ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ที่พยุงข้อมือช่วยอะไรได้บ้าง ทำไมหมอถึงแนะนำให้ใส่?

หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกด้วยอาการปวดข้อมือจากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ หรืออักเสบจากกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อมือซ้ำๆ บ่อยครั้งที่การใช้ยาหรือทำกายภาพบำบัดอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากเรายังคงใช้งานข้อมือท่าเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาตลอดทั้งวัน หมอจึงมักแนะนำให้ลองมองหาอุปกรณ์ช่วยพยุงมาใช้ควบคู่กัน

จริงๆ แล้ว การใช้กายอุปกรณ์เสริมเพื่อพยุง ข้อมือนั้นไม่ได้มีหน้าที่แค่ดามไม่ให้ขยับ แต่มันทำหน้าที่เหมือนการตั้งค่าระบบใหม่ให้กับข้อมือ เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวในองศาที่กระตุ้นอาการปวด ช่วยลดภาระการทำงานของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ รวมถึงป้องกันไม่ให้เราเผลอสะบัดข้อมือไปโดนจุดที่อักเสบโดยไม่รู้ตัว

เลือกที่พยุงข้อมือแบบไหนให้เหมาะกับอาการตัวเอง

เวลาเดินเข้าร้านขายยาหรืออุปกรณ์การแพทย์ หลายคนอาจงงกับรูปแบบที่มีให้เลือกมากมาย ซึ่งแต่ละแบบก็ออกแบบมาเพื่อเป้าหมายต่างกัน ดังนี้ครับ

  • แบบผ้าชนิดยืด (Elastic Wrist Support): เหมาะสำหรับคนที่มีอาการปวดเมื่อยทั่วไป หรือมีอาการบวมเล็กน้อยจากการใช้งานหนัก แบบนี้ให้ความกระชับแต่ยังเคลื่อนไหวได้เกือบปกติ
  • แบบมีแกนดามเหล็กหรือพลาสติก (Splint Support): หากใครมีอาการนิ้วล็อค เอ็นข้อมืออักเสบ หรือเพิ่งผ่านการผ่าตัด หมอจะแนะนำแบบนี้ครับ เพราะมีแกนแข็งช่วยล็อคให้ข้อมืออยู่ในท่าที่ถูกต้อง ลดการขยับได้ดีที่สุด
  • แบบพันยืดหยุ่น (Wrist Wrap): เหมาะกับคนที่ต้องการปรับความแน่นได้ตามความพอใจ หรือต้องการพยุงเฉพาะจุดที่ปวดเป็นพิเศษ

ใส่ที่พยุงข้อมืออย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด

หลายคนพลาดตรงที่ใส่ไปเรื่อยๆ จนกล้ามเนื้อฝ่อหรือข้อมือติด หมออยากให้จำไว้ว่า การใช้กายอุปกรณ์เสริมเพื่อพยุง ที่ดี ไม่ควรใส่ตลอด 24 ชั่วโมงจนเป็นนิสัย

คำแนะนำของหมอคือ ให้ใส่ในจังหวะที่เราต้องทำกิจกรรมที่รู้แน่ชัดว่าจะทำให้ปวด เช่น ช่วงเวลาพิมพ์งานหรือยกของหนัก แต่เมื่อไรที่อยู่บ้านช่วงพักผ่อน หรือทำงานที่ไม่ได้ใช้แรงข้อมือมากนัก ให้ถอดออกเพื่อให้กล้ามเนื้อรอบข้อมือได้ออกแรงและเคลื่อนไหวด้วยตัวเองบ้าง วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมืออ่อนแอลงจากการพึ่งพาอุปกรณ์มากเกินไป

อาการแบบไหนที่ใส่ที่พยุงแล้วไม่ดีขึ้น ต้องรีบมาหาหมอ

ถ้าลองใช้ที่พยุงข้อมือควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมแล้วผ่านไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่ความปวดไม่ได้ลดลง หรือมีสัญญาณเตือนดังนี้ อย่ารอช้าครับ

  • เริ่มมีอาการมือชา หรือรู้สึกเหมือนมีไฟช็อตแปลบๆ ที่นิ้วมือ
  • ข้อมือเริ่มบวมแดงหรือร้อนอย่างเห็นได้ชัด
  • ไม่สามารถขยับนิ้วมือได้ปกติ หรือมีอาการอ่อนแรงจนหยิบจับของหล่น
  • ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเวลาตื่นนอนตอนเช้า

หากมีอาการเหล่านี้ อาจไม่ใช่แค่เส้นเอ็นอักเสบธรรมดา แต่อาจเป็นภาวะช่องประสาทข้อมือถูกกดทับ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์เฉพาะทางครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down