ้างที่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบด้วยวิธีพีซีอาร์
หมอขอแนะนำว่า กลุ่มคนไข้ที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจด้วยวิธีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีดังนี้
- ผู้ที่มีผลตรวจเลือดคัดกรองไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี เป็นบวก เพื่อยืนยันว่ามีการติดเชื้อแบบเรื้อรังจริง ไม่ใช่แค่เคยติดเชื้อแล้วหายดีจนสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง
- ผู้ที่กำลังเข้ารับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส แพทย์จะใช้การตรวจนี้เพื่อติดตามว่ายาที่ทานเข้าไปสามารถควบคุมหรือทำลายไวรัสได้ดีแค่ไหน
- ผู้ที่มีภาวะตับอักเสบเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น มีค่าเอนไซม์ตับสูงกว่าปกติเรื่อยๆ แต่ตรวจหาเชื้อด้วยวิธีปกติแล้วไม่พบ
- ทารกที่คลอดจากมารดาที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ เพื่อตรวจสอบว่ามีการส่งผ่านเชื้อจากแม่สู่ลูกในระหว่างการคลอดหรือไม่
ความหมายของตัวเลขในใบรายงานผล ตัวเลขเยอะแปลว่าอันตรายแค่ไหน?
เมื่อผลการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบด้วยวิธีพีซีอาร์ออกมา คนไข้มักจะได้ใบรายงานผลที่มีตัวเลขยาวๆ พร้อมหน่วยที่เขียนว่า IU/mL หรือ copies/mL ซึ่งสร้างความมึนงงให้ไม่น้อย หมอขอสรุปวิธีอ่านผลแบบเข้าใจง่ายไว้สองส่วนหลักๆ คือ
การตรวจเชิงคุณภาพ (Qualitative PCR)
ผลจะรายงานออกมาเพียงแค่ พบเชื้อ (Detected) หรือ ไม่พบเชื้อ (Undetected) ซึ่งใช้ในการวินิจฉัยเบื้องต้นว่ามีไวรัสอยู่ในร่างกายหรือไม่
การตรวจเชิงปริมาณ (Quantitative PCR หรือ Viral Load)
ผลตรวจส่วนนี้จะแสดงผลออกมาเป็นตัวเลขเพื่อบอกจำนวนชิ้นส่วนไวรัสต่อปริมาณเลือดหนึ่งมิลลิลิตร ยิ่งตัวเลขสูงแปลว่าไวรัสกำลังแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดตับแข็งหรือมะเร็งตับในอนาคต หากตัวเลขลดลงเรื่อยๆ หลังทานยารักษา แสดงว่าการรักษาได้ผลดีเยี่ยม
ขั้นตอนการตรวจและวิธีเตรียมตัวก่อนมาเจาะเลือด
ข้อดีอย่างหนึ่งของการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบด้วยวิธีพีซีอาร์คือ คนไข้ไม่ต้องทรมานจากการอดอาหารหรืออดน้ำเหมือนการตรวจไขมันหรือน้ำตาลในเลือด คุณสามารถทานอาหาร ดื่มน้ำ และใช้ชีวิตได้ตามปกติก่อนเดินเข้ามาเจาะเลือดที่โรงพยาบาลหรือคลินิก
เมื่อมาถึงห้องปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่จะทำการเจาะเลือดจากข้อพับแขนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากนั้นตัวอย่างเลือดจะถูกส่งเข้าเครื่องตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บที่ได้มาตรฐาน โดยทั่วไปจะใช้เวลาในการรอผลประมาณ 3 ถึง 7 วัน เนื่องจากเป็นกรรมวิธีที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูงในการสกัดสารพันธุกรรม
การรู้เท่าทันสถานการณ์ของตับตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณและหมอร่วมมือกันวางแผนการดูแลรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ตับของคุณอยู่ทำงานได้อย่างแข็งแรงไปอีกนานแสนนาน